อัยการฝากขังครั้งที่ 5 "พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ อดีต ผบช.ก. กับพวก" หมิ่นสถาบันฯ - ฟอกเงิน
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 9 ได้ยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 5 พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อายุ 59 ปี อดีต ผบช.ก. , พล.ต.ต. โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อายุ 59 ปี อดีต รอง ผบช.ก. , พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ อดีต ผกก.4 บก.ปคบ. อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาที่ 1-3 คดีร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทฯ เป็นเจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 149 และ 157 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฯ
และ ด.ต. สุรศักดิ์ จันทร์เงา อายุ 50 ปี อดีตผู้บังคับหมู่ กก.ปพ.บก.ป. ด.ต.ฉัตรินทร์ หรือจักรินทร์ เหล่าทอง อายุ 48 ปี อดีตผู้บังคับหมู่ กก.ปพ.บก.ป. ผู้ต้องหาคดีเป็นเจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ฯ เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ฯ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 149 และ 157
โดยคำร้องฝากขัง สรุปว่า ตามคำร้องของพนักงานสอบสวนสอบสวน กก.2 ป. ขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 4 เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 30ธ.ค. 57 - 10 ม.ค. 58 ซึ่งศาลอนุญาตแล้วนั้น พนักงานอัยการพึ่งได้รับสำนวนการสอบสวน และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ และจะครบกำหนดฝากขัง แต่พนักงานอัยการยังไม่สามารถพิจารณาสั่งคดีได้ภายในกำหนด ด้วยความจำเป็นดังกล่าวจึงขอฝากขังพวกผู้ต้องหาอีกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 - 22 ม.ค. นี้
ขณะเดียวกัน พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 4 ก็ยื่นคำร้องฝากขังครั้งที่ 5 พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อายุ57 ปี อดีต ผบก.รน. ผู้ต้องหา คดีเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ฯ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และ 157 อีกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 - 22 ม.ค.นี้
นอกจากนี้ พนักงานสืบสวนสอบสวน ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งที่ 5 นาง ปิยพรรณ ชินนะประภา อายุ 57 ปี และนาย ชอบ ชินนะประภา อายุ 61 ปี น้องสาวและน้องเขยของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ อดีต ผบช.ก. ผู้ต้องหาที่ร่วมกับ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ กระทำความผิดฐานฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟองเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (5) (9) และมาตรา 5 (1) (2) และมาตรา 60 อีกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 - 23 ม.ค.นี้ด้วย





