วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไม่รอลงอาญา!คุก1ปี4เดือน'เก่งการุณ'ปราศรัยหมิ่น'แทนคุณ'

ศาลอาญาสั่งจำคุก1ปี4เดือน "เก่ง การุณ" ปราศรัยหมิ่น "อี้ แทนคุณ" ไม่รอลงอาญา

ที่ห้องพิจารณา 808 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 09.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.3005/2555 ที่นายแทนคุณ หรือ อี้ จิตต์อิสระ อายุ 36 ปี อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายการุณ หรือ เก่ง โหสกุล อดีต ส.ส.กทม.เขต 12 ดอนเมือง พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 กรณีเมื่อวันที่ 3 และ 12 มิ.ย. 54 นายการุณ กล่าวปราศรัยหาเสียงในการลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เดือน ก.ค.54 ที่ตลาดนัดบุญอนันต์ และตลาดโกสุมรวมใจ เขตดอนเมือง ทำนองว่า ชาติตระกูลของคู่แข่งทางการเมืองมาจากภูเขา ที่ได้มีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล และบุคคลนั้นยังเคยแก้ผ้าถ่ายภาพในหนังสือเกย์ รวมทั้งคู่แข่งทางการเมืองดังกล่าวยังทำลายป้ายหาเสียงและใช้เงินเพื่อการหาเสียง ชั้นพิจารณาจำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี

โดยศาลพิเคราะห์ พยานหลักฐานที่โจทก์ - จำเลย นำสืบแล้ว คำว่า พรรคการเมืองเก่าแก่ คู่แข่งทางการเมือง การเปลี่ยนนามสกุลแซ่ การกล่าวถึงบุคคลที่ออกอากาศที่ออกรายการโทรทัศน์ ย่อมทำให้ผู้ฟังทราบและเข้าใจว่าคำปราศรัยของจำเลยตามฟ้อง เป็นข้อความที่กล่าวถึงโจทก์

ขณะที่ข้อความบางส่วนของการปราศรัย เป็นข้อความที่แสดงให้เห็นว่า โจทก์เป็นคนไม่ดี ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของโจทก์ในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ และเมื่อเป็นการปราศรัยผ่านเครื่องกระจายเสียงบริเวณตลาดนัด ที่เป็นสาธาราณะแล้วจึงเป็นการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา โดยการปราศรัยนั้น กระทำถึง 2 ครั้ง ซึ่งกระทำในวัน- เวลา เเละสถานที่แตกต่างกัน จึงแสดงให้เห็นว่า จำเลยมีเจตนากล่าวปราศรัยหมิ่นประมาทโจทก์ทั้ง 2 ครั้ง

ส่วนที่จำเลย อ้างว่า การปราศรัยไม่ได้เอ่ยชื่อบุคคล และพนักงานสอบสวน รวมถึงอัยการก็ไม่ได้มีความเห็นสั่งฟ้องนั้น ศาลเห็นว่า ความเห็นในการสั่งฟ้องนั้นเป็นเพียงความเห็นในการสั่งคดีเบื้องต้นเท่านั้น การพิจารณาว่าเป็นการหมิ่นประมาทฯหรือไม่ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะบุคคลแต่ต้องพิจารณาถึงบริบท ว่าสื่อถึงคนใด แม้จำเลยจะไม่เอ่ยชื่อ แต่เมื่อพิจารณา บริบททั้งหมดแล้วทำให้ผู้ฟังย่อมทราบและเข้าใจว่า ข้อความที่จำเลยปราศรัยหมายถึงโจทก์

จึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด ตาม ม. 328 ซึ่งเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม โดยจำคุกจำเลย รวม 2 กระทงๆ ละ 1 ปี รวม จำคุกทั้งสิ้น 2 ปี แต่ทางนำสืบของจำเลย เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง จึงเห็นควรลดโทษให้ 1ใน 3 คงจำคุกจำเลย 2 กระทง ๆ ละ 8 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 4 เดือน และให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษา ใน นสพ.ไทยรัฐ ด้วยเป็นเวลา 3 ครั้ง ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่มีคำพิพากษาโดยจำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา

ขณะที่เมื่อพิเคราะห์ พฤติการณ์ความผิดของจำเลยแล้ว จำเลยปราศรัยหมิ่นประมาทโจทก์ผ่านเครื่องกระจายเสียงในบริเวณสาธารณะต่อหน้าประชาชนผู้มสิทธิเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 12 ในช่วงเวลาที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งหาเสียงไม่ได้หมิ่นประมาทโจทก์ต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจงทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นในวงกว้าง กระทบความน่าเชื่อถือและคะแนนนิยมของโจทก์เป็นการทำลายคู่แข่งทางการเมือง ทำให้การเลือกตั้ง ส.ส.ในเขตเลือกตั้งที่ 12 ไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จนศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิทางการเมืองของจำเลย และให้จัดการเลือกตั้งใหม่ ส่งผลกระทบต่อหน่วยงานรัฐ และประชาชนที่ต้องเดินทางมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งอีกครั้ง ไม่ได้เกิดผลกระทบเฉพาะโจทก์เท่านั้นแต่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อกระบวนการเลือกตั้ง พฤติการณ์การกระทำความผิดของจำเลยจึงเป็นเรื่องร้ายแรงไม่มีเหตุสมควรที่ให้รอการลงโทษ

ภายหลังฟังคำพิพากษาแล้ว นายการุณ จำเลย ได้ยื่นหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวในการอุทธรณ์สู้คดี โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลว่าจะให้ประกันหรือไม่