วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สปช.จี้คิดค่าโทรวินาทีถาวร ไม่ใช่แค่โปรโมชันทางเลือก

ประธานสปช.ลั่นคิดค่าโทรมือถือเป็นวินาทีต้องทำถาวร ไม่ใช่เป็นเพียงโปรโมชันทางเลือก

ด้านกมธ.ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค เชิญตัวแทน “กสทช.-บริษัทมือถือ-ผู้บริโภค" ถกปรับคิดค่าโทรเป็นวินาทีครอบคลุมทั้งระบบ 13 ม.ค. พร้อมดันตั้งองค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภค หวังดูแลให้เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ

กรณีที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หารือกับผู้ให้บริการโทรคมนาคม และเตรียมกำหนดรายการส่งเสริมการขายแบบคิดค่าโทรศัพท์ตามจริงเป็นวินาที เป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคภายในวันที่ 1 มี.ค. ส่วนการเปลี่ยนโครงสร้างการคิดค่าโทรศัพท์เป็นวินาทีแบบทั้งระบบ อาจต้องใช้เวลา 6 เดือน ถึง 1 ปีนั้น

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พร้อมด้วยนางสาวสารี อ๋องสมหวัง ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค สปช. และคณะ ร่วมแถลงข่าวสนับสนุนให้ กสทช. เร่งดำเนินการออกหลักเกณฑ์กำกับดูแลการคิดค่าโทรตามจริงเป็นวินาทีทั้งระบบ

นายเทียนฉาย กล่าวว่า การที่ สปช.เห็นชอบตามข้อเสนอการปฏิรูปคิดค่าโทรศัพท์มือถือให้คิดเป็นเกณฑ์วินาที ไม่ใช่เกณฑ์นาที ของกมธ.ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค เราเห็นในหลักการชัดเจน ว่า การคิดค่าโทรศัพท์มือถือต้องเป็นวินาที เป็นการถาวร เป็นโปรแกรมหลักและตลอดไป ไม่ใช่เป็นเพียงโปรโมชันให้เลือก

อีกทั้ง การที่ กมธ.ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค เสนอให้มีคณะองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคสำหรับประเทศไทยและประชาชนชาวไทย ยิ่งเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักและมีความจำเป็นอย่างยิ่งว่า เราต้องมีองค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภคแล้ว

ด้านนางสาวสารี กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะกระทบค่าใช้จ่ายของประชาชนทุกคน ไม่อยากเห็นเรื่องนี้ทำเพียงแค่การมีโปรโมชันให้กับผู้บริโภค เพราะสิ่งที่ สปช.เสนอให้ปรับโครงสร้างการคิดราคา ไม่ได้เสนอให้เปลี่ยนโปรโมชัน เนื่องจากยังมีประชาชนจำนวนมากที่ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนโปรโมชัน แต่ต้องการความเป็นธรรมในการคิดค่าโทรศัพท์มือถือ

“ปัจจุบันค่าโทรศัพท์มือถือ เราจ่ายกันที่ 1 บาทกว่าๆ ต่อ 1 นาที แต่ถ้าหากบริษัทมือถือเปลี่ยนมาคิดเป็นวินาที แต่กลับคิดค่าโทรศัพท์มือถือ 2 บาท ต่อ 1 นาที ผู้บริโภคก็ไม่อยากที่จะเปลี่ยนโปรโมชัน เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะเปลี่ยน และเปลี่ยนไปอาจจะต้องค่าแพงกว่าเดิม”

นางสาวสารี กล่าวว่า ไม่ได้ต้องการให้มีโปรโมชันใหม่ ไม่ได้เป็นเรื่องของการส่งเสริมการขาย แต่ต้องการให้คิดค่าโทรศัพท์มือถือที่เป็นธรรมกับผู้บริโภคอยู่ในโครงสร้างเลย ซึ่งอยากเห็นโครงสร้างการคิดราคาที่ไม่ปัดเศษวินาที และการที่ สปช.เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพราะต้องการลดความเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นธรรมระหว่างผู้ให้บริการกับผู้ใช้บริการ

ทั้งนี้ ในวันอังคารที่ 13 ม.ค. กมธ.ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง กสทช. บริษัทผู้ให้บริการโทรคมนาคม และตัวแทนองค์กรผู้บริโภคมาประชุม เพื่อหารือถึงแนวทางการเปลี่ยนโครงสร้างการคิดค่าโทรเป็นวินาทีให้ครอบคลุมทั้งระบบต่อไป

นางสาวสารี กล่าวด้วยว่า การที่ สปช.เห็นชอบให้ตั้งองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคขึ้นมานั้น เป็นการตั้งองค์กรที่ไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานของภาครัฐอื่นๆ โดยองค์กรดังกล่าว เปรียบเสมือนตัวแทนของผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับการคุ้มครองมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำหน้าที่ในเรื่องการให้ความเห็น เช่น การให้ความเห็นเรื่องค่าโทรศัพท์ และทำการตรวจสอบ ซึ่งไม่ได้ไปชี้ว่า หากบริษัททำผิดจะดำเนินการปรับตามกฎหมาย จึงไม่ได้ทำงานซ้ำซ้อนกับหน่วยงานของรัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อเสนอให้มีการจัดตั้งองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค โดยมีหลักการของกฎหมาย ดังนี้ 1.หลักการความเป็นอิสระขององค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค คือ กำหนดให้จัดตั้งเป็นองค์การอิสระ โดยให้เป็นนิติบุคคลที่มีฐานะเป็นหน่วยงานอิสระจากหน่วยงานของรัฐทั้งในเรื่องของการบริหารจัดการ และบทบาทหน้าที่ขององค์การ และให้รัฐสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการในแต่ละปี ให้เพียงพออย่างเป็นอิสระ

2.มีการบริหารที่เป็นอิสระ โดยคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นอิสระ เป็นผู้แทนของผู้บริโภค โดยมีกรรมการ 15 คน 7 คน มาจากการสรรหาของคณะกรรมการสรรหา คัดเลือกจากผู้เชี่ยวชาญที่เป็นผู้แทนองค์กรผู้บริโภค 7 ด้าน และให้คัดเลือกตั้งกันเองจากผู้แทนองค์กรผู้บริโภคเขตอีก 8 คน

3.ให้คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคมีบทบาทหน้าที่สำคัญๆ อาทิ 1.ให้ความเห็นในการตราและการบังคับใช้กฎหมายและกฎ และให้ความเห็นในการกำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค 2.ตรวจสอบการกระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค 3.ดำเนินการและสนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นจริง

4.สนับสนุนการใช้สิทธิร้องเรียนหรือการดำเนินคดีของผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างผู้บริโภคและผู้ประกอบการ นอกจากนี้ คณะกรรมการอาจส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาให้พนักงานอัยการดำเนินคดีตามที่อัยการสูงสุดเห็นสมควรได้หากเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคโดยส่วนรวม

5.การให้ความช่วยเหลือแก่องค์กรผู้บริโภคในด้านต่างๆ และ 6.การส่งเสริมการศึกษาและการวิจัย รวมถึงการให้มีการประเมินการดำเนินงานขององค์การ การกำหนดนโยบายและการกำกับดูแลการดำเนินการอนุมัติแผนงาน และการออกระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับองค์กร

4.องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคนี้จะไม่ทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย จึงไม่มีภารกิจซ้ำซ้อนกับหน่วยงานที่มีอยู่เดิม โดยองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค จะทำหน้าที่ให้ความเห็น ข้อเสนอแนะต่อกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค สนับสนุนการวิจัยทางวิชาการ และผลักดันให้เกิดกลไกการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ภาคประชาสังคม องค์กรพัฒนาเอกชนมีความเข้มแข็ง ช่วยประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ ภาคธุรกิจ องค์กรเครือข่ายภาคประชาสังคม นักวิชาการที่เกี่ยวข้อง

และ 5.การตรวจสอบองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะในร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.... ได้บัญญัติให้มีการตรวจสอบไว้ดังนี้ 1.หากคณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ให้ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2.จัดทำรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ประจำปี เสนอต่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภา ภายใน 3 เดือนนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน และขอให้มาชี้แจงได้ด้วย 3.ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) หรือบุคคลภายนอกตามความเห็นชอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีและประเมินผลการใช้เงินขององค์การ และ 4.จัดให้มีการประเมินผลโดยสถาบันหรือองค์กรที่เป็นกลางทุก 3 ปี โดยต้องแสดงข้อเท็จจริงให้ปรากฏในด้านประสิทธิผล ประสิทธิภาพ การพัฒนาองค์การและด้านการสนับสนุนจากประชาชน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมและตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองผู้บริโภค กมธ.ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค จึงเสนอให้ดำเนินการได้โดยเร็ว ดังนี้ 1.ขอให้ที่ประชุม สปช. เห็นชอบในหลักการการกำหนดให้มีพ.ร.บ.องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ... และ 2.ขอให้ทีประชุม สปช. พิจารณามอบหมายให้ กมธ.ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ดำเนินการยกร่าง พ.ร.บ.องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ... ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม สปช. รับทราบ ก่อนนำเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ต่อไป