สปช.เปิดพิมพ์เขียวปี58 ชี้รัฐธรรมนูญชัด ตัดสิทธิโกงเลือกตั้ง เตรียมรื้อโครงสร้างตำรวจ
ที่รัฐสภา ทีมโฆษกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ประกอบด้วย นายอลงกรณ์ พลบุตร นายวันชัย สอนศิริ และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล สมาชิก สปช.ร่วมแถลงภารกิจของ สปช.ในปี 2558 โดยนายอลงกรณ์ กล่าวว่า หลังจาก สปช.เสร็จภารกิจก้าวแรก 60 วันสู่ก้าวสำคัญของการปฏิรูปประเทศ ซึ่งในปีหน้าจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนเปลี่ยนแปลง เป็นปีแห่งการปฏิรูป และเป็นปีที่ท้าทายประเทศที่จะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ดังนั้น สปช.จึงกำหนดภารกิจสำคัญใน 2 เรื่อง คือ 1.ภารกิจด้านการจัดทำและเห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปประเทศ 2.ภารกิจด้านการปฏิรูปประเทศ โดยในปีหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและระบบ และการขับเคลื่อนบริหารจัดการประเทศตามแนวทางการปฏิรูปใน 4 ด้าน คือ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและภาคการเมือง โดยในช่วงเดือนแรกภายใต้นโยบายของนายเทียนฉาย กีระนันท์ ประธาน สปช.กำหนดให้ สปช.จัดทำวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคตประเทศไทยให้เสร็จภายในเดือน ม.ค.58 ซึ่งจะมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการหรือเวิร์คช็อปวิสัยทัศน์ครั้งที่ 2 เพื่อเป็นกรอบพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ เป็นกรอบวิสัยทัศน์ของกรรมาธิการฯ ทั้ง 18 คณะ เพื่อนำมารวมกันเป็นพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศไทยให้แล้วเสร็จภายในปีหน้า
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า สปช.จะผลักดัน ขับเคลื่อนการปฏิรูปพร้อมกัน 3 ส่วน คือ 1.การปฏิรูปเร็วหรือแบบเร่งด่วน 2.การปฏิรูปภายใน 1 ปี ซึ่งใน 2 ด้านนี้จะดำเนินการโดย สปช.จะประชุมกันทุกวันจันทร์และวันอังคาร และ 3.การปฏิรูปแบบยั่งยืน คือการจัดทำพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศไทย ทั้งนี้ เชื่อว่าด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของ สปช. เราจะสร้างความฝันให้เป็นจริง จะปฏิรูปประเทศนี้ให้สำเร็จมากที่สุด ไม่ว่าจะมีข้อจำกัดใดๆ ก็ตาม จะไม่สามารถหยุดยั้งความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อการปฏิรูปประเทศนี้ ทั้งนี้ นายเทียนฉายได้แต่งตั้งคณะผู้แถลงข่าวในนาม สปช.จำนวน 4 ท่าน ประกอบด้วยพวกตน และนางสีลาภรณ์ บัวสาย
นายวันชัย กล่าวว่า ขอเน้นย้ำว่าการปฏิรูปและการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในภาครัฐตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปกระทั่งมีรัฐธรรมนูญ ประชาชนจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและเห็นการปฏิรูปที่สำคัญ คือการกระจายอำนาจรัฐ การเช็กบิล การตรวจสอบ การบริหารราชการแผ่นดินที่โปร่งใส รวมทั้งการงบประมาณ และจะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญของตำรวจหรือการปฏิรูปโครงสร้างตำรวจไม่ ซึ่งเกิน 3 เดือนจากนี้จะเห็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของตำรวจ รวมทั้งกระบวนการด้านการยุติธรรม ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญ ทั้งนี้ โครงสร้างต่างๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีโครงสร้างที่ออกมาเป็นประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง มั่นคง และเหมาะสมกับสังคมไทยอย่างแน่นอน นอกจากนี้จะมีมาตรการป้องกัน ขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน
ส่วนผู้ที่ทุจริตประพฤติมิชอบ ทุจริตการเลือกตั้งจะไม่มีสิทธิเล่นการเมืองอีกต่อไป ในส่วนของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สามารถปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระ ปลอดจาการครอบงำ แทรกแซงจากคณะบุคคลหรือกลุ่มทุนการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ระบบนิติธรรม คุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาล โดยเฉพาะการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ จะต้องบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญอย่างเด่นชัด ในส่วนของระบบเศรษฐกิจและสังคม จะเขียนในรัฐธรรมนูญอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ป้องกันการสร้างค่านิยมทางการเมืองที่ก่อให้เกิดความเสียหายด้านเศรษฐกิจในประเทศ แปลว่ามาตรการที่เอาเงินออกมาหว่านกันเพื่อสร้างค่านิยมทางการเมือง จะต้องถูกเขียนในรัฐธรรมนูญว่าห้ามกระทำและไม่ให้มีโดยเด็ดขาด และการใช้งบประมาณแผ่นดินต้องใช้อย่างคุ้มค่า มีระบบการตรวจสอบที่เข้มแข็ง ไม่ปล่อยปละละเลยจนเกิดความเสียหายเหมือนที่ผ่านมา
"ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตำรวจนั้น มีกระแสตอบกลับจากวงการตำรวจทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยตำรวจผู้มีอำนาจ ผู้มียศตำแหน่ง กระแสเสียงไม่เห็นด้วย แต่ตำรวจส่วนใหญ่ที่เป็นระดับล่างเห็นด้วย โดยสรุปเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยให้มีการเปลี่ยนแปลง มีเพียงกระแสเสียงของผู้มีอำนาจที่ส่งมาถึงผมและกรรมาธิการฯ พยายามปกป้องรักษาอำนาจของตัวเอง ซึ่งพอเข้าใจได้"นายวันชัย กล่าว
ด้านนายกอบศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับการปฏิรูปภาคเอกชนมี 4 เรื่อง คือ 1.การปฏิรูปเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ ซึ่งที่ผ่านยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศยังไม่ชัดเจน ดังนั้นเราจะดำเนินการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของประเทศให้ชัดเจน เพื่อประโยชน์ของภาคเอกชน 2.การยกระดับของภาคเอกชนไปสู่ภาคการผลิต ทั้งภาคการเกษตร การท่องเที่ยว อุตสาหกรรม การพาณิชย์บริการและโครงสร้างพื้นฐาน 3.การแข่งขันในภาคเศรษฐกิจ ที่ต้องเข้มงวดและยึดโยงกฎหมายให้มากขึ้นโดยเฉพาะกฎหมายการแข่งขัน และ 4.บทบาทของเอกชนที่จะช่วยพัฒนาประเทศ ให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของประเทศ
นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า ในการประชุมวันที่ 5 และ 6 ม.ค.58 จะมีการพิจารณาการปฏิรูปเร็วและการปฏิรูปภายใน 1 ปี ประกอบด้วย การปฏิรูปไฟฟ้าของประเทศในรอบศตวรรษของคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน และข้อเสนอปฏิรูปเร็วของกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคในเรื่องให้คิดอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือ 100 ล้านหมายเลขให้เป็นระบบวินาที เพื่อทวงคืนความเป็นธรรมให้ผู้บริโภค และข้อเสนอปฏิรูปเร็วเรื่องคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการคอร์รัปชั่นในวงราชการ การเมืองและภาคเอกชน โดยจะมีข้อเสนอจัดตั้งสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ เพื่อกำหนดและกำกับมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลในวงราชการ การเมืองและภาคเอกชน ในส่วนของการปฏิรูปภายใน 1 ปีจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อจัดตั้งองค์กรอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งค้างมา 17 ปี





