วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ยิ่งลักษณ์'ยกข้อมูลคสช. โต้'วิชา'ข้าวหาย2แสนตัน

"ยิ่งลักษณ์"งัดข้อมูลตรวจสต็อกข้าวรัฐบาลประยุทธ์ โต้ ป.ป.ช.ข้าวหายแค่2แสนตัน ไม่ใช่2ล้านตัน ชี้ชัดไม่มีทุจริต

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ทำหน้าที่ประธานการประชุมเมื่อวานนี้ (9 ม.ค.) ที่อาคารรัฐสภา มีวาระสำคัญคือดำเนินกระบวนการถอดถอน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่งตามคำร้องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีปล่อยปละละเลยไม่ยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

ทั้งนี้ คำชี้แจงของ นางสาวยิ่งลักษณ์ อัดแน่นไปด้วยข้อมูลตัวเลขต่างๆ มากมาย โดยตอนหนึ่งได้หยิบยกข้อมูลการตรวจสอบสต็อกข้าวที่ดำเนินการโดยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นมาชี้แจง ซึ่งปรากฏว่ามีข้าวหายเพียง 2 แสนตัน ไม่ใช่กว่า 2 ล้านตันตามที่มีการระบุมาก่อนหน้านี้ ฉะนั้นโครงการรับจำนำข้าวจึงไม่ได้มีปัญหาการทุจริต และไม่ได้สร้างความเสียหาย เพราะตามสัญญาได้กำหนดผู้รับผิดชอบกรณีข้าวหายเอาไว้ด้วย

"ขอโต้แย้งการไต่สวนของ ป.ป.ช. 4 ประเด็น คือ 1.เรื่องข้าวหายที่ไม่มีการบันทึกการมีอยู่จริงของข้าวสารที่อยู่ระหว่างสีแปร ทั้งๆ ที่ อตก. (องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร) และ อคส. (องค์กรคลังสินค้า) ซึ่งทำหน้าที่ดูแลข้าว ได้ยืนยันการมีอยู่จริงของข้าว นอกจากนั้นการตรวจนับข้าวล่าสุดโดยรัฐบาลชุดปัจจุบันก็พบว่ามีข้าวหายเพียง 2 แสนตัน ซึ่งไม่ใช่ 2.59 หรือ 2.89 ล้านตัน ฉะนั้นความเสียหายที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯระบุ จึงไม่ถูกต้อง"

"2.มูลค่าสินค้าคงเหลือ ยังคิดจากฐานตัวเลขที่มีความแตกต่างกัน และเป็นเรื่องอนาคต ไม่มีความแน่นอน ขึ้นอยู่กับราคาที่ขายจริงในขณะนั้น 3.การคิดค่าเสื่อมราคาไม่ตรงกัน เพราะมีวิธีคิดต่างกัน ทำให้มูลค่าคลาดเคลื่อน และ 4.การไม่ได้บันทึกมูลค่าข้าวที่ขายให้องค์กรของรัฐ จากข้อโต้แย้งทั้ง 4 ประเด็น หากนำตัวเลขทั้งหมดมาปรับปรุงบัญชีการใช้เงินในโครงการรับจำนำข้าว ในการปิดบัญชี ณ วันที่ 31 พ.ค.56 ให้ถูกต้องใกล้เคียงความเป็นจริง ตัวเลขการขาดทุนจะเหลือเพียง 257,148 ล้านบาท" อดีตนายกฯกล่าวต่อที่ประชุม สนช.

ยันไม่ได้ปล่อยปละละเลยให้ทุจริต

นางสาวยิ่งลักษณ์ ยังชี้แจงต่ออีกว่า การถอดถอนครั้งนี้มีประเด็นเรื่องความถูกต้องชอบธรรม เพราะได้พ้นจากตำแหน่งนายกฯมาแล้ว จึงถือเสมือนเป็นการถูกถอดถอนซ้ำซ้อน พร้อมยืนยันว่าดำเนินโครงการรับจำนำข้าวด้วยความสุจริต เพื่อประโยชน์ของชาวนา และโครงการนี้ไม่ใช่โครงการใหม่ แต่ทำมาตั้งแต่ปี 2524 ในรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ การช่วยชาวนาไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะทุกรัฐบาลในโลกก็มีโครงการช่วยเหลือลักษณะนี้

นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวด้วยว่า ไม่ได้ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการ เพราะได้ตั้งคณะทำงานที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ให้ตรวจสอบและดำเนินคดีไปกว่า 200 คดี มีโรงสีถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าร่วมโครงการอีกจำนวนหนึ่ง

ป.ป.ช.ซัดพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต

ก่อนหน้าการชี้แจงของอดีตนายกฯ นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.ได้แถลงเปิดคดีสรุปว่า ป.ป.ช.ไม่ได้เริ่มไต่สวนโครงการจำนำข้าวเมื่อมีผู้มาร้องเรียน แต่ศึกษาโครงการมาก่อนหน้านี้นานแล้ว จึงไม่ใช่การเร่งรีบ รวบรัด ดำเนินการแบบสองมาตรฐานตามที่กล่าวหากัน ส่วนที่ระบุว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ทุจริตแล้วมาถอดถอนได้อย่างไรนั้น การกระทำของ นางสาวยิ่งลักษณ์เข้าข่ายส่อไปในทางทุจริต เพราะการทุจริตสมัยใหม่มิใช่เพียงการรับสินบน ฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่รวมถึงความประพฤติที่ขัดต่อหลักคุณธรรมจริยธรรมด้วย

นายวิชา กล่าวต่อว่า หลังจากเริ่มโครงการจำนำข้าวได้ 2 ปี ก็เริ่มเห็นผลเสียของโครงการ โดยรัฐบาลใช้ 2 วิธีหลักในการขายข้าวในสต็อกในราคาถูก คือ การขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่พิสดาร และการขายข้าวเพื่อทำข้าวถุงขายประชาชน ซึ่งเป็นที่รู้กันในวงการข้าวว่า ข้าวเหล่านี้ถูกนำไปขายให้คนสนิทของผู้มีอำนาจในราคาถูก เพื่อนำไปขายต่อในราคาสูงกว่าเป็นเท่าตัว

ทั้งนี้ 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาลใช้เงินในโครงการจำนำข้าวไปทั้งสิ้น 777,000 ล้านบาท แต่ขายข้าวและเก็บเงินได้เพียง 139,400 ล้านบาท หรือ 18% ของจำนวนเงินที่ใช้ไปทั้งหมด โดยรัฐบาลระบายข้าวไป 12.75 ล้านตัน ขาดทุน 229,500 ล้านบาท เพราะตั้งราคาขายข้าวเฉลี่ย 11 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาต้นทุนเฉลี่ย 29 บาทต่อกิโลกรัม หากรัฐบาลขายข้าวในสต็อกที่เหลือทั้งหมดในราคา 11 บาทต่อกิโลกรัม โครงการจำนำข้าวจะขาดทุน 481,500 ล้านบาท

การที่รัฐบาลประกาศว่าการจำนำข้าวจะทำให้ราคาข้าวในตลาดโลกสูงขึ้น แต่เหตุการณ์ไม่เป็นเช่นนั้น ซ้ำราคายังลดลงเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีผู้แอบนำข้าวไปขายในราคาถูกให้พรรคพวก เป็นการตัดโอกาสให้ราคาข้าวไทยมีราคาสูง ซึ่งผู้ส่งออกเห็นว่าการผูกขาดเรื่องข้าวของรัฐบาลต้องยุติ เพราะเป็นภัยต่ออุตสาหกรรมข้าวไทยอย่างมาก เสียแชมป์ในการส่งออกครั้งแรกในรอบ 30 ปี

ตั้ง 9 กมธ.ซักถาม-คาด23ม.ค.โหวต

จากนั้น นายพรเพชร ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ในวันที่ 15 ม.ค.จะครบกำหนดที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องยื่นคำขอแถลงปิดคดี ซึ่งการแถลงปิดสำนวนจะยื่นเป็นหนังสือหรือจะแถลงปิดสำนวนด้วยวาจาก็ได้

นอกจากนั้นที่ประชุมได้มีมติให้ตั้งสมาชิก สนช.เป็นกรรมาธิการซักถาม จำนวน 9 คน ประกอบด้วย พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร พล.อ.ดนัย มีชูเวท นายสมชาย แสวงการ พล.อ.อ.ชาลี จันทร์เรือง นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ นายสุธรรม พันธุศักดิ์ นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ นายพรศักดิ์ เจียรณัย และ พ.ต.ท.พงษ์ชัย วราชิต เพื่อเป็นตัวแทนซักถาม โดยสมาชิกสามารถยื่นญัตติคำถามได้ภายในวันที่ 13 ม.ค.ก่อนเวลา 12.00 น. พร้อมนัดประชุม สนช.ในวันที่16 ม.ค. เพื่อให้กรรมาธิการได้ซักถามคู่กรณี

มีรายงานจากสื่อบางแขนงว่า กรณีถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์นั้น น่าจะนัดลงมติได้ในวันที่ 23 ม.ค.

4อดีตรมต.-ทีมทนายนั่งประกบยิ่งลักษณ์

สำหรับ นางสาวยิ่งลักษณ์ เดินทางไปที่อาคารรัฐสภาด้วยชุดสูทสีดำสวมทับเสื้อสีชมพู โดยไปพร้อมกับอดีตรัฐมนตรี 4 คน คือ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรักษาการนายกรัฐมนตรี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายวราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นายยรรยง พวงราช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นอกจากนั้นยังมีทีมทนายความอีก 4 คน นำโดย นายพิชิต ชื่นบาน โดยทั้งหมดได้ขึ้นนั่งบัลลังก์ในห้องประชุมรัฐสภาระหว่างที่อดีตนายกฯชี้แจงต่อที่ประชุม

ทั้งนี้ ตลอดการชี้แจงของนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นไปอย่างลื่นไหล ไม่มีสะดุด เป็นเพราะได้มีการซักซ้อมคำชี้แจงร่วมกับทีมทนายหลายครั้ง และเนื้อหาของคำชี้แจงส่วนใหญ่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ยกร่างเอง ทีมทนายความช่วยแก้ไขถ้อยคำบางจุดให้ถูกต้องตามหลักกฎหมายเท่านั้น

"ยิ่งลักษณ์"โล่ง-ทีมทนายปลื้ม

ภายหลังการชี้แจง นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รู้สึกสบายใจที่ได้ชี้แจงข้อมูลทั้งหมดให้ สนช.รับทราบ และได้ทำดีที่สุดแล้ว ส่วนจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาหรือไม่ คงขึ้นอยู่กับสมาชิก สนช. เพราะได้ตอบคำถามไปครบทุกประเด็นแล้ว และเชื่อว่าประชาชนคงจะได้รับฟังข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้รู้สึกเครียดกับเรื่องนี้

ด้าน นายพิชิต กล่าวว่า ภาพรวมการเปิดคดีนั้น ทีมทนายประเมินแล้วว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ แถลงเปิดคดีได้ครบถ้วนทุกประเด็น ทั้งประเด็นข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายทุกอย่าง ข้อกังวลของทีมทนายนั้นจะเป็นเรื่องกระแสที่มีกลุ่มคนสร้างขึ้นเพื่อกดดันการทำหน้าที่ของสนช.มากกว่า เรื่องคดีเราไม่กังวล เพราะ นางสาวยิ่งลักษณ์ ตอบข้อกล่าวหาครบถ้วนทั้งหมด

"วิชา"บอกแจงเรื่องเก่า-"วรงค์"ชี้สอบตก

ขณะที่ นายวิชา กล่าวว่า นางสาวยิ่งลักษณ์อ่านตามโพยเรียกร้องความเห็นใจ ซึ่งคำโต้แย้งส่วนใหญ่เป็นคำโต้แย้งเดิมๆ เท่ากับว่าเป็นการยอมรับแล้วว่าเก็บข้าวเอาไว้เพื่อให้ราคาสูงขึ้น ส่วนที่อ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก ป.ป.ช.นั้น ได้แถลงชี้แจงไปหมดแล้วตั้งแต่แรกว่าให้ความเป็นธรรมทุกอย่าง และการถอดถอนก็ไม่ใช่การดำเนินการซ้ำซ้อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมติ สนช.ไม่ถอดถอน นางสาวยิ่งลักษณ์ ป.ป.ช.จะเสียกำลังใจหรือไม่ นายวิชา ตอบว่า "ไม่หรอก อย่าไปคิดอะไรมากมาย เราก็ทำตามหน้าที่ ต้องเข้าใจว่ากระบวนการนี้เป็นกระบวนการทางการเมือง กระบวนการถอดถอนมันไม่เหมือนกระบวนการส่งขึ้นสู่ชั้นศาล กระบวนการนี้จะดูว่าผู้ถูกกล่าวหามีความน่าเชื่อถืออยู่หรือไม่เท่านั้น" พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการปรองดอง แต่เป็นกระบวนการตามกฎหมาย

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ผู้เปิดประเด็นทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว กล่าวว่า ได้ติดตามการถ่ายทอดสดการชี้แจงของนางสาวยิ่งลักษณ์ พบว่าอดีตนายกฯไม่สามารถชี้แจงประเด็นที่ ป.ป.ช. กล่าวหาได้เลย สิ่งที่แถลงต่อ สนช.เป็นการหาเสียง เอาชาวนามาอ้าง