วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วิชา'ยัน'ยิ่งลักษณ์'เอี่ยวทุจริต อสส.จ่อฟ้องศาลฎีกาการเมือง

"วิชา" แจงกลางสภา "ยิ่งลักษณ์" มีเอี่ยวทุจริตจำนำข้าว อัยการสูงสุดเตรียมยื่นฟ้องศาลฎีกานักการเมือง

ด้านกระบวนการซักถามวุ่น อดีตนายกฯไม่ยอมมาตอบด้วยตัวเอง ส่งทีมทนายพร้อมอดีต 5 รัฐมนตรีชี้แจง สนช.ปิดห้องประชุมลับก่อนไม่อนุญาตบุคคลอื่นตอบแทน "นายกฯ" ยันปมถอดถอนต้องไม่เกิดความรุนแรง

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวานนี้ (16 ม.ค.) มีวาระสำคัญคือการพิจารณากระบวนการถอดถอน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง กรณีปล่อยปละละเลยไม่ยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว โดยเป็นขั้นตอนของการตอบข้อซักถามของคณะกรรมาธิการซักถาม (กมธ.ซักถาม) จากคู่กรณีทั้งสองฝ่าย คือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ นางสาวยิ่งลักษณ์

อย่างไรก็ตาม ตลอดการพิจารณาในฝั่งของนางสาวยิ่งลักษณ์ มีแต่การซักถาม โดยไม่มีการตอบชี้แจง เพราะนางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ได้เดินทางไปตอบข้อซักถามด้วยตัวเอง และที่ประชุม สนช.มีมติไม่ยินยอมให้ทีมทนายความและอดีตรัฐมนตรีรวม 9 คนเป็นผู้ตอบข้อซักถามแทน แม้ทั้ง 9 จะเตรียมพร้อมมาทำหน้าที่ชี้แจงแทนนางสาวยิ่งลักษณ์ก็ตาม

กมธ.ซักถามได้เตรียมคำถามไว้ทั้งสิ้น 49 คำถาม จากทั้งหมด 83 คำถาม โดยแบ่งเป็นการถาม ป.ป.ช. 14 คำถามจากเดิม 23 คำถาม และถาม นางสาวยิ่งลักษณ์ 35 คำถาม จากเดิม 60 คำถาม

นายพิชิต ชื่นบาน ทีมกฎหมายของนางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวก่อนเข้าร่วมประชุม สนช.ว่า เหตุผลที่ให้ทีมทนายและอดีตรัฐมนตรีมาตอบคำถามแทนนั้น เพราะต้องการใช้สิทธิตามข้อบังคับการประชุม สนช.ข้อ 154 ที่ระบุว่าให้ที่ประชุมสามารถซักถามประเด็นปัญหากับผู้เกี่ยวข้องได้ ซึ่งหมายถึงผู้แทนคดี ในกรณีนี้ทีมทนายความและอดีตรัฐมนตรีถือเป็นผู้แทนคดี จึงมีสิทธิตอบข้อซักถามแทนได้

ทั้งนี้ อดีตรัฐมนตรีมี 5 คน ได้แก่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายยรรยง พวงราช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โดยอดีตรัฐมนตรีเหล่านี้เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวอยู่แล้ว จึงสามารถชี้แจงแทนนางสาวยิ่งลักษณ์ได้

ที่สำคัญมีการพยายามใช้แทคติกขอยกเว้นข้อบังคับการประชุม เพื่อให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ มาตอบข้อซักถามเอง โดยบอกว่าเป็นหลักการว่าใครที่มาแถลงเปิดคดี ก็ควรมาตอบข้อซักถามเอง ซึ่งทีมทนายจับไต๋ได้ว่า การพยายามยกเว้นข้อบังคับดังกล่าวถือเป็นการสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบเพื่อให้การซักถามไปอยู่ในมือของ สนช.บางราย จนอาจทำให้เกิดความไม่เป็นกลางขึ้นได้

ประชุมลับกำหนดวิธีถาม-ตอบใหม่

ทันทีที่เริ่มประชุม ปรากฏว่ามีสมาชิก สนช.หลายคนลุกขึ้นทักท้วงไม่ให้ดำเนินกระบวนการซักถาม เนื่องจากนางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ได้มาชี้แจงด้วยตนเอง แม้ นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทีมทนายของนางสาวยิ่งลักษณ์พยายามชี้แจงว่าได้ดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมข้อ 154 แล้ว ที่ระบุให้ผู้เกี่ยวข้องมาตอบข้อซักถามแทนได้ แต่ สนช.หลายคนก็ยังไม่ยินยอม จนต้องมีการประชุมลับเพื่อหาข้อยุติในเรื่องดังกล่าว

ภายหลังการประชุมลับราว 40 นาที ที่ประชุม สนช.ได้กลับมาประชุมแบบเปิดเผยอีกครั้ง พร้อมทั้งได้เรียกตัวแทนคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้าห้องประชุม โดย นายพรเพชร พิชิตชลชัย ประธาน สนช.แจ้งว่า ที่ประชุมลับได้พิจารณาปรับปรุงวิธีการซักถามทั้งสองฝ่ายเสร็จแล้วในกรณีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ได้มาตอบคำถามด้วยตัวเอง จากนั้นที่ประชุมได้เริ่มต้นกระบวนการซักถามทันที โดยเริ่มจากฝั่ง ป.ป.ช.ก่อน

ยัน"ยิ่งลักษณ์"เอี่ยวทุจริต-อสส.จ่อฟ้อง

คำถามสำคัญๆ ก็เช่น เมื่อนางสาวยิ่งลักษณ์พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว เหตุใด ป.ป.ช.จึงยังคงดำเนินการถอดถอนอยู่ ซึ่ง นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.ชี้แจงว่า ป.ป.ช.ไม่ได้กล่าวหานางสาวยิ่งลักษณ์ว่าทุจริตโดยตรง แต่มีพฤติการณ์ส่อทุจริต และมีข้อสงสัยว่านางสาวยิ่งลักษณ์เกี่ยวพันกับการทุจริตหรือไม่ ซึ่งการดำเนินคดีอาญานั้น คณะทำงานร่วมระหว่าง ป.ป.ช.กับอัยการสูงสุดได้ข้อยุติแล้วว่านางสาวยิ่งลักษณ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตด้วย ซึ่งอัยการสูงสุดกำลังพิจารณาฟ้องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในเร็วๆ นี้

ส่วนกรณีที่นางสาวยิ่งลักษณ์พ้นจากตำแหน่งนายกฯไปแล้ว สนช.ก็ยังมีอำนาจถอดถอนอยู่ เพราะยังมีโทษถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี

"การตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลชุดที่แล้ว ได้มอบให้บุคคลคนเดียวไปตรวจสอบ อีกทั้งตรวจสอบภายในวันเดียว ไม่เหมือนกรณีของรัฐบาลปัจจุบันที่ตรวจสอบโดยใช้เวลา มีการพิสูจน์ดีเอ็นเอข้าวจนสามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้อย่างชัดเจน การทุจริตโครงการรับจำนำข้าวต้องยับยั้งตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ปล่อยให้ลุกลามกลายเป็นขบวนการ"

กระบวนการเหล่านี้ต้องสร้างระบบคุณธรรม จริยธรรม กลั่นกรองผู้ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้มีคุณธรรม จริยธรรมสูงกว่าคนปกติ ไม่ใช่ใครก็มาเป็นได้ ต้องมีหิริโอตตัปปะ คือ เกรงกลัวและละอายต่อบาป

นายวิชา กล่าวว่า กระบวนการปรองดองกับการนำผู้กระทำผิดมาลงโทษมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง หากนำมารวมกันจะทำให้กลไกการปรองดองผิดเพี้ยนได้

ถามข้างเดียว-ทีมทนายไม่ต้องตอบ

เมื่อถึงการซักถามฝ่ายนางสาวยิ่งลักษณ์ พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร ประธาน กมธ.ซักถาม ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า จากการหารือร่วมกันระหว่าง กมธ.ซักถามกับเจ้าของญัตติคำถามนั้น เห็นควรว่าให้ดำเนินการซักถามผู้ถูกกล่าวหาต่อไป โดยประสงค์ให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ตอบคำถามเท่านั้น โดยไม่ต้องมีคำตอบจากตัวแทนผู้ถูกกล่าวหา

ทั้งนี้ ทีมทนายและอดีตรัฐมนตรีที่เตรียมชี้แจงแทนนางสาวยิ่งลักษณ์ได้พยายามทักท้วง แต่ นายสมชาย แสวงการ สนช. ได้ลุกขึ้นกล่าวว่า การถามคำถามยังถือว่าเป็นประโยชน์กับผู้ถูกกล่าวหา เพราะสามารถนำไปเขียนในสำนวนในวันแถลงปิดคดีได้ ถือว่าเป็นการให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาแล้ว

จากนั้นที่ประชุมได้เข้าสู่กระบวนการซักถาม โดยนายสุธรรม พันธุศักดิ์ กมธ.ซักถาม ได้ถามว่าตามที่มีตัวเลขยืนยันความเสียหายของโครงการรับจำนำข้าวมากกว่า 5 แสนล้านบาท ยังไม่ได้รวมกับค่าเสื่อมของข้าวในสต็อกที่เหลืออยู่นั้น จึงขอถามว่า1.ในฐานะที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นนายกฯ และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ทราบเรื่องความเสี่ยง ข้อทักท้วง และตัวเลขความเสียหายของโครงการหรือไม่

2.ความเสียหายต่อเนื่องจะส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของประเทศ เหตุใดถึงไม่ระงับหรือชะลอ 3.ผู้ถูกกล่าวหาได้แสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายอย่างไร เป็นต้น

ต่อจากนั้น กมธ.ซักถาม ได้ลุกขึ้นถามไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหมดคำถาม ที่ประชุมจึงลงมติกำหนดวันแถลงปิดคดีของนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นวันที่ 22 ม.ค.

นายกฯลั่นปมถอดถอนต้องไม่มีรุนแรง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการพิจารณาถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ ออกจากตำแหน่ง ซึ่งเจ้าตัวไม่ยอมเดินทางไปตอบข้อซักถามต่อ สนช.ด้วยตนเองว่า "ไม่รู้ กฎหมายเขาว่าอย่างไร มาได้หรือไม่ได้ เมื่อผู้ถูกกล่าวหาไม่มาแล้วว่าอย่างไรต่อ ผู้ถูกกล่าวหาก็ยังสามารถมาชี้แจงได้อีกครั้งในวันที่แถลงปิดคดี ผมรู้แล้วว่าที่ตัวแทนผู้ถูกกล่าวหาตอบไม่ได้ เพราะเขาไม่ให้ตอบ"

ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่านายกฯติดตามคดีการถอดถอนตลอดใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า"ไม่ได้ตามเลยมั้ง นอนเล่น โธ่เอ๊ย ผมตามทุกเรื่องนั่นแหละ"

เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่า จะเกิดการเคลื่อนไหวจากพรรคการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "จะเกิดอะไรล่ะ ไม่เกิดหรอก เกิดไม่ได้ ประชาชนต้องไปเรียนรู้เองว่าจะต้องอยู่อย่างไร ถ้าจะเกิดอะไรขึ้น จะใช้ความรุนแรงหรือ ไม่ได้ ผมไม่ยอม ก็จะใช้มาตรการทางกฎหมาย แล้วไม่กลัวกฎหมายกันหรือ จะใช้ความรุนแรงกันหรือ"