วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

มั่นใจก.ม.ประมงใหม่ปลดล็อกใบเหลืองอียู

มั่นใจก.ม.ประมงใหม่ปลดล็อกใบเหลืองอียู ตั้งเป้าส่งออกทูน่าปี58แตะ6.7แสนตันมูลค่า 9.5 หมื่นล้าน

เกษตรฯ ระบุกฎหมายประมงฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ในเดือน เม.ย.นี้ ลั่นปลดล็อกใบเหลืองกฎไอยูยู กฎหมายใหม่กำหนดโทษเรือทำประมงนอกน่านน้ำผิดกฎหมายปรับ 1-30 ล้านบาท พร้อมขึ้นบัญชีดำ ขณะที่เรือไทยทุกลำต้องขอใบอนุญาต สมาคมทูน่าหนุนรัฐออกกฎหมายประมงเข้ม

นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่สหภาพยุโรป(อียู) จะให้ใบเหลืองกับไทยในเดือน ก.พ.นี้ เนื่องจากผลการประเมินการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU ) ของไทยไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบIUU ของอียู โดยให้ระยะเวลา อีก 6 เดือนในการแก้ไขปัญหาเพื่อทำการปลดใบเหลืองดังกล่าว มิเช่นนั้นไทยอาจถูกขึ้นบัญชีไม่สามารถส่งออกสินค้าประมงที่มีมูลค่าถึง 32,000 ล้านบาท จากมูลค่าการส่งออกสินค้าประมงรวม 252,691 ล้านบาทไปอียูได้

กรมประมงได้จัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) 6 แผนงานคือ 1.การจดทะเบียนเรือ ประมง และออกใบอนุญาตทำการประมง 2.การควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมง 3.การจัดทำระบบติดตามตำแหน่งเรือ(VMS) 4.การปรับปรุงระบบการตรวจสอบย้อนกลับ 5.การปรับปรุง พ.ร.บ.การประมง และ 6.การจัดทำแผนระดับชาติในการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย

สำหรับกฎหมายประมงฉบับใหม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแล้ว คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในเดือน เม.ย. นี้ มีสาระสำคัญเพิ่มเติม เช่น กำหนดเขตประมงชายฝั่ง ห้ามครอบครองเครื่องมือประมงที่อันตรายต่อพันธุ์สัตว์ มีการตั้งคณะกรรมการประจำจังหวัดโดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม การส่งเสริมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและสุขอนามัยสัตว์น้ำ

ควบคุมและป้องกันเรือประมงต่างชาติที่อยู่ในบัญชีรายชื่อเรือประมงที่ทำผิดกฎหมายที่เข้ามาเทียบในประเทศ มีการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อให้แน่ชัดว่าสัตว์น้ำที่ได้มา หรือเรือต่างชาติดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำประมง ไอยูยู ในกรณีที่เรือประมงต่างชาติฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมีโทษปรับตั้งแต่ 1-30 ล้านบาท

“ผมมั่นใจว่าจะผ่านพ้นใบเหลืองของอียูไปได้ แต่ทุกคนต้องช่วยกัน ซึ่งโดยทั่วไปเมื่อได้ใบเหลืองแล้ว ยังมีความเป็นไปได้ที่อียูจะขยายระยะเวลาให้ไทยปรับปรุงตัวต่ออีกระยะหนึ่ง ยังไม่เปลี่ยนเป็นใบแดงเลยทีเดียว “ นายปีติพงศ์ กล่าว

นายชนินทร์ ชลิศราพงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย กล่าวว่า มาตรการต่างๆที่กระทรวงเกษตรฯกำหนดขึ้น เชื่อมั่นว่า จะสามารถแก้ข้อกล่าวหาของอียูที่จะให้ใบแดง หรือห้ามนำเข้าสินค้าประมงจากไทยหลังจากที่ให้ใบเหลืองกับไทยตั้งแต่เดือน ก.พ. นี้

ไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าประมงรายใหญ่ โดยเฉพาะทูน่า มีการนำเข้าวัตถุดิบกว่า ปีละ 8-9 แสนตัน มูลค่า 4-5 หมื่นล้านบาท ภายหลังการแปรรูป มีการส่งออกถึงปีละ 1.2 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้ส่งออกในตลาดอียู 1.2 หมื่นล้านบาทหรือเพียง 10 % หากประเทศผู้นำเข้ารายอื่นกำหนดระเบียบที่เข้มขึ้นตามอียู จะทำให้เกิดผลกระทบมาก

ในส่วนทูน่าต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบทำให้ยังมีปัญหาเรื่องการออกใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าจากประเทศต้นทาง ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อกำหนดการตรวจสอบย้อนกลับของอียู โดยต้องเร่งรัดให้เร็วขึ้น

นอกจากนี้ผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น บริษัทไทยยูเนี่ยน โฟร่เซ่น โปรดักส์ หรือทียูเอฟ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหารจำกัด หรือซีพีเอฟที่มีฐานการส่งออกทั่วโลก ต้องชี้แจงกับลูกค้าให้ทราบถึงมาตรการต่างๆของไทย ที่เป็นการช่วยทางราชการอีกทาง

สำหรับการส่งออกทูน่าของไทยในปี 57 ที่ผ่านมารวม 6.3 แสนตัน มูลค่า 9 หมื่นล้านบาท คาดว่าในปี 58 จะส่งออกได้ 6.6-6.7 แสนตัน มูลค่า 9.5 หมื่นล้านบาท