วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'เผยส่งตัวแทนหารือสนช.-สปช.15ม.ค.

"ประยุทธ์"เผยส่งตัวแทนหารือสนช.-สปช.15 ม.ค. รับฟังและทบทวนแผนการดำเนินงาน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม. ถึงการมอบหมายให้ตัวแทนรัฐบาลคือนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และนายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปพูดคุยกับทาง สปช.และ สนช.ในวันที่ 15 ม.ค. ว่า ก็เป็นการไปสอบถามว่ามีการดำเนินการไปถึงไหนอย่างไร และเมื่อมีการรายงานเข้ามาตนก็จะรับฟังทั้งเหตุและผลว่าสิ่งที่มีการรายงานเข้ามาเป็นอย่างไร เป็นเรื่องการทบทวน และรายงานความคืบหน้า ซึ่งอาจมีบางอย่างที่ต้องสอบถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้นก็ถือเป็นการรับฟัง แต่ทั้งหมดยังไม่ได้ข้อยุติ จะมีการสรุปข้อยุติในช่วงปลายปี ก็ต้องรอฟังและพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการตามหรือไม่ ถ้าไม่ หรือมีการทะเลาะกันมากก็ตั้งขึ้นมาใหม่

ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่บังเอิญวันที่ 15 ม.ค.ที่ตัวแทนรัฐบาลจะไปพบกับทาง สนช.และ สปช.นั้นใกล้กับวันพิจารณาถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐทนตรี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แล้วจะมาโยงกันทำไม ทุกคนมีแผนงานของตัวเองอยู่แล้วขอร้องว่าอย่าเอาไปโยงกัน

"อย่างวันนี้เดี๋ยวก็มีการนำไปเชื่อมโยงอีกว่าระหว่างที่ สนช.กำลังพิจารณาเรื่องการถอดถอน กระทรวงพาณิชย์ก็ไปแจ้งความเรื่องการรับจำนำข้าว เป็นการไล่ล่า ซึ่งตามข้อเท็จจริงมีการเตรียมการมานานแล้ว ซึ่งมีการมาถามผมเช่นกัน ซึ่งก็ได้ให้คำแนะนำไปแล้วว่าให้ทำตามตารางโรดแม็ปที่วางไว้ หากบังเอิญมาเจอกันก็ไม่เป็นไร ขอร้องว่านำมาพันกันจนเกิดความขัดแย้ง"นายกรัฐมนตรี กล่าว

เมื่อถามว่าแต่วันนี้มีความคิดเห็นที่แตกต่างภายใน สนช.เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่สิ้นสุดแล้ว กับกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ (กฎหมายลูก) จะถือว่าสิ้นสุดด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างมีอารมณ์ ว่า "ก่อนหน้านี้ก็กล่าวหาว่าผมตั้ง สนช.มาสามารถควบคุมได้ทุกอย่าง แล้วมาบอกว่ามีความเห็นต่าง แล้วจะให้ทำอย่างไร มาบอกให้ผมตัดสินในฐานะที่เป็นหัวหน้า คสช.ไม่ได้ วันนี้ต้องฟังฝ่ายกฎหมายว่าจะมีความเห็นอย่างไรก่อน แล้วพวกสื่อในฐานะประชาชนมีความคิดว่าอย่างไร"

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าสรุปว่าเรื่องการถอดถอนอดีตนายกรัฐมนตรี นายสมศักดิ์ เกียรติ์สุรนนท์ และนายนิคม ไวรัชพานิช ยังสามารถทำได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “วันนี้ก็ยังพิจารณาอยู่ไม่ใช่หรือ ยังไม่มีการลงมติรอให้มีการลงมติมาก่อน สนช.ก็จะบอกมาเองว่าทำได้หรือทำไม่ได้แล้วค่อยไปว่ากัน ถ้ารัฐธรรมนูญไม่อยู่จะใช้อะไรเป็นเครื่องมือถอดถอน ก็ต้องมาดูว่าพฤติ กรรมเป็นอย่างไร เพราะบางครั้งพฤติกรรมกับกฎหมายก็ขัดแย้งกันอยู่ ทุกคนก็เห็นว่าบางเรื่องผิดแต่กฎหมายก็ปล่อยคนไปจำนวนมากเพราะมีทั้งทนาย มีการต่อสู้คดี ซึ่งคดีนี้ก็เหมือนกับคดีอื่นๆ ก็ต้องดูว่าเป็นอย่างไร บางคนไม่ผิดก็ถูกให้ติดคุก ถ้าเรามองทุกอย่างเป็นธรรมชาติก็ไม่มีความขัดแย้ง แต่ถ้ามองเป็นเรื่องคอขาดบาดตายมันไม่ได้ ต้องให้ความเป็นธรรมกับคนอื่นด้วย ผิดคือผิด กฎหมายพิจารณาว่าผิดก็ต้องถูกลงโทษ แต่ถ้ากฎหมายบอกว่าไม่ผิด ไม่มีการลงโทษแต่จิตสำนึกก็ต้องรู้ว่าผิดหรือถูก”

ผู้สื่อข่าวถามว่าทาง คสช.มองว่ากรณีดังกล่าวผิดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตอบแล้วว่าให้ฝ่ายกฎหมายไปพิจารณาถ้ากฎหมายใช้ไม่ได้แล้วควรเอาอะไรมาใช้อย่างมีเหตุและผล วันนี้ก็ต้องถามประชาชนด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ประเทศเกิดความเสียหายในขณะนี้คือความขัดแย้ง ถ้าไม่มีความขัดแย้งทุกอย่างก็น่าจะดีขึ้น ทุกอย่างต้องการความมีเสถียรภาพ

"ประชาธิปไตยผมบอกเสมอว่าให้รอนิดหนึ่งก็จะออกมาตามโรดแม็ป วันนี้เราต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ ทั้งภาคเศรษฐกิจภายในประเทศ การส่งออก การสร้างนวัตกรรม การสร้างแบรนด์ใหม่ๆ แต่ที่ผ่านมาพูดแล้วไม่ทำ วันนี้รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม สิ่งไหนทำได้ก็ทำ ขอร้องอย่ามากล่าวหาว่าปัญหาเกิดขึ้นเพราะตนเข้ามาบริหารงานมันไม่ใช่ มันเป็นระเบิดเวลามานานแล้ว หรือที่เรียกว่ากับดักประชาธิปไตย ซึ่งประชาธิปไตยคือการเลือกตัวแทนเข้ามาทำหน้าที่ในการบริหาร ตัดสินใจ มาทำให้เกิดประโยชน์ ก็ต้องถามกลับว่าทำได้แค่ไหน ถ้าทำได้ดีผมคงไม่ต้องเขามาจนเหนื่อยขนาดนี้ ไม่ต้องมาแก้ปัญหาทุกวัน ดังนั้นจึงต้องวางอนาคตให้ดี อย่ารังเกียจผม เพราะเข้ามาทำหน้าที่ก็รับทุกเรื่องส่วนจะดีหรือไม่นั้นไม่ทราบแต่ก็ได้ทำ เพราะที่ผ่านมาทำบ้างไม่ได้ทำบ้าง"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่าคิดว่าวันนี้จะนำพาประเทศก้าวข้ามกับดักประชาธิปไตยไปได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คิดอยู่และคิดว่าต้องทำได้ ถ้าไม่ได้ก็ต้องอยู่ที่พวกท่าน ตนไม่สามารถทำได้หากประชาชนและทุกฝ่ายไม่ให้ความรวมมือ “ไม่มีใครทำได้ ผมคิดหรือสั่งให้ตาย ถ้าประชาชนไม่เห็นด้วย ไม่ให้ความร่วมมือกับผมสักเรื่อง มีแต่คำถามเลือกตั้ง แล้วผมจะทำได้อย่างไร อีกฝ่ายก็มาพูดให้ระวังการทุจริตอยู่นั้นแล้วทำไมตอนอยู่ไม่ทำกัน ส่วนเป็นใครไม่รู้ แต่คนไม่ดีผมไม่เคารพอยู่แล้ว คนดีมีอีกเยอะแยะ แต่คนไม่ดีก็มีอยู่ ถ้าก่อนหน้านี้เขาไม่ทำแต่พอผมเข้ามาแล้วมาทำแต่กลับถูกโจมตีว่าทำทำไม อย่างนั้นผมไม่ทำไม่ดีกว่าหรือนั่งเสวยสุขไปเรื่อยๆ มีการเลือกตั้งผมก็กลับไปนอนสบายที่บ้าน ไม่ต้องเหนื่อยไม่ต้องโดนด่าด้วย วันนี้จะผิดหรือถูกผมไม่รู้ แต่ประเด็นคืออะไรคือตัวปัญหา หรือก่อให้เกิดปัญหาสิ่งนั้นต้องสอบสวน รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลเฉพาะกาล เข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและสานต่องานเพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาลต่อไป ซึ่งยังมีเรื่องอีกมาก”