อดีต5รมต.เพื่อไทยฟ้องประธานปปช.-กรรมการปปช. ปฏิบัติมิชอบ ตั้งข้อกล่าวหาทั้งที่"ภักดี"ขาดคุณสมบัติ ไม่ลาออก
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว. และสมาชิกพรรคเพื่อไทย รับมอบอำนาจจาก นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีต รมว.วิทยาศาสตร์ฯ , พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรมว.กลาโหม และรมว.คมนาคม , พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต อดีต รมช.คมนาคม และน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.เทคโนโลยี ฯ สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) , นายภักดี โพธิศิริ , นายประสาท พงษ์ศิวาภัย, นายวิชา มหาคุณ และ นายวิชัย วิวิตเสวี ซึ่งเป็นกรรมการ ป.ป.ช. เป็นจำเลยที่ 1- 5 ในความผิดฐานแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน กระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 145 และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83
โดยคำฟ้อง ระบุว่า เนื่องจากโจทก์ทั้ง 5 คนถูกคณะกรรมการป.ป.ช. ที่มีจำเลยทั้งห้าด้วย มีมติตั้งข้อกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบเกี่ยวกับการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และโครงการจัดสรรน้ำ 2 ล้านล้านบาท ในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.กฎหมาย ให้กระทรวงการคลังกู้เงินการพัฒนาประเทศ ทั้งๆ ที่รู้ว่า ผิดกฎหมาย และแจ้งเป็นหนังสือให้โจทก์ทราบแล้ว แต่โจทก์มาพบความจริงว่า นายภักดี กรรมการ ป.ป.ช. จำเลยที่ 2 ขาดคุณสมบัติเนื่องจากไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการในบริษัท องค์การเภสัชกรรม-เมอร์ริเออร์ชีววัตถุ จำกัด ภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 22 ก.ย.49 ซึ่งนายภักดี จำเลยที่ 2 จะต้องลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทดังกล่าว ภายในวันที่ 6 ต.ค.49 แต่โจทก์มาพบความจริงเป็นเอกสารที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าว่า นายภักดี จำเลยที่ 2 พ้นจากการเป็นกรรมการในบริษัทดังกล่าวด้วยการยื่นใบลาออก เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.49 โจทก์จึงยื่นหนังสือต่อประธานกรรมการ ป.ป.ช.ให้ทำการตรวจสอบคุณสมบัติของนายภักดีดังกล่าว แต่ทางสำนักงาน ป.ป.ช.อ้างและแถลงต่อสื่อมวลชนว่า ไม่มีอำนาจพิจารณาคุณสมบัติของกรรมการด้วยกันเองและอ้างว่าวุฒิสภาเคยพิจารณาและมีมติเรื่องการขาดคุณสมบัติของนายภักดี ไปแล้ว ทั้งที่วุฒิสภาไม่เคยพิจารณาข้อเท็จจริงในกรณีบริษัท องค์การเภสัชกรรม -เมอร์ริเออร์ชีววัตถุ จำกัดมาก่อนแต่อย่างใด
การที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไม่ยอมพิจารณาคุณสมบัติของนายภักดี จำเลยที่ 2 ทำให้โจทก์ต้องตกอยู่ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาจากการกระทำของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่มีนายภักดี เข้าร่วมดำเนินการประชุมและมีมติหลายครั้ง และโจทก์จะถูกฟ้องเป็นความอาญา การกระทำหรือการมีมติใดๆ ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทำให้โจทก์เสียหาย เสียชื่อเสียง จึงนำคดีมาฟ้องขอให้ศาลออกหมายเรียกจำเลยมาแก้ต่างคดี และพิพากษาลงโทษตามความผิดด้วย
ทั้งนี้ศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณา เพื่อมีคำสั่งว่าจะนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์หรือไม่
ขณะที่นายเรืองไกร กล่าวว่า ตนเคยยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของนายภักดีโพธิศิริ แต่ ป.ป.ช.กลับบ่ายเบี่ยง และอ้างว่าทางวุฒิสภาเคยพิจารณาเรื่องนี้แล้ว ทั้งที่ไม่เคยพิจารณาเรื่องนี้เลย เมื่ออดีตรัฐมนตรีทั้ง 5 คน ท้วงติง ป.ป.ช. กลับอ้างว่าไม่มีอำนาจพิจารณาคุณสมบัติของนายภักดี





