รัฐบาลตั้งคณะกรรมการ 2 ชุดเตรียมคดีปราสาทพระวิหาร"ชุดศึกษาวิเคราะห์"และ"ชุดแปลเอกสารในคดี"
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันอังคารที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการ2ชุดที่เกี่ยวกับคดีปราสาทพระวิหาร โดยคณะแรกคือคณะกรรมการเพื่อวิเคราะห์คำพิพากษาและแนวทางการดำเนินการคดีปราสาทพระะวิหารจำนวน 32 คนรวมที่ปรึกษากรรมการ โดยมีปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานกรรมการ และมีรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศที่ได้รับมอบหมายเป็นรองประธานกรรมการ ส่วนกรรมการประกอบด้วย นายธนะ ดวงรัตน์ , เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา , เจ้ากรมพระธรรมนูญ , เจ้ากรมแผนที่ทหาร , อธิบดีกรมสารนิเทศ , อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก , ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด , ผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม , ผู้แทนกองบัญชาการกองทัพไทย , ผู้แทนกองทัพบก , ผู้แทนกองทัพเรือ , ผู้แทนกองทัพอากาศ , ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย , ผู้แทนสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ , ผู้แทนสำนักข่าวกรองแห่งชาติ , ศาสตราจารย์จตุรนต์ ถิระวัฒน์ , นายสราวุธ เบญจกุล , นายกนก อินทรัมพรรย์ , นายพนัส ทัศนียานนท์ , นักกฎหมายภาครัฐที่เชี่ยวชาญกฎหมายภายในที่ประธานกรรมการแต่งตั้งตามคำแนะนำของคณะกรรมการกฤษฎีกา , นายวีรชัย พลาศรัย (เป็นกรรมการและเลขานุการ) และอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย (เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ)
ขณะที่ที่ปรึกษากรรมการที่ล้วนเป็นชาวต่างชาติจำนวน 7 คนได้แก่ Professor Alain Pellet (ที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศ), Professor James Crawford (ที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศ) , Professor Donald McRae (ที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศ), Ms. Alina Miron (ผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศ) , Mr. Thomas Grant (ผู้ช่วยที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศ) , Professor Alastair Macdonald (ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคแผนที่) และProfessor Martin Pratt (ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคแผนที่)
โดยคณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ศึกษาวิเคราะห์คำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศกรณีกัมพูชาขอให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารปี 2505 เพื่อจัดทำคำอธิบายคำพิพากษาอย่างละเอียดถี่ถ้วนในทุกด้านเพื่อเสนอแนะการดำเนินการต่อไปของรัฐบาล รวมถึงปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ส่วนคณะกรรมการอีกคณะเป็น คณะกรรมการแปลเอกสารในคดีตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารปี 2505 โดยมีกรรมการรวม 20 คน ซึ่งมีอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมสารนิเทศ เป็นรองประธานกรรมการ ส่วนกรรมการประกกอบด้วย รองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย , ผู้แทนราชบัณฑิตยสถาน ,ผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาษาและการแปลจากมหาวิทยาลัยที่ประธานคณะกรรมการแต่งตั้ง 2คน , ผู้แทนกรมพระธรรมนูญ , ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด , ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา , ผู้อำนวยการกองเขตแดน กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย , ผู้อำนวยการกองสนธิสัญญา กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย , ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมสนธิสัญญญาและกฎหมาย , ผู้อำนวยการกองพัฒนางานกฎหมายระหว่างประเทศ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย , เจ้าหน้าที่รกรมสารนิเทศ , เจ้าหน้าที่กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย 3 คน, เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ 2คน, เลขานุการกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย (เป็นกรรมการและเลขานุการ)
โดยคณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ดำเนินการจัดทำคำแปลและตรวจสอบความถูกต้องของคำแปลเอกสารที่เกี่ยวข้องในคดีฯ มีอำนาจพิจารณาจัดทำรูปเล่มและตีพิมพ์และดำเนินการประชาสัมพันธ์คำแปลเอกสารที่เกี่ยวข้องในคดีฯให้สาธารณชนรับทราบ และยังมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติงานตามความเหมาะสม รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย





