"นิพิฏฐ์" รองหน.ปชป. ชี้ข้อสรุปกมธ.ยกร่างรธน. ปมที่มาของนายกฯ-ส.ส.-ส.ว. อาจสร้างปัญหาอีกระลอก
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อสรุปรูปแบบที่มาของนายกรัฐมนตรี ส.ส.และ ส.ว.ของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ที่มาของนายกฯโดยหลักของประเทศที่ปกครองด้วยระบบรัฐสภาทั่วโลกก็ไม่มีการระบุไว้ชัดเจนว่า นายกฯต้องมาจากการเลือกตั้งหรือเป็น ส.ส.แต่โดยทั่วไปจะรู้กันว่า หัวหน้าพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งจะได้เป็นนายกฯ แต่ประเทศไทยเคยมีกรณีที่เชิญคนนอกมาเป็นแล้วก็เกิดปัญหาทางการเมืองขึ้น จึงต้องเขียนให้ชัดว่านายกฯจะต้องเป็น ส.ส. ซึ่งการเปิดช่องให้คนนอกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเป็นนายกฯในช่วงวิกฤตได้ก็ต้องเขียนไว้เป็นกรณียกเว้นอย่างละเอียดด้วยว่า ภาวะวิกฤตขนาดไหนอย่างไร ไม่ใช้เปิดกว้างไว้เช่นนี้ ขณะที่ที่มาของส.ส.ที่เปิดช่องให้ผู้สมัครไม่ต้องสังกัดพรรคการเมืองนั้นจะเห็นได้ว่าทุกพรรคการเมืองต่างคัดค้าน หาก กมธ.ยกร่างฯ ต้องการสร้างความเป็นอิสระให้ ส.ส.ที่สังกัดพรรคก็เขียนไป แต่หลักการเดิมคือ ส.ส.ต้องสังกัดพรรคก็ต้องคงไว้ เพราะในอดีตเคยมีกรณีตัวอย่างมาแล้ว เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 คือปัญหาของการขายตัว ขายเสียงของส.ส.ในสภาฯ
นายนิพิฏฐ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่มาของ ส.ว.นั้น ต้องเริ่มคิดกันตั้งแต่ประเด็นที่ว่า เราจะมี ส.ว.หรือไม่ ถ้ามีแล้วจะมีไว้ทำอะไร ถ้ามีไว้เพื่อกลั่นกรองกฏหมาย ก็คงมีที่มาจากไหนก็ได้ ซึ่งที่มาของ ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญ 2550 ทำให้เกิดปัญหาในสภาฯ มีแบ่งกลุ่มโดยใช้เส้นแบ่งจากความเป็น ส.ว.เลือกตั้ง กับ ส.ว.สรรหา อย่างชัดเจน ดังนั้น ตนคิดว่า หากจะมีการเลือกตั้งก็เลือกตั้งทั้งหมด หรือมาจากสรรหาก็สรรหาทั้งหมด หรือจะไม่มี ส.ว.แล้วไปเพิ่มอำนาจให้ส่วนอื่น อย่าง องค์กรอิสระเป็นต้นก็ได้ แต่ประเด็นหลักอยู่ที่อำนาจหน้าที่ ซึ่งการที่ ส.ว.มาจากการสรรหาทั้งหมดแล้วมีหน้าที่แต่งตั้งถอดถอน และยังมีหน้าที่ในการตรวจสอบคุณสมบัติคนที่จะเป็นรัฐมนตรีเข้าดำรงตำแหน่งอีก ตนคิดว่ามีมากไป และจะทำให้เกิดปัญหาอีกเช่นกัน
นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่กมธ.ยกร่างฯนำกลับมาใช้เป็นสิ่งที่เคยทำให้เกิดปัญหากับสังคมไทยมาแล้วทั้งสิ้น การที่รัฐธรรมนูญฉบับก่อนต้องเขียนว่า นายกฯต้องเป็น ส.ส.มาจากการเลือกตั้ง หรือการบังคับให้ ส.ส.ต้องสังกัดพรรค ก็แสดงให้เห็นถึงความเหมาะสมกับสภาพสังคม เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาในอดีต ดังนั้น ในอนาคตปัญหาเหล่านี้ก็จะกลับมาอีกแน่นอน อย่างไรก็ตาม คิดว่า กมธ.ยกร่างฯจะต้องฟังเสียงทุกภาคส่วน รวมถึงตัวแทนพรรคการเมืองที่แสดงจุดยืนต่อ กมธ.ยกร่างฯ บางประเด็น อย่าง ส.ส.ต้องสังกัดพรรคก็เป็นสิ่งที่ทุกพรรคเห็นสอดคล้องกัน ที่ผ่านมาทุกพรรคการเมืองให้ความร่วมมือเข้าไปแสดงจุดยืนกับกมธ.ยกร่างฯแล้ว แต่ผลที่ออกมาก็แสดงให้เห็นว่า กมธ.ยกร่างไม่ได้ฟังเขาเลย ดังนั้น ระหว่างยกร่างฯจึงอยากให้กมธ.ฟังความเห็นต่อประเด็นต่างๆให้มาก





