วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตั้ง3กรอบ'รธน.ใหม่'บรรลุผล?

(รายงาน) ตั้ง 3 กรอบ"รธน.ใหม่"บรรลุผล เป็นปชต.-ส่วนใหญ่ยอมรับ-ไร้อคติ

การทำงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นแม่น้ำสายที่ 4 จากแม่น้ำทั้งหมด 5 สาย ภายใต้โรดแมพของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังเดินหน้าเข้าสู่โหมดการพิจารณาข้อเสนอที่ได้รับจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.), สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) รวมถึงภาคส่วนต่างๆ เพื่อเลือกข้อเสนอที่ดีที่สุด ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการยกร่างในรายมาตรา ตามกรอบที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวต่อไป

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรอบเวลา หรือไทม์ไลท์การทำงานของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญว่า หลังจากนำข้อคิดเห็นของทุกฝ่ายที่ได้เสนอมารวมกับข้อคิดเห็นของอนุชุดต่างๆ แล้ว กมธ.ก็นำมาพิจารณาว่าแนวทางใดจะดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอที่เสนอมาจากสนช. สปช. ภาคการเมือง หรือจากภาคประชาชน โดย กมธ.ยกร่างจะพยายามเลือกข้อเสนอที่ดีที่สุดเพื่อนำมาประกอบการยกร่างรัฐธรรมนูญ และหลังจากที่ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุดแล้ว ก็จะให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนำข้อเสนอไปใส่ในร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา จากนั้นจะเริ่มต้นพิจารณาในรายมาตราโดยเริ่มที่มาตรา 1 ในวันที่ 12 ม.ค.2558

ส่วนประเด็นต่างๆ ที่มีจำนวนมากนั้น นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็ได้เปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นให้มากที่สุด แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจ ก็ต้องฟันธง ซึ่งอาจจะต้องใช้เสียงส่วนใหญ่ โดยการถามความเห็นเป็นรายบุคคลก็จะทราบเสียงข้างน้อยข้างมาก หากมีความเห็นที่ขัดแย้งกัน ซึ่งทุกประเด็นจะต้องได้ข้อยุติจึงนำไปสู่กระบวนการยกร่างรายมาตรา

ขณะที่ประเด็นการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้น การทำประชามติถือเป็นเรื่องดี ส่วนการตัดสินใจก็ต้องขึ้นอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯก็รู้อยู่แล้วว่าเวลาไหนที่ควรดำเนินการ ถ้าถึงเวลาแล้วฟังเสียงทุกฝ่ายท่านก็ต้องไปแก้รัฐธรรมนูญ โดยผ่านสนช. เมื่อแก้เสร็จก็สามารถจัดการประชามติตามกฎหมาย ซึ่งมีอยู่แล้วจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน

สำหรับบรรยากาศนอกสภาที่มีการมองว่า การคงประกาศกฎอัยการศึก ซึ่งหากทอดระยะเวลานานออกไปจนคนเริ่มชินและเกิดการท้าทายมากขึ้น ขณะที่อีกด้านหลังจากที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเริ่มลงในรายละเอียดในรายมาตราที่อาจมีการออกมาคัดค้านในประเด็นต่างๆ ที่ไม่เห็นด้วย พล.อ.เลิศรัตน์ ระบุว่า การแสดงความเห็นต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่เรารับฟัง และต้องเปิดกว้าง และในฐานะกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญก็ต้องหาข้อสรุปของทุกๆ เรื่องอย่างแน่นอน อาจจะถูกใจหรือไม่ถูกใจบ้าง แต่ก็จะพยายามทำให้การยกร่างรัฐธรรมนูญที่ออกมาเป็นที่พอใจมากที่สุด

นอกจากนี้ต้องแก้ปัญหาของการต่อสู้ทางการเมืองที่ผ่านมานั่นคือ สิ่งที่เรามุ่งหวัง ส่วนเรื่องการเคลื่อนไหวนั้น เห็นว่าคงไม่ใช่เคลื่อนไหว และการแสดงความคิดเห็นก็เป็นเรื่องปกติ การที่จะให้ทุกคนเห็นด้วยกับเรื่องที่กมธ.ร่างก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้นอกจากจะมุ่งความเป็นประชาธิปไตยแล้ว ยังมุ่งการแก้ปัญหาที่เราได้เดินมาถึงทางตัน ทุกเรื่องถ้าไม่ร่างรัฐธรรมนูญให้แก้ปัญหาเหล่านี้มันก็ไม่มีประโยชน์

พล.อ.เลิศรัตน์ ย้ำด้วยว่า รัฐธรรมนูญที่จะออกมาใหม่ ต้องมีการออกกฎกติกาที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย นี่ถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งคงจะไม่เหมือนเดิมไปทุกอย่าง ทุกคนก็ต้องปรับตัวด้วย เพราะเจตนารมณ์ของเราคือ ต้องร่างรัฐธรรมนูญให้ไม่เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา

"คือเราต้องทำให้ทุกคนเข้าสู่ระบบ และรู้ว่ามีสิทธิ และหน้าที่อะไรก็ต้องทำอย่างนั้น และในกฎกติกาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ในการดำเนินการไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการของตัวเอง หรือเรื่องการเมืองก็ต้องเป็นไปตามกฎกติกา ที่เราพยายามจะยกร่าง"

ทั้งนี้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ต้องมีการเทียบเคียงกับร่างที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นฉบับ 2540 หรือ 2550 เพราะเรามีอยู่ในสมองอยู่แล้วว่าจะต้องทำอย่างไร ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีเรื่องใหม่ที่ไม่มีในรัฐธรรมนูญเดิม และที่สำคัญคือรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องนำไปสู่การแก้ปัญหาของบ้านเมืองที่ผ่านมา ไม่เช่นนั้นการร่างรัฐธรรมนูญก็จะไม่มีประโยชน์อะไร

“เราทำทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ ดังนั้นรัฐธรรมนูญที่จะออกมาก็น่าจะเป็นที่ยอมรับในภาพรวม ในบางส่วนอาจจะมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ต้องรอดูภาพที่เสร็จแล้ว ซึ่งเชื่อว่าจะสวยงามเพียงพอ ที่จะส่งประกวดได้”

พล.อ.เลิศรัตน์ ยังระบุถึงรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า ส่วนตัวเห็นว่า จะต้องมีองค์ประกอบ 3 ประการ คือ 1.ต้องเป็นประชาธิปไตย 2.ต้องเป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วนให้มากที่สุด และ 3.ต้องไม่มีความเป็นอคติ

"ถ้าทำทั้ง 3 อย่างได้ก็ถือว่าเราประสบความสำเร็จ เราอยากให้ทุกคนมาอยู่ในระบบ ก็จะทำให้ความขัดแย้งเหล่านั้นลดลง และถ้าเราสร้างระบบที่ทำให้ทุกคนให้การยอมรับ และทุกคนคิดว่ามันไม่มีอคติกับตนเองมันก็เดินหน้าไปได้"

..................................................

เปิดกรอบงานกมธ.ยกร่างปี58

สำหรับกรอบการทำงานของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้วางไว้คือ วันที่ 5-11 ม.ค.2558 คณะอนุกมธ.จัดทำกรอบรัฐธรรมนูญ ทั้ง 11 คณะจะนำร่างรัฐธรรมนูญที่คณะอนุกมธ.ยกร่างบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาพิจารณาความครบถ้วน

วันที่ 12 ม.ค.พิจารณารายละเอียดเป็นรายมาตรา จากนั้นในวันที่ 1-3 เม.ย. จะตรวจทานร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับอีกครั้ง

วันที่ 17 เม.ย. ส่งให้สปช.รับไปพิจารณาและเสนอคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ และส่งคืนมายังกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 25 พ.ค.2558

จากนั้นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะพิจารณาในคำขอแก้ไขเพิ่มเติมที่เสนอมาโดย สปช., ครม., คสช. ระหว่างปลายเดือน พ.ค.-23 ก.ค.2558 ที่ต้องทำร่างรัฐธรรมนูญสุดท้ายต้องแล้วเสร็จและส่งกลับไปสปช. เพื่อให้นายเทียนฉาย กีรนันท์ ประธานสปช. เรียกประชุมสปช.พิจารณา และลงมติภายในวันที่ 6 ส.ค.2558

และภายในวันที่ 4 ก.ย.2558 ต้องนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทูลเกล้าฯ แต่หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพื่อให้ทำประชามติ จะต้องนับจากวันที่ 6 ส.ค.ไปอีก 3 เดือน เพื่อทำประชามติต่อไป