วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลนัดฟังคำสั่ง'พระสุเทพ'ฟ้องหมิ่น'ธาริต-สื่อ'27ม.ค.

ศาลนัดฟังคำสั่ง“พระสุเทพ”ฟ้องหมิ่น“ธาริต-สื่อ”แถลงข่าวกล่าวหาเปลี่ยนโครงการสร้างโรงพักทดแทน396แห่ง 27 ม.ค.นี้

เมื่อเวลา 09.00 น.ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ คดีหมายเลขดำ อ.1940/2556 ที่ พระสุเทพ ปภากโร หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ เลขาธิการ กปปส. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ,บริษัท มติชน จำกัด ( มหาชน) , นายวรศักดิ์ ประยูรศุข บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา , บริษัทข่าวสด จำกัด และนายสุริวงศ์ เอื้อปฏิภาณ บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา เป็นจำเลยที่ 1- 5 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 จากกรณีเมื่อวันที่ 27 ก.พ.- 5 มี.ค.56 นายธาริต แถลงข่าวกล่าวหา นายสุเทพ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่มิชอบในการทำเรื่องขอเปลี่ยนแปลงโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง

โดยวันนี้ พระสุเทพ โจทก์ ได้เดินทางมาไต่สวนเพื่อตอบข้อซักค้านฝ่ายจำเลย ระบุว่า เรื่องการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน โจทก์เคยชี้แจงต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภา แต่ที่มีสื่อบางฉบับพาดหัวข่าวว่าเป็นโครงการอัปยศ และมีเนื้อข่าวว่านักการเมืองชื่อย่อ ส.เสือ ทุจริตโครงการนี้กว่า 6 พันล้านบาทนั้น โจทก์ไม่เคยได้รับทราบจึงไม่ได้ฟ้องร้อง เพราะสื่อก็ไม่ได้เจาะจงว่านักการเมืองที่มีตัวย่อ ส.เสือ นั้นหมายถึงใคร ขณะที่จำเลยที่ 1 แถลงข่าวเกี่ยวกับคดีนี้หลายครั้งทั้งที่จำเลยที่ 1 ไม่มีอำนาจรับคดีนี้ไว้พิจารณา แตกต่างจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีการแถลงข่าวในคดีนี้ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว

และการประมูลโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน ได้ดำเนินการไปตามปกติไม่มีการฮั้วประมูล การก่อสร้างก็ดำเนินการตามสัญญา ส่วนความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นในภายหลังก็มีหลายสาเหตุที่สืบเนื่องมาจากสัญญา เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างได้ตามกำหนด และโจทก์เคยสั่งห้ามไม่ให้มีการรื้อโรงพักเก่าออกก่อน เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในการบริการ โดยหลังทำสัญญาก่อสร้างสถานีตำรวจได้ไม่นาน โจทก์ก็พ้นจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี โดยการกำกับควบคุมดูแลการก่อสร้างที่ดำเนินการต่อไปจึงเป็นหน้าที่ของสตช.และรัฐบาลชุดใหม่

ทั้งนี้ภายหลัง พระสุเทพ เบิกความเสร็จสิ้นแล้ว ฝ่ายโจทก์แถลงหมดพยานเข้าไต่สวน ศาลจึงได้นัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับคำฟ้องหรือไม่ ในวันที่ 27 ม.ค.นี้ เวลา 10.00 น.

ขณะที่นายวิโรจน์ ภูมิศิริสวัสดิ์ ทนายโจทก์ เปิดเผยว่า สำหรับคดีนี้ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องได้นำพยานเบิกความรวม 2 ปาก ประกอบด้วย พระสุเทพ ในฐานะโจทก์ที่ตกเป็นผู้เสียหาย และพล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผบช.ภ.1 โดยวันนี้ พระสุเทพได้เดินทางมาเบิกความเป็นพยานเพื่อตอบการซักค้านของฝ่ายจำเลยเป็นปากสุดท้าย และศาลได้นัดฟังคำสั่งวันที่ 27 ม.ค.นี้