เปิดความเห็นแย้งกมธ.ยกร่างฯ ควรให้อัยการร่วมพิจารณาความผิดใดเข้าข่ายล้มล้างการปกครองก่อนสงศาลรธน.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาหมวด 2 ประชาชน ส่วนที่ 2 ว่าด้วยสิทธิ เสรีภาพของบุคคล (1/2/2) 3 หรือตรงตามมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญ 2550 เดิม นั้น ได้มีกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้แสดงความเห็นให้แก้ไข และเพิ่มเติมบทบัญญัติ อย่างหลากหลาย โดยมีประเด็นสำคัญ คือ การยื่นเรื่องที่ประชาชนพบเห็นการกระทำที่ล้มล้างการปกครองไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ควรผ่านชั้นการตรวจสอบข้อเท็จจริงในชั้นของอัยการสูงสุดก่อน รวมไปถึงการกำหนดคำนิยามว่าการกระทำที่เป็นการล้มล้างระบบปกครองด้วยว่าจะครอบคลุมกรณีใดบ้าง เพื่อไม่ให้ใช้เป็นการกลั่นแกล้งกันทางการเมือง โดยมีการยกตัวอย่าง คือ การใช้เสรีภาพทางวิชาการเขียนข้อความผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊คที่เกี่ยวกับการปกครอง จะถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครองหรือไม่ เป็นต้น ส่วนประเด็นการให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดกรณีใด และสั่งการอื่นใด ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนุญว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญและวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ นั้นมีความกังวลว่าศาลรัฐธรรมนูญจะใช้อำนาจสั่งการให้เลิกการกระทำนั้นๆ ได้อย่างเดียว หรือสามารถชี้ขาดให้ยุบพรรคการเมืองได้ตามแนวของรัฐธรรมนูญ 2550 เดิม
ทั้งนี้ยังมีข้อถกเถียงถึงการเขียน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญและวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าจะเขียนบทบัญญัติให้ครอบคลุมการสั่งการลักษณะดังกล่าวหรือกำหนดบทลงโทษด้วยหรือไม่ หรือคำสั่งคำสั่งของรัฐธรรมนูญนั้นจะมีผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริงหรือไม่ โดยมีกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ยกตัวอย่างของเหตุการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา คือการขัดขวางการเลือกตั้ง หากมีผู้ที่ยื่นเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้วศาลรัฐธรรมนูญจะมีอำนาจสั่งการให้ยุติการขัดขวางการเลือกตั้งได้แท้จริงหรือไม่ หรือมีบทปฏิบัติใดๆ ที่เกิดขึ้นหลังคำชี้ขาดหรือไม่ ทั้งที่หลักปฏิบัติจริงผู้ที่ขัดขวางการเลือกตั้งนั้นต้องถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวที่ประชุมกมธ.ฯ มีข้อสรุปคือนำประเด็นอภิปรายของกมธ.ฯ ไปหารือไปในรายละเอียดส่วนของการพิจารณากฎหมายลูก





