วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตากมธ.ยกร่างรธน.'รายมาตรา'

(รายงาน) จับตากมธ.ยกร่างรธน.'รายมาตรา' ชี้รธน.ใหม่ต้องตอบโจทย์ ความต้องการประชาชน

วันนี้ (12 ม.ค.) ถือเป็นวันดีเดย์ที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน จะเริ่มพิจารณาการยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นรายมาตรา

ก่อนหน้านี้ หลังจากกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ประมวลความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พรรคการเมือง และภาคประชาชน ที่ได้เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ก็ได้นำมาสังเคราะห์เป็นกรอบการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยแบ่งเป็น 246 ประเด็น แยกออกเป็น 272 เรื่อง

และกมธ.ยกร่างได้มอบหมายให้คณะอนุกมธ.ยกร่างบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ที่มี นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ เป็นประธาน ไปดำเนินการยกร่างเป็นรายมาตราเบื้องต้น ก่อนส่งให้กมธ.ยกร่างเริ่มพิจารณาอย่างเป็นทางการในวันนี้

สำหรับปฏิทินการทำงานของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ เป็นดังนี้

วันที่ 12-16 ม.ค.พิจารณารายละเอียดทั้งหมดในกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญชุดใหญ่ ในส่วนของบททั่วไป และภาค 1 ว่าด้วยพระมหากษัตริย์และประชาชน

วันที่ 19-21 ม.ค. พิจารณาหมวด 3 ว่าด้วยหลักนิติธรรมและศาล

วันที่ 22-28 ม.ค. พิจารณาหมวด 3 ในส่วนของการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

วันที่ 29 ม.ค.-13 ก.พ. ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ พิจารณาภาค 2 ส่วนของรัฐสภา

วันที่ 16-27 ก.พ. ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ พิจารณาในส่วนของคณะรัฐมนตรี

วันที่ 2-4 มี.ค. พิจารณาในเรื่องการคลังและงบประมาณ

วันที่ 5-6 มี.ค.พิจารณาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการ นักการเมือง และประชาชน

วันที่ 9-13 มี.ค. พิจารณาเรื่องการกระจายอำนาจ

วันที่ 16 มี.ค. พิจารณาบทว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

วันที่ 17-18 มี.ค. พิจารณาว่าด้วยการสร้างความปรองดอง

วันที่ 19-27 มี.ค. พิจารณาการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

วันที่ 30-31 มี.ค. พิจารณาบทเฉพาะกาล

วันที่ 1-3 เม.ย. กมธ.ยกร่างตรวจทานร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

วันที่ 17 เม.ย. นำเสนอร่างรัฐธรรมนูญให้ สปช.พิจารณา และเสนอคำขอแก้ไขเพิ่มเติม

วันที่ 25 พ.ค. สปช.ส่งคืนมายัง กมธ.ยกร่าง

ขณะที่ในช่วงปลายเดือนพ.ค.ถึง 23 ก.ค. กมธ.ยกร่างจะพิจารณาในคำขอแก้ไขเพิ่มเติมที่เสนอมาจาก สปช. คณะรัฐมนตรี (ครม.) คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

เมื่อกมธ.ยกร่างพิจารณาเสร็จแล้วจะส่งกลับไปยัง สปช.เพื่อเรียกประชุมพิจารณา และลงมติภายในวันที่ 6 ส.ค.เพื่อให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

ถัดไปภายในวันที่ 4 ก.ย.ต้องนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขึ้นทูลเกล้าฯ

อย่างไรก็ตาาม หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพื่อให้มีการทำประชามติ จะต้องนับจากวันที่ 6 ส.ค.ไปอีก 3 เดือน เพื่อทำประชามติ

ทั้งนี้นายบวรศักดิ์ เคยระบุไว้ว่า หลังสำคัญในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญคือ ต้องเหมาะสมกับสังคมไทย ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดไว้ด้วย

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ชี้ว่า เบื้องต้นคาดว่า รัฐธรรมนูญใหม่น่าจะมีเนื้อหาอยู่ระหว่าง 250-300 มาตรา จะไม่มากไปกว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 ที่มี 309 มาตรา เพราะทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะต้องสั้น กระชับกว่ารัฐธรรมนูญฉบับเดิม โดยไม่ให้เกิดการตีความได้

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ อีกคนบอกว่า การพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา อาจไม่ได้ให้สื่อมวลชนได้เข้ารับฟังทุกครั้ง เนื่องจาก กมธ.ยกร่างยังสงวนไว้สำหรับบางภาคส่วนที่มีความละเอียดอ่อน ซึ่ง กมธ.ยกร่างจะขอหารือเป็นการภายใน ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า หมวดไหนหรือภาคส่วนไหนเปิดให้รับฟังทั่วไป หรือสงวนไว้

อย่างไรก็ตาม หากหมวดไหนที่ไม่เปิดให้เข้าฟัง ก็จะมีการแถลงอย่างละเอียด เพราะถึงที่สุดแล้วยังมีกระบวนการที่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้อยู่แล้ว ที่สำคัญ กมธ.ยกร่างฯทำตามเกณฑ์รัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 ซึ่งไม่ได้มีการบัญญัติไว้ว่าต้องเปิดให้สื่อเข้ารับฟัง แต่ที่เปิดโอกาสให้ผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมรับฟังได้ ก็เพื่อต้องการแสดงให้เห็นว่า ทำงานอย่างบริสุทธิ์ เปิดเผย แต่บางกรณีเป็นเรื่องสำคัญก็ไม่สามารถที่จะเปิดให้เข้าฟังได้ทั้งหมด เหมือนกับการพิจารณาของสภา ปกติ ยังมีการประชุมลับในกรณีมีความละเอียดอ่อน

นับจากนี้ไปประชาชนคงต้องเฝ้าดูการทำงานของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญอย่างใกล้ชิด เพราะทุกเรื่องทุกประเด็นที่จะมีการยกร่างขึ้นมา ถือเป็นการวาง "อนาคต" สำหรับทิศทางของประเทศชาติ และจะมีส่วนที่สัมพันธ์เกี่ยวข้องกับทุกคนด้วยอย่างหลีกเลี่ยงมิได้

................................................

รธน.ใหม่ต้องตอบโจทย์ความต้องการประชาชน

พล.ท.นาวิน ดำริกาจญน์ โฆษกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงหลักการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราว่า ต้องยึดหลักพิจารณาในภาพรวมของทั้งฉบับก่อนที่จะแก้ไขมาตราใด เพื่อให้เกิดการสอดคล้องภายในรัฐธรรมนูญ คือ บทบัญญัติไม่ขัดแย้ง, สอดคล้องภายนอกรัฐธรรมนูญ คือตอบโจทย์ความต้องการประชาชน บริบทประเทศ และสากล โดยเฉพาะการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปี 2558 นี้ รวมถึงต้องทำชีวิตให้กับรัฐธรรมนูญ ซึ่งหมายถึงการมีวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ เป็นแนวทางที่รัฐบาลส่งต่อไปยังอีกรัฐบาลได้

พล.ท.นาวิน กล่าวว่า การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 กำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 120 วันนับตั้งแต่ได้รับข้อเสนอแนะจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ดังนั้นหากนับเวลาทำงานจริงจะเหลืออยู่เพียง 90 วันเท่านั้น หากไม่นับช่วงเสาร์และอาทิตย์ จะมีเวลาทำงานจริงแค่ 60 วัน

ดังนั้นการจะพิจารณารัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จโดยเร็วตามกรอบ ใน 1วันประชุมต้องพิจารณาให้เสร็จอย่างน้อย 4 มาตรา นอกจากนั้นส่วนสำคัญระหว่างการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราคือ การรับฟังเสียงของประชาชนและบุคคลภายนอกเพื่อให้เกิดเป็นความเห็นร่วม และฉันทามติร่วมกันในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่