วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.ยกร่างรธน.ห้ามสื่อใช้คำพูดยั่วยุ

กมธ.ยกร่างรธน.ห้ามสื่อ ใช้คำพูดยั่วยุ เหตุเป็นรากฐานความขัดแย้ง พร้อมให้เพศสภาพได้รับความคุ้มครองเป็นครั้งแรก

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงถึงความคืบหน้าในการยกร่างรัฐธรรมนูญรายมาตรา ในหมวด 2 ประชาชน ส่วนที่ 2 สิทธิและเสรีภาพของบุคคลว่า จุดเด่นของหมวดสิทธิเสรีภาพของบุคคลมีการแยกเป็น 3 ส่วน คือ บททั่วไป สิทธิมนุษยชน และสิทธิพลเมือง โดยมีคำใหม่ปรากฏในร่างรัฐธรรมนูญ คือ บัญญัติว่าบุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน โดยมีการเพิ่มคำว่า “เพศสภาพ” เข้ามาด้วย ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นในการคุ้มครองเสรีภาพของคนกลุ่มนี้ แต่ยังไม่ถึงขั้นรับรองการสมรสระหว่างคนเพศเดียวกัน โดยเห็นว่าในส่วนนี้น่าจะไปอยู่ในกฎหมายลำดับรองมากกว่า

โฆษกคณะกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเติมเนื้อหาเกี่ยวกับการจำกัดเสรีภาพ คือ การจำกัดเสรีภาพเพื่อป้องกัน หรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจ หรือสุขภาพของประชาชน หรือเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเกลียดชังกัน ระหว่างคนในชาติ หรือศาสนา หรือการใช้ความรุนแรงระหว่างกัน ซึ่งเป็นการบัญญัติตามสภาพปัญหาในปัจจุบัน ที่มีการใช้คำพูดยั่วยุหรือที่เรียกว่า hate speed

"ในประเด็นนี้จะเกี่ยวพันถึงการใช้เสรีภาพของสื่อสารมวลชนในทุกแขนง รวมถึงในโลกออนไลน์ด้วย เนื่องจากการใช้ถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังเป็นรากฐานของปัญหาความแตกแยกในสังคม จึงจำเป็นต้องมีการควบคุมซึ่งจะต้องมีกฎหมายและองค์กรวิชาชีพเข้ามาควบคุมเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจจะต้องมีการแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มฐานความผิดในการกำหนดโทษเพิ่มเติมด้วย แต่การจำกัดเสรีภาพดังกล่าวต้องไม่เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ"นายคำนูณ กล่าว

นายคำนูณ กล่าวว่า ในส่วนของการจำกัดเสรีภาพต้องตีความแบบแคบ เพราะรัฐธรรมนูญมีเจตนาที่จะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออก เช่น การใช้สัญลักษณ์อย่างใดอย่างหนึ่งในการเคลื่อนไหว แต่สาเหตุที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ นำประเด็นเกี่ยวกับการใช้ถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง มาบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อจำกัดเสรีภาพ เนื่องจากเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องมีบทบัญญัติกฎหมาย ดูแลเพื่อให้เท่าทันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลิดรอนสิทธิประชาชนจนเกินกว่าเหตุ ซึ่งหลังจากนี้น่าจะมีการต่อยอดในการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดนิยามที่ชัดเจนเกี่ยวกับ “ถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง” ว่ามีความหมายอย่างไร

โฆษกคณะกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่แตกต่างไปจากรัฐธรรมนูญปี 50 เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สิน ว่าการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้ประโยชน์ในกิจการสาธารณะ ต้องชดใช้ค่าทดแทนที่เป็นธรรมภายในเวลาอันควร โดยคำนึงถึงราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาด การได้มา สภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ ความเสียหายของผู้ถูกเวนคืนและประโยชน์ที่รัฐและผู้ถูกเวนคืนได้รับจากการใช้สอยอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืน

นายคำนูณ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดแผนการทำงานในสัปดาห์นี้ ว่าจะยกร่างรัฐธรรมนูญให้ได้ 89 มาตรา โดยในขณะนี้ยกร่างได้แล้ว 51 มาตรา และในวันนี้จะพยายามพิจารณาให้ได้ 16 มาตรา รวมสามวันน่าจะพิจารณาได้ 67 มาตราอีกด้วย