ศาลอนุญาตฝากขัง 4 ตำรวจกองปราบ รับส่วยบ่อนพนันออนไลน์ อาบูบาก้า เอี่ยวแก๊งอดีต ผบช.ก. รับ 150 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธินได้นำตัว พ.ต.ท.วัฒนา ผลงานดี อายุ 42 ปี สว.กก.2 บก.ป. , พ.ต.ต.อภิสิทธิ์ เมฆประยูร อายุ 32 ปี สว.กก.ปพ.บก.ป ,ร.ต.อ.ศักรินทร์ เกษรเทียน อายุ 30 ปี รอง สว.กก.4 บก.ปคม. และ ร.ต.อ.นิธิพัฒน์ กังรวมบุตร อายุ 28 ปี รอง สว.กก.ปพ.บก.ป ผู้ต้องหาที่ 1-4 คดีรับส่วยการพนันฟุตบอลออนไลน์จากแก๊งอาบูบาก้าตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 2347/57,2350/57,2348/57,2344/57 ลงวันที่ 24 ธ.ค.2557 มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.นี้ - 9 ม.ค.58 เนื่องจากต้องสอบสวนปากคำพยานอีก 20 ปาก และรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา จากกองทะเบียนประวัติอาชญากร รวมทั้งผลการตรวจสอบการดำเนินการทางบัญชีออมทรัพย์ของผู้ต้องหาทุกคน ซึ่งพนักงานสอบสวน ได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงและอยู่ในความสนใจของประชาชนและผู้ต้องหาอาจจะไม่ยุ่งเหยิงกับพยาน
โดยคำร้อง ระบุพฤติการณ์สรุปว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ พล.ต.ท พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานออกสืบสวนจับกุมขบวนการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลออนไลน์ โดยมอบหมายให้ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์อดีต รอง ผบช.ก. เป็นผู้ควบคุมกำกับการดูแล โดยกำหนดให้ พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี อดีตรองผกก.6 บก.ป. เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการสืบสวน โดยให้ พ.ต.อ.วรพจน์ พืชผล ผกก.1บก.ปอศ. เป็นผู้ดูแลเรื่องกฎหมาย รวมทั้งสอบสวนจนเสร็จสิ้นกระบวนความ ทั้งอายัดและถอนอายัดบัญชี จากนั้นมีการตรวจค้น ยึดเครื่องมืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์แล้วนำไปตรวจข้อมูลจนพบรายชื่อบัญชีธนาคารของผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน (เจ้ามือรับแทง) ผู้เล่น จากนั้นมีการอายัดบัญชี เรียกเจ้าของบัญชีมาสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา และ ทำการถอนอายัดบัญชี แต่กรณีนี้พบว่ามีการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่ปกติส่อไปในทางเรียกรับผลประโยชน์กล่าวคือ เมื่อมีการถอนอายัดบัญชีโดยไม่ผ่านกระบวนการสอบสวนโดย พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี เรียกเจ้าของบัญชีมาพบแล้วเรียกรับผลประโยชน์แลกกับการถอนอายัดบัญชี เมื่อมีการตกลงกันเรียบร้อย พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี รายงานให้ พล.ต.ต.โกวิทย์ฯ ทราบ จากนั้น พล.ต.ต.โกวิทย์ฯ ได้ให้นายวิฑูรย์ ตระการพฤกษ์ เลขาฯส่วนตัวนำคำสั่งถอนอายัดบัญชีที่มีการเรียกรับผลประโยชน์แจ้งไปยัง พ.ต.อ.วรพจน์ฯ จากนั้น พ.ต.อ.วรพจน์ฯ จะร่างหนังสือแจ้งรายชื่อบัญชีที่สั่งถอนอายัดไปยัง ร.ต.อ.นิธิพัฒน์ กังรวมบุตร ผู้ต้องหาที่ 4 หรือพนักงานสอบสวนคนอื่นเพื่อนำคำสั่งแจ้งถอนอายัดบัญชีไปที่ธนาคาร โดย พ.ต.อ.วรพจน์ฯ เป็นที่ปรึกษาทำหน้าที่ประสานงานระหว่างฝ่ายสืบสวนสอบสวนในการอายัดบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้กระทำผิดและถอนอายัดเมื่อได้รับผลประโยชน์ตามที่ได้เรียกร้องจากผู้กระทำผิดตามต้องการ ฝ่ายสืบสวนมี พ.ต.ท.วัฒนา ผลงานดี ผู้ต้องหาที่ 1 ,พ.ต.ท.พิพัฒน์ เฉวงราษฎร์ , พ.ต.ต.อภิสิทธิ์ เมฆประยูร ผู้ต้องหาที่ 2 ,พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี ,ร.ต.อ.ศักรินทร์ เกษรเทียน ผู้ต้องหาที่ 3 และ ร.ต.อ.นิธิพัฒน์ กังรวมบุตร ผู้ต้องหาที่ 4
โดย ร.ต.อ.นิธิพัฒน์ ผู้ต้องหาที่ 4 จะได้รับคำสั่งจาก พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานจากการสืบสวนและตรวจค้นและตั้งข้อกล่าวหากับผู้กระทำผิดและเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะให้ฝ่ายสอบสวนดำเนินการต่อไปหรือให้เสนอปลดอายัดบัญชีโดยให้เหตุผลว่าเงินในบัญชีไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดและเป็นผู้พิจารณาแจ้งพฤติกรรมการกระทำผิดของผู้ที่ถูกอายัดบัญชีว่าจะมีความผิดในฐานใดในการพิจารณาและใช้ดุลพินิจของ พ.ต.ท.ทรงรักษ์ฯ น่าจะปรึกษากับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ฯ กับ พล.ต.ต.โกวิทย์ฯ
คำร้องระบุอีกว่า พฤติการณ์และการกระทำของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ฯ กับพวก น่าเชื่อว่าได้รับเงินไปมากกว่า 150 ล้านบาท หลังจากได้ข้อมูลจากการสืบสวนดังกล่าว ร.ต.อ.กรกช ยงยืน รอง สว.กก.2บก.ป. พนักงานสอบสวนตามคำสั่ง ตร.ที่ 631/2557 ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้มาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ให้ดำเนินคดีกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ กับพวก ตามกฎหมายตาม ศาลอาญาที่ 1807/2557 ลงวันที่ 16 ธ.ค.57 และในวันที่ 20 ธ.ค.57 พนักงานสอบสวนได้ยื่นขอออกหมายจับต่อศาลอาญา ซึ่งอนุมัติหมายจับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ กับพวก รวม 14 คน และต่อมา ผู้ต้องหาทั้งสี่ ได้เข้ามอบตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน จึงจับกุมตามหมายจับ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี โดยกล่าวหาว่า เป็นพนักงานร่วมกัน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการกระทำนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ เป็นพนักงานร่วมกัน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 แก้ไขเพิ่มเติมโดย มาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. แก้ไข้เพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2502,มาตรา 157 แก้ไขเพิ่มเติม โดยมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 ประกอบมาตรา 83 ชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ ทุกข้อกล่าวหา
ทั้งนี้ ศาลพิจารณาคำร้องแล้วจึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาได้ตามคำร้อง





