สุจิต เผยรธน.เพิ่มบทบัญญัติใหม่ห้ามกว้านซื้อหุ้นธุรกิจสื่อฯ เพื่อประโยชน์แห่งการครอบงำ
“สุจิต” เผยบทบัญญัติหนังสือสัญญา คงหลักการเดิม พร้อมกำหนดรายละเอียดในกฎหมายลูกให้ชัด - เรื่องสื่อมวลชน เพิ่มบทบัญญัติใหม่ ห้ามบุคคลใดใช้อิทธิพลครอบงำหลายสื่อ รวมถึงกว้านซื้อหุ้นธุรกิจสื่อฯ เพื่อประโยชน์แห่งการครอบงำ
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าตามประเด็นการพิจารณารายละเอียดในหลักการเฉพาะเรื่อง ตามที่นายบวรศักดิ์ ได้กำหนดให้มีคณะทำงานคณะเล็กไปพิจารณา อาทิ การพิจารณากำหนดบทบัญญัติว่าด้วยหนังสือสัญญา นายสุจิต บุญบงการ รองประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สาม ฐานะประธานคณะทำงานฯ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ยึดบทบัญญัติของมาตรา 190 ในรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไข พ.ศ.2554 เป็นกรอบ ทั้งนี้ที่ประชุมคณะทำงานยังพิจารณาในประเด็นของวรรสอง ในถ้อยคำที่ระบุว่า หนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือ มีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ เบื้องต้นที่ประชุมขอให้คงความหมายของคำว่ากว้างขวาง และนัยสำคัญไว้ แต่ต้องเขียนขยายความให้ชัดเจนในส่วนของกฎหมายลูก ขณะที่ในวรรคสามประเด็นที่ให้รัฐมนตรีต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญาก่อนดำเนินการกับนานาประเทศ รวมถึงให้เสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ ขณะนี้ได้ข้อสรุปคือคงบทบัญญัติดังกล่าวไว้ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบ
ด้านบทบัญญัติที่เกี่ยวกับสื่อมวลช แหล่งข่าวจากคณะทำงาน เปิดเผยว่า นอกจากจะคงบทบัญญัติด้านสื่อมวลชนตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ในส่วนที่ 7 ว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงความเห็นของบุคคลและสื่อมวลชนไว้แล้วยังเพิ่มสาระสำคัญใหม่ คือ กรณีที่บุคคลจะเข้าครอบงำหลายสื่อ เพื่อก่อให้เกิดอิทธิพลต่อการแสดงความเห็น และนำเสนอข้อมูลข่าวสาร จะกระทำไม่ได้ เพราะส่วนดังกล่าวถือเป็นผลกระทบต่อสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน อย่างไรก็ตามมีรายละเอียดที่พิจารณา เช่น ในการทำข่าวต่างจังหวัดที่พบว่ามีนักท่องเที่ยวผูกคอตายในบังกะโลแห่งหนึ่ง แต่เจ้าของบังกะโล ที่เป็นผู้มีอิทธิพลสั่งห้ามนักข่าวท้องถิ่นนำเสนอข่าว หากมีใครนำเสนอจะเกิดอันตรายกับนักข่าวคนนั้น ต่อไปจะถือเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ เด็ดขาดเพื่อปกป้องสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องของประชาชน ส่วนกรณีที่พบว่ามีนักธุรกิจที่กว้านซื้อหุ้นในธุรกิจสื่อมวลชนนั้นเป็นประเด็นที่เข้ากรอบหลักการดังกล่าวเช่นกัน





