"ผอ.สำนักงบ" ระบุ"นายกฯ"สั่งจัดงบให้หน่วยงานทำแผนป้องกันโกง พร้อมประกาศจำนวนงบฯลงหน้าเว็บฯ ให้ปชช.ตรวจสอบได้
นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(คตช.)ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปี ท่านนายกฯได้กำหนดให้เป็นนโยบายว่าจัดทำงบฯปี 2558 เป็นปีแรกที่ให้มีแผนบูรณาการเรื่องของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบในภาครัฐ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการให้มีความสอดรับการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี 3 ภารกิจ 1.ในเรื่องของการสร้างกลไกป้องกันการทุจริตให้เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ 2.สร้างความตระหนักรู้ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และ3.เสริมสร้างความเข้มแข็งในการปราบปรามการทุจรติ โดยการตั้งงบฯในส่วนนี้ของปี 2558จำนวน 2,106ล้านบาทเศษ และในปีงบฯ 2559 ก็ยังมีแผนบูรณาการดังกล่าวฯเช่นกัน ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงที่ส่วนราชการแต่ละหน่วยเสนอแผนบูรณาการเรื่องของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบในภาครัฐมาที่สำนักงบประมาณ ซึ่งมี 104 หน่วยงาน เสนอความต้องการใช้งบประมาณจำนวน 4,650ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี58 จำนวน 2,544ล้านบาท ทั้งนี้มีสำนักงานคณะกรรมการและป้องกันการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)และกระทรวงยุติธรรมเป็นหน่วยงานเจ้าภาพร่วม
ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ในที่ประชุมพูดถึงเรื่องการสร้างความโปร่งใสให้ประชาชนมีส่วนรับรู้ต้นทางและงบประมาณฯว่าไปลงอยู่ในพื้นที่ใดบ้าง เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามทุจริต โดยในปีงบฯ2558 สำนักงบประมาณมีการจัดทำรายละเอียดงบประมาณร่ายจ่ายการลงทุนลงพื้นที่เป็นเอกสารประกอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 และ 2559 ก็จะดำเนินการจัดทำเช่นกัน และจะมีการประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงบประมาณ www.bb.go.th ด้วย ที่จะมีรายละเอียดต่างๆของงบประมาณอยู่ในหน้าเว็บไซต์เพื่อให้ประชาชนทราบว่ามีอะไรและติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของภาครัฐได้
ผอ.สำนักงบประมาณ กล่าวอีกว่า สำนักงบประมาณได้นำเสนอในที่ประชุมว่าในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง เนื่องจากมีการประกาศลดราคาน้ำมันดีเซลตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2557 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีผลต่อราคาค่าก่อสร้าง ที่ลดได้ประมาณ 1-10% กว่า เลยมีการเสนอมาตรการเรื่องของการกำหนดมาตรการต่อรองราคาค่าก่อสร้าง โดยเสนอเป็น 2 กรณีใหญ่ คือ หนึ่ง กรณีที่มีการกำหนดราคากลางก่อนวันที่ 16 ธันวาคม 2557 ให้มีการคิดราคากลางใหม่ และให้มีการต่อรองกับผู้เสนอราคาต่ำสุดตามราคากลางใหม่ที่คิดตามราคาดัชนีวัสดุก่อสร้าง และดัชนีราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ประกาศใหม่ ก็จะประหยัดงบประมาณบางส่วน และเป็นการที่ทำให้เกิดราคากลางที่เหมาะสม เป็นธรรม โปร่งใส และประเด็นนี้จะต้องมีการนับวันค่า K ใหม่ โดยคิด ณ วันที่เจรจาต่อรองหรือ ณ วันที่มีการเปิดซอง และสอง ให้หน่วยงานภาครัฐสามารถคิดราคากลางตามผู้ประเมินราคากลางใหม่ ตามดัชนีราคาน้ำมันและราคาวัสดุใหม่ที่ประกาศหลังวันที่ 16 ธ.ค. 2557 และดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการพัสดุต่อไป คือ มีการประกาศ เสนอราคาและเจรจาเพื่อทำสัญญาต่อไป





