"ประยุทธ์"ยันไร้ใบสั่งถอดถอน"ยิ่งลักษณ์" ติงอย่ามาถามอะไรงี่เง่า ลั่นคนทำผิดกฎหมายสงสารไม่ได้
ระบุไม่ยอมให้มีเหตุวุ่นวายวันลงมติเกิดขึ้น "สนช."เผยมีคำตอบในใจแล้ว ชี้ผลจะออกมาอย่างไรให้ดูย้อนหลังผลคะแนนโหวตประชุมลับวันซักถามอดีตนายกฯ "จตุพร"แนะคนเสื้อแดง อย่าเพิ่งออกมา หวั่นกลายเป็นแพะ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์คสช.ส่งสัญญาณไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในกรณีการถอดถอน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า "ให้ไปถามหมอดูสิ" เมื่อถามว่าแต่นายกฯ ควรจะชี้แจงให้มีความชัดเจนจะได้หายสงสัย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์ว่า “ใครสั่งล่ะใครสั่ง ก็ไม่มีไม่เห็นมีใครไปสั่ง ใครพูดก็ไปถามคนนั้น อย่ามาถามอะไรงี่เง่า”
เมื่อถามย้ำว่าแต่ฝ่ายการเมืองก็ออกมาวิจารณ์ว่าคสช. มีการส่งสัญญาณไป พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ก็ไปถามนักการเมืองสิ ไม่มีการส่งสัญญาณอะไรทั้งนั้น ใครพูดก็ให้ไปถามคนนั้น ไม่มีอะไรทั้งสิ้น"
ผู้สื่อข่าวถามว่าวันลงมติถอดถอนในวันที่ 23 ม.ค. นี้ เป็นห่วงจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มีไม่ได้ จะมีด้วยเหตุผลอะไร ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องเคารพกฎกติกา กฎหมายบ้านเมืองกันเลยหรืออย่างไร ถ้าประชาชนส่วนใหญ่อยากทำอย่างนั้นก็โอเค แต่ตนไม่ให้ทำ ถ้าทุกคนจะทำตามใจชอบก็ไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว ทุกอย่างต้องว่ากันด้วยหลักฐาน ข้อเท็จจริง
"ประยุทธ์"ลั่นคนทำผิดก.ม.สงสารไม่ได้
ส่วนที่มีการนำไปโยงกับการปรองดองนั้น ตนพูดมาหลายรอบแล้ว การทำผิดกฎหมายจะปรองดองได้หรือไม่ทุกคนก็รู้ดี ถ้าอย่างนั้นคนฆ่าคนตาย คดโกง ทุจริต ก็ต้องปรองดองหมดอย่างนั้นหรือ ลองไปคิดดูว่าจะเอาความรุนแรงมาต่อต้านการทำงานของรัฐบาลได้ไหม จะเอามวลชน เอาอาวุธออกมา หรือจะใช้การเรียกร้องต่างชาติเข้ามาแก้ไขปัญหาในประเทศเรา อย่างนี้สมควรหรือไม่ สื่อเห็นด้วยหรือไม่ ผิดหรือถูกทุกคนรู้ดี
"การสร้างความปรองดองรัฐบาลทำมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมีแนวคิด ทุกคนต้องเข้าใจว่าปรองดองคืออะไร ต้องทำให้เกิดความปรองดองก่อน ซึ่งก็คือการพูดคุยกัน ไม่ทะเลาะกัน กฎหมายก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ถ้ารับโทษทางกฎหมายแล้ว ติดคุกแล้ว ก็มาสู่ขั้นตอนการขออภัยโทษ หรือการนิรโทษ แต่ก็ต้องเข้าใจว่าการนิรโทษในเรื่องที่มีการทุจริตก็เป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะคดีการเมือง เพราะถือเป็นคดีอาญา"
เมื่อถามว่า กรณีการถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์มีความสงสารส่วนตัวหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า "สงสารใคร สงสารได้ไหมคนทำความผิด ถ้าทำผิดแล้วสงสารได้ไหม ซึ่งหมายรวมถึงทุกคนไม่ได้เจาะจงใครคนใดคนหนึ่ง ถ้าทำผิดก็สงสาร แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของกฎหมาย อย่าไปทำผิดกฎหมายแล้วกัน"
"ประวิตร"มั่นใจอัยการศึกควบคุมอยู่
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวว่า การหารือระหว่าง คสช. และครม.ในวันงนี้(20ม.ค.) ไม่มีการหารือถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ เพราะเป็นเรื่องของ สนช.ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลและ คสช. และยืนยันไม่มีการล็อบบี้เพราะไม่ใช่คู่ขัดแย้ง และไม่กังวลว่าจะมีความวุ่นวายเพราะมีกฎอัยการควบคุมอยู่แล้ว
"ชูศักดิ์"แนะสนช.คิดให้หนัก3ข้อ
นายชูศักดิ์ ศิรินิล ที่ปรึกษาคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวเรียกร้องให้ สนช.คิดให้หนัก 3 ข้อก่อนลงมติถอดถอนหรือไม่ถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ คือ 1.อำนาจถอดถอนนั้น ถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ รัฐธรรมนูญ 2550 ยกเลิกไปแล้ว รัฐธรรมนูญชั่วคราวก็ไม่ได้ให้อำนาจในการถอดถอน
2.เดิมวุฒิสภาส่วนหนึ่งมาจากการเลือกตั้ง อีกส่วนหนึ่งมาจากการสรรหา แต่วันนี้เอาอำนาจมาให้สนช.ที่มาจากการแต่งตั้งทั้งหมดแล้วมาถอดถอนคนที่มาจากการเลือกตั้งนั้น ตรงนี้ชอบธรรมหรือไม่ และ 3.กรณีนี้ไม่ใช่เรื่องทุจริต ป.ป.ช.ก็รับว่าไม่ใช่เรื่องทุจริต ดังนั้น ทั้ง 3 ข้อนี้ฝ่ายที่มีความเป็นธรรมคงต้องคิดหนัก และถ้ามีการถอดถอน ต้องคิดถึงอนาคตของประเทศด้วยว่าจะเป็นอย่างไร
"จตุพร"ขอร้อง"คนเสื้อแดง"อย่าเพิ่งออกมา
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ให้สัมภาษณ์ว่า กระบวนการถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นไปตามทิศทางของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ทั้งนี้ สิ่งที่สนช.และป.ป.ช.ทำอยู่นั้น ดูตามเงื่อนไขแล้วใครก็ขัดแย้งไม่ได้ ก่อนหน้านี้ประตูบ้าน 111-109 ก็ปิดตายสนิทไปแล้ว เชื่อว่าถ้าไม่จัดการอดีตนายกฯ ตามธงก็จะไร้ประโยชน์ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องความผิดถูก แต่คือพิธีกรรมที่ป.ป.ช.กำลังพูดโน้มน้าวสังคมเพื่อให้ง่ายต่อการที่สนช.จะดำเนินการถอดถอน ทั้งๆ ที่ไม่สามารถตั้งคำถามหรือจับทุจริตได้ สาระสำคัญวันนี้จึงอยู่ที่ผู้มีอำนาจเหนือ สนช. ดังนั้น อดีตนายกฯ จะชี้แจงหรือไม่ชี้แจงก็มีค่าเท่ากัน เพราะการตัดสินใจเบ็ดเสร็จไปตั้งแต่เขียนรัฐธรรมนูญแล้ว
"ผมเข้าใจว่า แม้มีสนช.บางส่วนเห็นต่างก็คงเคลื่อนไหวไม่ได้ เพราะจะถูกมองว่าเป็นพวก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อีก วันนี้สภาพของนางสาวยิ่งลักษณ์คงรอดยาก"
ส่วนคนเสื้อแดงจะออกมาหรือไม่หากนางสาวยิ่งลักษณ์ ถูกถอดถอนนั้น นายจตุพร กล่าวว่า "ขอให้พี่น้องใจเย็นๆ มีสติให้มาก เพราะขณะนี้ผ่านเลยเรื่องอารมณ์ความรู้สึกไปแล้ว ต้องใช้ปัญญาในการเรียนรู้ การเดินทางของเราเดินมาไกลมาก บางเรื่องยิ่งรีบก็ยิ่งช้า ถ้าออกมาเดี๋ยวจะกลายเป็นแพะ และหนังเรื่องนี้ต้องดูตั้งแต่ต้น ขณะนี้พึ่งดำเนินมาถึงกลางเรื่อง ขอประชาชนอย่าลุกออกจากโรงจนกว่าหนังจะจบ"
"สมศักดิ์"เมินไปแถลงปิดคดี
นายวัฒนา เซ่งไพเราะ อดีตโฆษก นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 ม.ค. นายสมศักดิ์จะไม่มาร่วมแถลงปิดคดีถอดถอนต่อที่ประชุมสนช. เนื่องจากได้ยื่นชี้แจงเป็นเอกสารไปหมดแล้ว มีรายละเอียดครบถ้วนแล้ว และจะไม่มีการส่งเอกสารแถลงปิดคดีเพิ่มเติมด้วย
"นิคม"มั่นใจรอดถอดถอน
นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 ม.ค.นี้ จะเดินทางมาแถลงปิดคดีต่อ สนช.ด้วยตนเอง "ผมไม่รู้สึกกังวล เพราะมั่นใจในพยานหลักฐาน ทั้งข้อกฎหมาย และข้อเท็จจริง ที่ได้นำมาหักล้างหมดแล้ว ส่วนการลงมติว่าจะถอดถอนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของสนช. ซึ่งผมเชื่อว่าความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมยังมีอยู่ และเชื่อมั่นว่าจะไม่ใช้ความรู้สึกโกรธแค้นมาใช้ตัดสิน"
สนช.มีข้อมูลแล้วเกือบ100%
นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สนช. กล่าวว่า ขณะนี้ถือว่าข้อมูล ข้อเท็จจริงในคดีถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ เพียงพอในการตัดสินใจของสนช.แล้วถึง 99.99 % เว้นแต่วันแถลงปิดสำนวนจะมีข้อมูลอย่างอื่นหรือไม่ ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการล็อบบี้การลงมติแต่อย่างใด ส่วนที่มองว่า มีการล็อบบี้สนช.สายทหารแล้ว นั้นชื่อว่า ทหารเป็นองค์กรที่รักชาติ และรับผิดชอบต่อสังคม
แนะดูผลจากวันโหวตประชุมลับซักถาม
นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล สนช. กล่าวว่า แม้นางสาวยิ่งลักษณ์ จะมาแถลงปิดคดีในวันที่ 22 ม.ค.ด้วยตัวเองหรือไม่ ก็ไม่มีผลแล้ว เพราะทุกคนมีคำตอบในใจเรียบร้อยแล้ว ส่วนผลลงมติจะออกมาเป็นอย่างไร ให้ดูผลการลงมติที่นายสมชาย แสวงการ สนช. เสนอให้มีการประชุมลับ เพื่อหารือกรณีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ไม่ยอมมาตอบคำถามด้วยตัวเอง ซึ่งผลคะแนนออกมาถึง 153 ต่อ 1 งดออกเสียง 21 ขอให้ดูผลการลงคะแนนนี้เป็นหลัก
"เนชั่น"จับมือสปช.เผยแพร่ข้อมูลรธน.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเทพชัย หย่อง บรรณาธิการอำนวยการเครือเนชั่น พร้อมด้วย น.ส.ดวงกมล โชตะนา กรรมการอำนวยการเครือเนชั่น ได้เข้าหารือกับ นายมีชัย วีระไวทยะ รองประธานทำงานสื่อสารกับสังคม สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือในการเผยแพร่ข้อมูลเนื้อหาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ
นายมีชัย กล่าวภายหลังการหารือว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นเพียงก้าวหนึ่งเท่านั้น แต่จะให้ประชาชนรับทราบ สร้างความเข้าใจ ตอบรับ สนับสนุน เป็นอีกก้าวหนึ่ง จะปล่อยให้รัฐทำเพียงลำพังไม่ได้ ดังนั้นต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนเข้าร่วมในการเผยแพร่ข้อมูล รวมถึงบริษัทเนชั่นฯ ที่เข้ามาร่วมมือเพื่อเผยแพร่
ทั้งนี้เครือเนชั่นได้ร่วมมือสนับสนุนในเรื่องดังกล่าว ซึ่งรูปแบบที่คุยกันไว้ก็มีหลายรูปแบบ เช่น เชิญประชาชน นักเรียน นักศึกษา ร่วมแสดงความเห็นในเวทีต่างๆ และยังร่วมมือกับหนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก ทำในเรื่องรัฐธรรมนูญประจำโรงเรียนในแต่ละจังหวัด เป็นต้น ซึ่งเมื่อทุกคนเริ่มเข้าใจกฎกติกา จะเกิดการหวงแหนรัฐธรรมนูญ จะได้ไม่ต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับที่ 30 อย่างไรก็ตาม ยังต้องการคุยในรายละเอียดกันอีก โดยทางเนชั่นก็จะกลับไปหารือเกี่ยวกับรูปแบบที่จะดำเนินการ จากนั้นจะมีการหารือกันอีก ซึ่งได้กำหนดไว้ว่า ใน 1 เดือนจะมีการหารือกันไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง
ปปช.ถกชี้มูลคดีจีทูจีข้าววันนี้
แหล่งข่าวจากป.ป.ช.เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ในวันนี้(20 ม.ค.) จะพิจารณาวาระที่คณะอนุกรรมการไต่สวนคดีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ กับพวก ในโครงการรับจำนำข้าวและขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)
แหล่งข่าวระบุว่า จะมีการรายงานความคืบหน้าการไต่สวนให้ที่ประชุมทราบเพื่อให้พิจารณาชี้มูลความผิด สำหรับข้อมูลบางส่วนที่สามารถชี้มูลความผิดแก่ผู้ถูกกล่าวหาบางกลุ่มได้ก่อนและให้ที่ประชุมพิจารณาแนวทางการไต่สวนบางประเด็นต่อไป เนื่องจากในคดีดังกล่าวมีผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นภาคเอกชนกว่า 100 ราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะอนุกรรมการเตรียมสรุปคดีดังกล่าวให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาเพื่อชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหาคดีนี้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองและข้าราชการเจ้าหน้าที่ จำนวน 11 ราย โดยมีชื่อของ นายบุญทรง, นายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว, พ.ต.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการรมว.พาณิชย์ และมีข้าราชการในกระทรวงพาณิชย์ อาทิ นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ, นายฑิฆัมพร นาทวรทัต อดีตผู้อำนวยการสำนักบริหารการค้าข้าว, นายอัครพงษ์ ทีปวัชระ อดีตเลขานุการกรมการค้าต่างประเทศ รวมอยู่ด้วย
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานป.ป.ช. กล่าวว่า ถ้าหลักฐานเพียงพอก็สามารถพิจารณาชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหาได้เลย แต่หากคณะกรรมการป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่าควรให้สอบพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก็ต้องดำเนินการ ทั้งนี้มีความเป็นไปได้เช่นกันที่การพิจารณาของคณะกรรมการอาจไม่เห็นด้วยกับสำนวนของทางคณะอนุฯไต่สวนที่วินิจฉัยออกมาทางใดทางหนึ่ง





