"ดีเอสไอ" เตรียมสั่งฟ้อง "เสี่ยพ." ผู้นำเข้ารถจดประกอบกพ.นี้ เผยศุลกากรจ่อเรียกรถหรู548คัน จ่ายภาษีให้ครบ
พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฎิบัติการคดีพิเศษภาค เปิดเผยภายหลังการจัดประชุมเร่งรัดการทำงานคณะทำงานสอบสวนคดีพิเศษกรณีขบวนการลักลอบนำรถยนต์จดประกอบจากอุปกรณ์ชิ้นส่วนเก่าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย โดยระบุว่า หลังจากดีเอสไอตรวจสอบรถยนต์จดประกอบจากอุปกรณ์ชิ้นส่วนเก่าราคาสูงตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 548 คัน และตรวจเสร็จไปแล้วร้อยละ 70 ต่อมาได้ส่งให้กรมศุลกากรพิจารณาเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม ตามพรบ.อัตราภาษีศุลกากร ซึ่งขณะนี้ขั้นตอนอยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนการดำเนินคดีอาญากับกลุ่มขบวนการทำรถยนต์จดประกอบนั้นคดีมีความคืบหน้ามากกว่าร้อยละ 90 เชื่อว่าจะสามารถสรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้
ส่วนสาเหตุที่คดีมีความล่าช้าเนื่องจากมีเอกสารทางคดีจำนวนมาก โดยรายใหญ่ที่สุด คือ กลุ่มของ เสี่ย " พ " ซึ่งพบหลักบานสั่งนำเข้ารถยนต์เบนท์ลี่ เป็นการนำเข้ารถยนต์ใหม่ทั้งคันแต่สำแดงเท็จเป็นการนำเข้าอะไหล่รถยนต์แยกชิ้นส่วนเพื่อนำมาจดประกอบ ส่วนคดีอื่นๆ อาทิ ขบวนการโจรกรรมรถยนต์จากมาเลเซียมาทำเอกสารรถยนต์จดประกอบเพื่อจดทะเบียนในจังหวัดปราจีนบุรี คดีโจรกรรมรถจากมาเลเซียมาจดทะเบียนเป็นรถจดประกอบในจังหวัดศรีสะเกษแต่เกิดเพลิงไหม้ที่นครราชสีมา คดีลักลอบนำเข้ารถยนต์มาเตรียมการจดทะเบียนเป็นรถจดประกอบแต่ถูกตำรวจสน.ตลาดพลูตรวจยึดได้ก่อน และคดีนำรถออกจากเขตปลอดอากร(Free Zone)นำมาประมูลขายที่กรมศุลกากรถึง 2 ครั้ง ดีเอสไอจะเร่งรัดการสอบสวนเพื่อสรุปสำนวนสั่งฟ้องโดยเร็ว นอกจากนี้จะส่งเรื่องให้กรมศุลกากรดำเนินการกับขบวนการลักลอบนำเข้ารถยนต์หลีกเลี่ยงภาษี ล่าสุดกรมศุลกากรเตรียมเรียกผู้ครอบครองรถยนต์หรูจำนวน 548 คันนำเงินภาษีมาชำระให้ครบ ส่วนรถยนต์หรูอีกกว่า. 100 คัน ที่ไม่ยอมนำรถเข้าตรวจสภาพทั้งภาคสมัครใจ และภาคบังคับดีเอสไอจะจัดชุดออกติดตามยึดรถ
พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวอีกว่า สำหรับรถยนต์ลัมดบกินีของนายปรกณ์ ฉัตรบริรักษ์ ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นรถยนต์ที่ซื้อจากเกรย์มาร์เก็ตไม่ได้แจ้งนำเข้าแบบจดประกอบ





