"พล.อ.ประยุทธ" นายกรัฐมนตรี ลั่นแก้ปัญหาค้ามนุษย์ให้เป็นรูปธรรม กำชับเดินหน้าทุกมิติ ส่งรายงานคืบหน้าทุกเดือน
พร้อมตั้งกก.ขับเคลื่อน ย้ำเร่งทุกคดีที่เกี่ยวข้อง เอาผิดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง "สั่ง"เร่งดำเนินการทำMOUประมง จดทะเบียนประมงให้ถูกกฏหมาย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ กล่าวถึงความคืบในการทำงานต่างๆของรัฐบาล ว่า สำหรับเรื่องการบริหารจัดการน้ำ เรื่องงทางรถไฟ เรื่องรถไฟฟ้า เรื่องพลังงาน เรื่องการลงทุนจากต่างประเทศ BOI เรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ เรื่องการหาตลาดเพิ่มจากต่างประเทศ เรื่องเศรษฐกิจในภาพรวม เรื่องการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ประมง แรงงาน การศึกษา เศรษฐกิจชุมชน ทุกอย่างมีความต่อเนื่องเชื่อมโยงไปหมด เราต้องมองภาพใหญ่ ด้วยแล้วก็ถอยหลังมาว่าภาพเล็กเป็นอย่างไร ชุมชนเป็นอย่างไร ประชาชนประกอบการเป็นอย่างไร ถ้าเรามอง 2 ทาง ย้อนกลับไปมาจะเห็นวิธีการว่าเราจะทำกันอย่างไร แต่การที่จะนำทั้ง 2 อย่างไปเชื่อมโยงกันได้นั้น ต้องอาศัยเวลาที่ผ่านมานั้นอาจจะน้อยเกินไป อาจจะไม่ได้ทุ่มเทกัน แต่วันนี้เราทุ่มเททุกอันก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก อันนี้ไม่ใช่ข้อแก้ตัวเพียงแต่ว่าทุกคนต้องเข้าใจ ถ้าทำงานในภาพใหญ่หรือการบริหารราชการแผ่นดินนั้น เป็นเรื่องที่ซับซ้อน ทั้งข้อกฎหมาย ทั้งวิธีการ ทั้งเจ้าหน้าที่ ประสิทธิภาพหน่วยงานต่าง ๆ มากมายไปหมด เพราะฉะนั้น หากเราโจมตีกันเป็นเรื่อง ๆ นำเรื่องเล็ก ๆ มาโจมตี จะทำให้ภาพใหญ่เสียหาย วันนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ทั้งหมด ก็เดินหน้าไม่ได้เหมือนเดิม เพราะต้องเริ่มจากเล็กไปใหญ่ทั้งสิ้น ต้องแก้จากเล็ก ๆ ขึ้นไป อันไหนแก้ได้เร็วก็ไปสู่ตรงกลาง ไปสู่ตรงปลายได้โดยเร็ว ถึงจะเกิดความยั่งยืนขึ้น เพราะฉะนั้นเราต้องเร่งกันในเรื่องของการปูพื้นฐาน ในเรื่องของการคิด การทำ ความร่วมมือ การบูรณาการ ประสานงาน
"ผมได้กำหนดวิสัยทัศน์ 5 ปีของประเทศไทยไว้แล้ว ถ้าเป็น ค.ศ. ก็ 2015 - 2020 ถ้าเป็น พ.ศ. ก็ 2558 - 2562 5 ปี ที่เราถึงจะเดินอย่างที่ผมพูดไว้ได้ทั้งหมด ปีเดียวเดินไม่ได้หรอกครับ ปีเดียวผมก็วางพื้นฐานไว้ให้ท่าน อีก 4 ปี ท่านก็ไปเดินของท่านต่อไปให้ได้ก็แล้วกัน เพราะฉะนั้น วิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้คือ การคาดหวังหรือความหวังของพวกเราว่า 5 ปีข้างหน้าเราจะเป็นอย่างไร ประชาชนคนไทยต้องพยายามคิดแบบนี้ ถ้าเราไม่คิดแบบนี้ เราก็ไม่มีอนาคต เราต้องมองอนาคตของเรา 5 ปีข้างหน้าเราจะเป็นอย่างไร เราจะต้องเป็นประเทศที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน ตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
นายกฯ กล่าวต่อว่า เราต้องช่วยกันทำให้ได้ ช่วยกัน ไม่ใช่ทำลายกันทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม ฝ่ายการเมือง คู่ขัดแย้ง ต้องช่วยกัน ประเทศเป็นของพวกเราทุกคน ท่านจะเห็นต่างกันแต่ท่านทำลายกันไม่ได้ เพราะเท่ากับท่านทำลายประเทศไทย ทำลายคนไทย ทำลายลูกหลานของท่านเอง ทางการเมืองท่านก็ว่ากันไป แต่ในทางการปฏิบัติวันนี้เราเข้ามาดำเนินการให้ท่านอยู่แล้ว เพื่อจะเตรียมการเข้าไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนการ เข้ามาสู่อำนาจต่าง ๆ นั้น ท่านก็เตรียมการของท่านให้พร้อม เตรียมบุคลากร เตรียมคนของท่าน เตรียมความรู้ความสามารถของท่าน แล้วก็หากเป็นไปได้ก็มาสานต่องานที่เราทำไว้ให้กับท่านทั้งหมดไป แล้วไปปรับปรุงแก้ไขอะไรก็ได้ ถ้าคิดว่าทำได้ดีกว่านี้ หลายอย่างในขณะนี้ ผมว่ายังไม่พร้อม ไม่พร้อมหลายอย่างยังมีความขัดแย้ง หลายอย่างยังไม่ได้ข้อยุติ หลายอย่างยังวางพื้นฐานไม่ได้แต่ผมก็พยายามทำให้ได้ตามเวลาที่กำหนดไว้
นายกฯ กล่าวต่อไปว่า เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ตนได้เป็นประธานการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์แล้วก็การประมงด้วย รวมความไปหลายอย่างด้วยกันเรื่องค้ามนุษย์ เรื่องประมงรวมไปถึงเรื่องโสเภณี การใช้แรงงานเด็ก การใช้แรงงานทาสแล้วก็ปัญหาหลัก ๆ ที่สำคัญ ๆ ก็คือ การสร้างความเข้าใจในเรื่องของการลดระดับของต่างประเทศ ขององค์กรการค้าสากลที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ เราต้องรีบแก้ให้เร็ว เขาให้เวลาเรามาหลายปีแล้ว ก็เพิ่งจะได้มาดำเนินการในสมัยรัฐบาลนี้ ที่จะทำให้เป็นรูปธรรมให้ได้ เราก็เร่งรัดในการประชุม ในการดำเนินการแล้วก็ให้ความสำคัญให้ต่อเนื่องแล้วก็เป็นเรื่องของการดูแล คุ้มครองบุคคลตามสิทธิมนุษยชนให้สามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัยและสมศักดิ์ศรี แรงงาน ลูกจ้าง ไม่ว่าจะเป็นแรงงานต่างด้าว หรือแรงงานภายในประเทศก็ตาม ต้องสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัยและสมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เราให้ความสำคัญในเรื่องนี้
นายกฯ กล่าวต่อไปอีกว่า รัฐบาลได้กำหนดให้การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นวาระเร่งด่วน ตนได้กำชับทุกหน่วยงาน ให้เร่งเดินหน้าผลักดันการแก้ไขปัญหาในทุกมิติ มีการรายงานผลทุกเดือนเพื่อให้เห็นถึงความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 5 คณะ เพื่อจะไปขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์มีทุกมิติ ทั้งในภาคประมง การค้าประเวณีเด็กและสตรี แรงงานบังคับ แรงงานต่างด้าว เหล่านี้เป็นต้น ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานได้เร่งดำเนินการในทันที มีแผนงานระยะสั้น ระยะยาว เรื่องเร่งด่วน แล้วก็ได้ย้ำว่าคดีทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องของการค้ามนุษย์เหล่านี้นั้น ต้องดำเนินอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะระดับใด พวกแกนนำ พวกเจ้าหน้าที่ที่กระทำการทุจริตเหล่านี้ จะต้องเร่งดำเนินการลงโทษให้สมกับความผิด ทั้งทางวินัยและอาญาด้วย อันนี้ได้สั่งการไปชัดเจน นอกจากนี้จะต้องมีการคุ้มครองและช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อด้วย ก็ต้องระมัดระวัง เพราะเวลาเขาได้ข่าวไปอะไรออกไปก็ได้จากสื่อด้วย สื่อซึ่งเสนอข้อเท็จจริงบ้าง ไม่จริงบ้างอะไรเหล่านี้ ที่จริงก็โอเค ถ้าไม่จริงออกไป ก็ไปทำให้ต่างชาติเข้าใจเราผิดเหมือนกัน
อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ในเรื่องของการที่เขาหาข้อเท็จจริงจากเหยื่อ คำว่าจากเหยื่อก็คือจากผู้ที่ถูกจับกุมมาแล้ว ซึ่งบางครั้งการที่เราเปิดโอกาสให้มีการซักถามโดยตรงบางที เขาก็ไม่ได้พูดความจริงออกไป เมื่อไม่พูดความจริงออกไป ข้อมูลต่าง ๆ ก็ผิดไปหมด เพราะฉะนั้นคงต้องระมัดระวัง ตนไม่ได้ห้ามว่า ไม่ให้ความเป็นธรรมเขา เพียงแต่ว่าช่วยกันกำกับดูแลว่าสิ่งที่เขาพูดออกไปหรือเป็นข่าวไปถูกต้องแท้จริงหรือไม่ ถ้าจริงเราก็ยอมรับแล้วก็นำไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ใครผิดก็ต้องว่าไปตามผิด
"ด้านการประมงนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเรามีข้อจำกัดหลายเรื่องแล้วเราเป็นประเทศที่มีรายได้จากการส่งสินค้าจากการประมงมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลกนี้ เรามีความเข้มแข็ง เราก็ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการในเรื่องของการเจรจาข้อตกลง หรือ MOU เรื่องประมงกับประเทศในภูมิภาค เพื่อนำไปสู่การแก้ไขการค้ามนุษย์ในภาคประมง ถ้าเริ่มผิดแล้ว ถ้าเริ่มผิดกฎหมายตั้งแต่เรือ ผิดแรงงานบนเรือประมงผิด ก็ผิดไปทั้งหมด วันหน้าก็ขายของอะไรเขาไม่ได้ เพราะฉะนั้น วันนี้ต้องขอความร่วมมือในเรื่องของการจดทะเบียนต่าง ๆ การทำประมงที่ผิดกฎหมายจะต้องแก้ไข เราถูกจับกุมในประเทศเพื่อนบ้านหลายลำด้วยกัน แล้วก็จะต้องถูกจมเรือด้วย เพราะเรือบางลำนั้นมีซ้ำกันหลายลำ และเข้าไปในเขตที่ไม่ได้สัมปทานหรือไม่ได้รับอนุญาต ต้องยอมรับกัน และเราก็ต้องแก้ไข ถ้าเรามัวแต่รักษาผลประโยชน์แต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่เคารพกฎกติกาอะไร วันหน้าเราก็ค้าขายกับใครเขาไม่ได้ วันนี้ประเทศไทยพร้อมที่จะเป็นผู้ริเริ่มผลักดันการแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย และแก้ไขปัญหาในเรื่องของการค้ามนุษย์ในภาคการประมงร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านของไทยด้วย เราขัดแย้งกันไม่ได้ " นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวต่อว่า วันนี้กระทรวงแรงงานได้มีการดำเนินการคืบหน้าไปหลายประเด็น เช่น การแก้ไขกฎกระทรวง เพื่อให้มีการคุ้มครองแรงงานในภาคการเกษตร ในภาคแรงงานประมงทางทะเล กำหนดอายุเด็กที่ไม่ต่ำกว่า 15 ปีในภาคการเกษตรและไม่ต่ำกว่า 18 ปีในงานประมงทะเล อย่าให้ผิด ผู้ประกอบการก็อย่าไปจ้างเด็กที่อายุน้อยกว่านี้ และเราก็มีการบังคับให้ต้องมีการจัดทำสัญญาจ้างก่อนลงเรือด้วย กำหนดให้นายจ้างต้องอนุญาตให้แรงงานมีเวลาพักผ่อนที่เหมาะสม กำหนดการจ่ายเงินโดยห้ามหักค่าใช้จ่าย และมีรายละเอียดอื่น ๆ อีกมากมาย ในการที่จะคุ้มครองแรงงานให้ได้มาตรฐานสากลอีกด้วย





