วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปนัดดา'เผยตึกไทยคู่ฟ้านำกล้วยไม้ประดับชั่วคราว

"ปนัดดา" เผยตึกไทยคู่ฟ้านำกล้วยไม้ประดับชั่วคราว ระบุตลาดนัดกล้วยไม้ในทำเนียบอยู่ระหว่างหารือวันเวลา

ด้านปรับปรุงทำเนียบฯยังไม่จบ ตึกบัญชาการ2 บูรณะเสร็จแต่ไร้ข้าราชการมานั่ง พบโรงอาหาร-ห้องพยาบาลโดนทิ้งร้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังจากที่ทำเนียบรัฐบาลถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานวันเด็กแห่งชาติเมื่อวันเสาร์ที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าในวันนี้ (12 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ฝ่ายสถานที่ได้ทำความสะอาดตึกอาคารและห้องต่างๆให้อยู่ในสภาพปกติแล้ว แต่ทั้งนี้ยังพบว่ายังคงมีดอกกล้วยไม้ที่นำมาประดับบริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้าและรอบๆตึกไทยคู่ฟ้าในช่วงงานวันเด็กยังไม่ถูกเก็บ ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามไปยัง หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ว่ากล้วยไม้ดังกล่าวจะประดับถาวรเลยหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่า กล้วยไม้ดังกล่าวเป็นการนำมาประดับสถานที่ชั่วคราว เฉพาะโอกาสสำคัญเท่านั้น เพราะกล้วยไม้เป็นต้นไม้ที่สวย แพง และดูแลยาก ส่วนกรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีบัญชาให้เปิดพื้นที่ภายในทำเนียบรัฐบาลเป็นตลาดนัดกล้วยไม้นั้น ก็เป็นดำริของนายกฯที่อยู่ระหว่างหารือถึงเรื่องสถานที่ วันและเวลาที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตามจากกรณีที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี(สลน.) ได้ดำเนินการปรับปรุงอาคารสถานที่ภายในทำเนียบรัฐบาล เริ่มแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2557 โดยเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2557 ที่ประชุม คสช.ได้อนุมัติงบประมาณวงเงิน 252 ล้านบาท เพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงทำเนียบรัฐบาลและบ้านพิษณุโลก ตามที่พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช.ฝ่ายกิจการพิเศษ ซึ่งในขณะนั้นมานั่งทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล ได้เป็นผู้เสนอขออนุมัติงบประมาณดังกล่าว และได้ดำเนินการบูรณะ ทั้งตึกไทยคู้ฟ้า ตึกบัญชาการ 1และบัญชาการ2 ตึกนารีสโมสร และตึกสันติไมตรี ที่เป็นโครงการเร่งด่วนที่ต้องแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน เริ่มจากเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2557 และดำเนินการได้แล้วเสร็จประมาณเดือนกันยายน ปี 2557 ตามเป้าหมาย แต่เป็นเฉพาะในส่วนของตึกไทยคู่ฟ้า ตึกบัญชาการ 1 และตึกนารีสโมสร รวมถึงห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ชั้น 5 ห้อง 501 ที่อยู่บนตึกบัญชาการ ที่รื้อระบบทั้งหมดก็แล้วเสร็จเช่นกัน แต่คณะรัฐมนตรีสามารถเข้าประชุมได้อย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ 18 พ.ย. 2557 เนื่องจากกลิ่นสี ทินเนอร์ ยังส่งกลิ่นเหม็น รวมถึงข้อครหาการจัดซื้อไมโครโฟนราคาสูง จึงทำให้การเข้าใช้ต้องลากยาวมาถึงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

และล่าสุดในส่วนของตึกบัญชาการ2 ที่เดิมทีเป็นที่ทำการของสำนักโฆษก ที่ต้องอพยพย้ายไปทำการชั่วคราวที่ตึกผู้แทนการค้า(ตึกแดง) และโรงอาหารใต้ตึกบัญชาการ 1 ก็ต้องย้ายไปตั้งเต๊นท์จำหน่ายชั่วคราวด้านหน้าตึกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2557 โดยรับแจ้งว่าให้ขายชั่วคราวประมาณ 3 เดือน จึงจะได้ย้ายกลับมาที่เดิม

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวข่าวพบว่าขณะนี้ตึกบัญชาการ2 ได้ดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จแล้วแต่ข้าราชการสำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ย้ายกลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสถานที่แจ้งว่า อยู่ระหว่างการจัดหาเฟอร์นิเจอร์โต๊ะ เก้าอี้ ใหม่ทั้งหมด เนื่องจากของเก่าตอนขนย้ายเกิดการชำรุดเสียหาย ไม่สามารถใช้การได้จำนวนมาก จึงเป็นเหตุให้ยังไม่สามารถเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้จนถึงทุกวันนี้ ขณะที่โรงอาหารใต้ตึกบัญชาการ 1 ไม่มีความคืบหน้าใดๆในการปรับปรุงและถูกปล่อยร้างไว้ รวมไปถึงห้องพยาบาลที่สร้างขึ้นในยุคของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ถูกปล่อยร้างไม่ได้ใช้งาน และไม่มีทีมแพทย์พยาบาลมาประจำการตามปกติ