นายกฯถกนโยบายด้านการค้ามนุษย์และการทำประมงที่ผิดก.ม. ตั้ง5อนุกรรมการแก้ปัญหา เตรียมรายงานให้สหรัฐฯ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายด้านการค้ามนุษย์และการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ต่อมาเวลา 16.00น. ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมว่า เป็นการประชุมเพื่อดูองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการและอนุกรรมการด้านต่างๆ ซึ่งได้เห็นชอบคณะกรรมการหลักคือคณะกรรมการนโยบายแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และการทำประมงผิดกฎหมาย โดยมีรองนายกฯทั้งหมดเป็นรองประธาน ทั้งนี้ปัจจุบันมีคณะกรรมการดูแลเรื่องดังกล่าวอยู่ 2 คณะได้แก้ คณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด่าวและการค้ามนุษย์ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการการมนุษย์
อย่างไรก็ตามในการการดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพ จึงมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 5 คณะ ประกอบด้วย 1.อนุกรรมการปราบปรามการค้ามนุษย์ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน 2.อนุกรรมการด้านสตรีในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นประธาน 3.อนุกรรมการแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และแรงงานต่างด้าว มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นประธาน 4.อนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน 5.อนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์และกฎหมายที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน
ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า ทั้ง 5 อนุกรรมการจะประชุมเพื่อดำเนินการต่างๆ โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเเละรมว.กลาโหม เป็นที่ปรึกษา ทั้งนี้นายกฯได้กำชับให้อนุกรรมการได้ดำเนินการทันทีพร้อมรายงานผลอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องรอการประชุมในคณะกรรมการชุดใหญ่ อย่างไรก็ตามการประชุมที่ผ่านมา คณะกรรมการได้เห็นชอบแผนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาขอทาน ในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย การคุ้มครอง และการช่วยเหลือรวมทั้งป้องกัน เนื่องจากอาจเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ส่วนปัญหาที่ถูกลดระดับความน่าเชื่อถือด้านดังกล่าวของสหรัฐฯมาอยู่ในเชียร์ 3 นั้น จะต้องจัดทำรายงานถึงการดำเนินงานของไทยเพื่อเสนอไปยังสหรัฐฯ โดยจะทำร่างดังกล่าวในวันที่ 12 มกราคม และมีการแปลโดยกระทรวงการต่างประเทศเพื่อให้เนื้อหาครอบคลุมทุกด้าน จากนั้นจึงส่งไปยังสหรัฐฯภายในวันที่ 30 มกราคม โดยเอกสารที่จะนำส่ง ประกอบด้วย บทนำ ผลงานสำคัญ 5 ด้านตามหลักมาตรฐานสากล คือ 1.นโยบายและกลไกการขับเคลื่อน 2.การดำเนินคดีและการบังคับใช้กฎหมาย 3.การให้ความช่วยเหลือ 4.การป้องกัน 5.การร่วมมือกับทุกภาคส่วน
ด้าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้ต้องการเอาใจสหรัฐฯ แต่ทำเพื่อความถูกต้อง ว่าบ้านเรากำลังจะมีการปรับปรุงในเรื่องนี้ เพื่อให้ตรงตามมาตรฐานสากล และไม่ไปละเมิดสิทธิด้านอื่นของแรงงาน เด็ก สตรี โดยการรายงานวันที่ 12 มกราคม เน้นผลสัมฤทธิ์เป็นสำคัญ ซึ่งงานต่างๆต้องเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินคดีและด้านอื่นๆ อีกทั้งต้องมีการระบุให้ชัดเจนว่า มีกี่เรื่องที่ทำได้หรือทำไม่ได้ ส่วนเรื่องไม่ยังทำไม่ได้จะดำเนินการอย่างไร เมื่อทางสหรัฐฯอ่านรายงานแล้วจะเกิดความเชื่อมั่นว่า ไทยให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวจริง





