วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สรรเสริญ'ลั่นไม่มองข้ามเห็นต่างเปิดสัมปทานปิโตรฯ

"สรรเสริญ"ลั่นไม่มองข้ามความเห็นต่างเปิดสัมปทานปิโตรเลียม หลังนายกฯสั่งก.พลังงาน นำข้อสังเกตมาดูใหม่

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ไม่เห็นด้วยกับการเปิดสัมปทานติโตเลียมฯรอบที่ 21 ของกระทรวงพลังงาน ว่า ทาง สปช.ไม่ได้เสนอให้หยุดสร้างความมั่นคงทางพลังงาน แต่ให้ดูว่ามีรูปแบบใดที่เหมาะสมกว่า ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้พิจารณาแล้วว่า ไทยแลนด์ทรีพลัสดีดีกว่า เพราะเมื่อก่อนการแบ่งปันผลประโยชน์คือรัฐกับภาคเอกชนที่จะลงทุนต้องเอาเงินมารวมกันเพื่อสำรวจ หากเจอแหล่งพลังงาน จะมีการตกลงในรายละเอียดในแต่ละครั้ง ซึ่งเรื่องนี้เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลก็จะเกิดคำถามเรื่องผลประโยชน์ที่อาจจะมีกลุ่มการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่หากเป็นรูปแบบไทยแลนด์ทรีพลัส รัฐไม่ต้องทำอะไรเลย เอกชนลงทุนฝ่ายเดียว หากเจอแหล่งพลังงานก็ให้ต้นทุนในการสำรวจแก่เอกชนกลับไป ส่วนกำไรจะแบ่ง 2 ส่วน โดยรัฐได้ 70 % เอกชนได้ 30 % จึงมีความโปร่งใสชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งหากไม่ดำเนินการตามข้อตกลงรัฐสามารถสั่งระงับให้หยุดดำเนินการได้

"รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้อะไร บริษัทไม่ได้เอาเงินมาจ่ายให้เรา เพราะเอาเงินไปลงทุนสำรวจ เราจึงเห็นว่าไทยแลนด์ทรีพลัสดีกว่า แต่มาวันนี้เราลงนามในการเปิดให้คนมาสำรวจและผลิต ซึ่งเป็นสัญญาต่อเนื่องคือทั้งสำรวจและผลิต หากเราไม่ดำเนินการต่อไป คิดว่านักลงทุนต่างชาติจะเกิดความมั่นใจไหม มันไม่ใช่การซื้อขนม ซื้ออาหาร แต่เป็นการลงทุนทางธุรกิจ ต่อไปเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปประเทศใด เขาก็อาจบอกว่าอย่าไปคุย เพราะไทยเดี๋ยวซักเข้าแล้วก็ชักออก"พล.อ.สรรเสริญ กล่าว

พล.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ในเรื่องดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ ให้แนวทางชัดเจนว่ากระทรวงพลังต้องไปดูในรายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งอาจต้องไปปรึกษาผู้ที่เกี่ยวข้อง ในการเอาข้อสังเกตต่างๆที่เป็นประโยชน์มาดูใหม่ คงใช้เวลาไม่นานนัก หากมีการดำเนินการต่อ ผู้ที่ไม่เห็นด้วยจะได้รู้ว่ารัฐบาลไม่ได้เพิกเฉยต่อข้อคิดเห็นของเขา เพราะได้มีการปรับปรับในหลายจุด เรื่องดังกล่าวต้อสร้างความเข้าใจ วันนี้สังคมเข้าใจมาพอสมควร แต่จะให้ทุกคนเข้าใจทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ ในขณะเดียวกันคนในพื้นที่ก็อาจได้รับข้อมูลผิดพลาด ทางกระทรวงพลังงานคงต้องหาคนมาสร้างความเข้าใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่ามองว่าจะก่อให้เกิดความขัดแย้งบานปลายหรือไม่ พล.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า คิดว่าไม่ ในท้ายที่สุดสังคมต้องฟัง ถามว่าหากรัฐบาลหยุดมันจะเกิดอะไรขึ้น นักลงทุนทั้งหลาย ภาคเศรษฐกิจ จะเกิดความเชื่อมั่นหรือไม่ แต่ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยหยุดคิด เราหยุดคิดมาก่อนหน้านี้แล้ว และมีการเปรียบเทียบว่าอะไรดีกว่ากัน โดยนายกฯ ได้ให้แนวทางในการทำความเข้าใจ ในการเจาะให้ตรงเป้าหมายโดยนำพื้นฐานความเป็นจริงและข้อมูลที่ถูกต้อง และให้ประชาชนเป็นผู้อธิบายต่อๆกันไป

เมื่อถามว่าที่ผ่านมากระทรวงพลังงานให้ความจริงต่อสาธารณทั้งหมดแล้วหรือไม่ พล.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ก็พยายามให้ข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหมด เพราะวันนี้สังคมตรวจสอบได้ทุกเรื่อง ไม่มีอะไรตื้น ลึก หนา บาง หากสมมุติว่าเปิดสัมปทานเอกชนไม่มีอะไรต้องจ่ายให้รัฐบาล ยืนยันว่าไม่มี แต่เป็นไปตามสัญญาว่าเมื่อใดที่เริ่มสำรวจก็จะมีเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว