วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'จาตุรนต์'อัด'คณะรัฐประหาร'ใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ตามอำเภอใจ

"จาตุรนต์" โพสต์เฟซบุ๊คอัด "คณะรัฐประหาร" ใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ตามอำเภอใจ อ้าง"ปฏิรูป"แต่ไม่ฟังเสียงใคร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2557 เวลา 23.00 น. นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ "Chaturon Chaisang" เกี่ยวกับวิกฤตสังคมไทยที่ผ่านมา ว่า วิกฤตของสังคมไทย ผ่านไปพร้อมกับปี 2557 จริงหรือ? เกือบครึ่งปีที่สังคมไทยอยู่ในสภาพสับสนวุ่นวาย กฎหมายไม่เป็นกฏหมาย ไม่มีทางออกจากวิกฤตความขัดแย้ง จนกระทั่งในที่สุดก็เกิดการรัฐประหาร ตามมาด้วยการปกครองแบบเผด็จการเต็มรูปแบบและการออกแบบการปกครองบริหารบ้านเมืองกันใหม่ที่กำลังก้าวไปสู่ความเป็น "ประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์แบบไทยๆ”

นายจาตุรนต์ โพสต์ว่า ต้องยอมรับว่า มีคนจำนวนมากรู้สึกโล่งอกที่สังคมไทยพ้นจากสภาพที่วุ่นวายไร้กฎหมายมาได้ พร้อมๆกับที่รู้สึกกันว่า การรัฐประหารและการใช้อำนาจของคณะรัฐประหาร รวมทั้งกฎอัยการศึกปกครองประเทศคือ ทางออกของประเทศ คนจำนวนไม่น้อยถึงกับมีความหวังว่าการจัดการกับปัญหาของประเทศโดยกองทัพจะนำไปสู่การแก้ปัญหาของสังคมอย่างยั่งยืนได้เลยทีเดียว แต่การจัดการกับปัญหาความขัดแย้งในสังคมด้วยการรัฐประหารและการวางระบบการปกครองโดยการนำของคณะรัฐประหารนี้เป็นทางออกของสังคมไทยได้จริงหรือ?

นายจาตุรนต์ โพสต์ต่อว่า วิกฤตของสังคมไทยกำลังจะผ่านไปพร้อมกับปี 2557 จริงหรือ? มักมีการอธิบายจากผู้นำการรัฐประหารและผู้สนับสนุนว่า การที่คณะรัฐประหารเข้ามายึดอำนาจ ก็เพราะสังคมอยู่ในสภาพที่ขัดแย้งและเกิดความรุนแรง โดยที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่สามารถใช้อำนาจในการรักษากฎหมายได้ แต่ไม่ค่อยมีการตั้งคำถามว่า เหตุใดบ้านเมืองจึงก้าวมาสู่สภาพที่กฎหมายไม่เป็นกฎหมาย เหตุใดรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จึงไม่สามารถใช้อำนาจในการรักษากฎหมาย? การอธิบายแก้ต่างให้กับการรัฐประหารนี้เลยเถิดไปถึงขั้นที่จะนำไปสู่ข้อสรุปว่า เมื่อใดก็ตามที่สังคมไทยอยู่ในสภาพที่ขัดแย้ง รัฐบาลบริหารปกครองประเทศไม่ได้ บ้านเมืองอยู่ในสภาพที่ไม่มีขื่อไม่มีแป ก็เป็นความจำเป็นหรือแม้กระทั่งชอบธรรมที่จะต้องแก้ปัญหาด้วยการรัฐประหารและเพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยไม่วุ่นวายขัดแย้งกัน ก็จำเป็นต้องใช้อำนาจของคณะรัฐประหาร รวมทั้งกฎอัยการศึกอย่างไม่มีขอบเขตจำกัด

"กลายเป็นว่า สังคมไทยกำลังอยู่ในสภาพขาดจากการใช้อำนาจ"รัฏฐาธิปัตย์"และกฎอัยการศึกไม่ได้ เหมือนคนติดยาเสพติดร้ายแรง สังคมไทยก้าวเข้าสู่สภาพไร้กฎหมายได้อย่างไรและผู้นำการรัฐประหารจำเป็นต้องเข้ามาใช้อำนาจโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่มาก่อนจริงหรือ?"นายจาตุรนต์ ระบุ

นายจาตุรนต์ โพสต์อีกว่า ภายใต้การปกครองในระบบประชาธิปไตย เมื่อมีวิกฤตการเมืองเกิดขึ้น ทางออกก็คือ รัฐบาลลาออกหรือยุบสภา เหตุใดการยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ จึงไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ คงจำกันได้ว่า มีการบอยคอตการเลือกตั้ง มีการขัดขวางการเลือกตั้งพร้อมๆกับการยึดสถานที่ราชการจำนวนมาก ทั้งกระทรวงสำคัญๆและทำเนียบรัฐบาล การดำเนินการทั้งหมดนั้นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญและจากการวินิจฉัยของศาลแพ่งทำให้การการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่มีผลในทางปฏิบัติ กองทัพซึ่งมีหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงประกาศวางตัวเป็นกลาง ในขณะที่กกต.บอกว่า การขัดขวางการเลือกตั้งเป็นการแสดงความคิดเห็นที่สามารถทำได้ หากที่ใดมีการขัดขวางการเลือกตั้งก็ให้เจ้าหน้าที่หยุดปฏิบัติหน้าที่และหากการนับคะแนนในระบบบัญชีรายชื่อยังไม่แล้วเสร็จแม้แต่หน่วยเดียวก็ไม่สามารถคำนวณสัดส่วนสส.ในแบบบัญชีรายชื่อได้ การเลือกตั้งถูกตัดสินให้เป็นโมฆะ เพราะไม่ได้มีการเลือกตั้งทุกหน่วยในวันเดียวกัน

นายจาตุรนต์ ชี้ว่า กลไกที่มีอำนาจหน้าที่ในการรักษากฎหมายทั้งระบบ ได้ร่วมกันทำให้การเลือกตั้งไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้และการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างร้ายแรงก็ไม่สามารถกระทำได้ สภาพเช่นนี้เอง ที่เป็นเงื่อนไขไปสู่การรัฐประหารที่ผ่านม เมื่อเกิดการรัฐประหารขึ้น กลไกที่มีอำนาจหน้าที่ในการรักษากฎหมายทั้งระบบนี้เองก็ได้รับรองการรัฐประหารโดยดุษณีทั่วหน้ากัน การรัฐประหารที่เกิดขึ้น จึงไม่ได้เกิดขึ้นจากสภาพที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้หรือเกิดจากความจำเป็นแบบที่ผู้ทำรัฐประหารไม่รู้อิโหน่อิเหน่มาก่อน อย่างที่กล่าวอ้างกันในภายหลัง เมื่อไม่มีการพูดถึงต้นเหตุของปัญหากันอย่างตรงไปตรงมา การแก้ปัญหาก็ไม่ตรงจุด ที่แย่กว่านั้น จนกระทั่งบัดนี้ยังไม่ค่อยมีการตั้งคำถามที่เป็นโจทย์ที่แท้จริงของประเทศนี้ว่า จะทำอย่างไร สังคมไทยถึงจะสามารถแก้ปัญหาวิกฤตความขัดแย้งได้โดยไม่ต้องอาศัยการรัฐประหารและกฎอัยการศึก แต่แก้ปัญหาด้วยกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตยในสภาพที่กฎหมายเป็นกฎหมายได้ภายใต้หลักนิติธรรมเหมือนกับที่เขาทำกันในนานาอารยประเทศ สังคมไทยไม่ได้อยู่ในสภาพอับจนปัญญาที่จะตอบคำถามเหล่านี้หรือแก้ปัญหาต่างๆที่มีอยู่ เพียงแต่กระบวนการในการจัดการกับปัญหาที่เป็นอยู่ ไม่เปิดให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเสรีและกว้างขวางพอ เมื่อไม่เปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นของผู้ที่เห็นต่าง สิ่งหนึ่งที่คสช.และรัฐบาลพร่ำพูดอยู่เสมอคือ การปรองดอง ก็ย่อมไม่มีทางเกิดขึ้น

นายจาตุรนต์ ระบุว่า การจัดการกับปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงในสังคมโดยวิธีการรัฐประหารนี้ แม้จะทำให้สังคมอยู่ในสภาพที่ไม่วุ่นวายได้ก็จริง แต่ก็แก้ปัญหาได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และไม่เพียงแต่ไม่ตอบโจทย์ที่แท้จริงของสังคมไทยเท่านั้น การรัฐประหารซึ่งคือ การใช้ความรุนแรงที่ผิดกฎหมาย ไม่เป็นประชาธิปไตยและไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรมยังเป็นการซ้ำเติมปัญหาวิกฤตของสังคมไทยให้หนักหนาสาหัสกว่าเดิมในระยะยาวด้วย การทำให้บ้านเมืองพ้นจากความวุ่นวายชั่วคราวด้วยการรัฐประหารและอำนาจจากการรัฐประหารนี้มีค่าใช้จ่ายที่แพงมาก การไม่เป็นที่ยอมรับในสากล ผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งการลงทุนในประเทศและจากต่างประเทศ การท่องเที่ยวจากต่างประเทศ การขาดแคลนผู้บริหารประเทศที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ทำให้การบริหารไม่มีประสิทธิภาพและไม่ประสบความสำเร็จ การบริหารที่ขาดการตรวจสอบถ่วงดุลและไม่ต้องรับผิดชอบหรือมีพันธะใดๆกับประชาชน

นายจาตุรนต์ โพสต์ต่อว่า การ "จำเป็นต้องเข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้ง" ได้งอกเงยและกลายพันธุ์อย่างรวดเร็วไปเป็นการจะปฏิรูปประเทศในทุกด้าน รวมทั้งการออกแบบระบบการบริหารปกครองประเทศที่ไม่มีทิศทาง กระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นภายใต้อำนาจเบ็ดเสร็จของคสช.ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวและกฎอัยการศึกที่จำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆโดยเฉพาะฝ่ายที่เห็นต่าง จากที่มักพูดกันว่า "แสดงความเห็นได้ แต่ห้ามแตกต่าง" ผลที่จะเกิดขึ้น จึงไม่อาจเป็นการ"ปฏิรูป" ซึ่งหมายถึง การเปลี่ยนแปลงมากๆในทางที่ก้าวหน้าและไม่มีทางที่จะสอดคล้องกับผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ของประเทศได้เลย

"การเข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้งและการสร้าง"ประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบไทยๆ"กำลังจะกลายเป็นการสร้างสังคมที่ไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างถาวร วิกฤตของสังคมไทยไม่ได้กำลังผ่านพ้นไปพร้อมกับปี 2557 หนึ่งปีที่ผ่านไป เป็นปีที่ประเทศต้องเผชิญกับวิกฤตที่ผันผวนและซับซ้อน ปัญหาความขัดแย้งถูกกลบทับไว้ชั่วคราว ปัญหาใหม่ๆกำลังถูกสร้างขึ้น สะสมรอวันที่จะปะทุในวันข้างหน้า"นายจาตุรนต์ ระบุ