"พรเพชร" นัดประชุมสนช.15-16ม.ค. ให้กมธ.ซักถามคดีถอดถอน นิคม-สมศักดิ์-ยิ่งลักษณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ได้มีคำสั่งให้นัดประชุมสนช. ครั้งที่ 3/2558 ในวันพฤหัสบดีที่ 15 ม.ค. และครั้งที่ 4/2558 ในวันศุกร์ที่ 16 ม.ค. โดยการประชุมสนช.ในวันที่ 15 ม.ค. มีวาระที่สำคัญ คือ การดำเนินกระบวนการถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช ส.ว. และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ส.ส. ออกจากตำแหน่ง ตามมาตรา 6 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2547 ประกอบมาตรา 64 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 โดยจะเป็นการซักถามประเด็นตามที่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติกำหนดตามญัตติของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยคณะกรรมาธิการซักถาม ขณะที่การดำเนินกระบวนการถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่งฯ ซึ่งจะเป็นการซักถามประเด็นตามที่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติกำหนดตามญัตติของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยคณะกรรมาธิการซักถามเช่นเดียวกันได้กำหนดไว้ในที่ประชุมสนช.วันที่ 16 ม.ค.
นอกจากนี้ยังมีเรื่องด่วนที่สำคัญคือการพิจารณาร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและกรรมาธิการ พ.ศ....... ที่คณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยมีเนื้อหาประกอบด้วย หมวดจริยธรรม ซึ่งได้กำหนดเรื่องเกี่ยวกับอุดมคติของสมาชิกและกรรมาธิการ การปฏิบัติหน้าที่ จริยธรรมต่อประชาชน จริยธรรมในการดำรงตำแหน่ง และหมวดการส่งเสริมและควบคุมให้เป็นไปตามจริยธรรม โดยมีคณะกรรมการจริยธรรมสนช.เพื่อให้มีการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด โดยมีหน้าที่รับและพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องจริยธรรมจากสมาชิก ผู้ตรวจการแผ่นดิน บุคคลหรือหน่วยงาน กรณีที่มีการกล่าวหาว่าสมาชิกหรือกรรมาธิการกระทำผิดตามข้อบังคับ โดยให้รายงานผลการพิจารณาต่อสภาฯ หากสภาเห็นว่ามีหลักฐาน และข้อเท็จจริงที่เชื่อว่าเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับเพื่อให้สภามีมติว่ากล่าวตักเตือน หรือตำหนิ หรือประณามให้เป็นที่ประจักษ์ และหากเป็นการฝ่าฝืนเกี่ยวกับจริยธรรมอย่างร้ายแรง และเมื่อสภามีมติแล้วให้ประธานสภาส่งเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ในกรณีที่มีคำร้องให้สมาชิกพ้นจากสมาชิกภาพตามมาตรา 12 ของรัฐธรรมนูญ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาคำร้องแล้ว มติของสภาที่จะให้พ้นสมาชิกภาพจะต้องมีคะแนนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่





