"สดศรี"ชี้ริบอำนาจกกต.ไม่ต่างกับยุบองค์กร เชื่อให้มท.-ศธ.จัดเลือกตั้ง การทุจริตมีมากกว่าเดิม
นางสดศรี สัตยธรรม อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ) พิจารณาให้มีการแยกอำนาจการจัดการเลือกตั้ง และอำนาจควบคุมการเลือกตั้งออกจากกัน โดยให้ กกต.ทำหน้าที่เฉพาะการควบคุมดูแลการเลือกตั้ง และให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการจัดการเลือกตั้ง รวมทั้งอำนาจการให้ใบเหลืองใบแดง ว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติ แต่มีเสียงวิจารณ์ออกมาว่าจะยุบกกต. การจัดการเลือกตั้งจะส่งกลับไปให้กระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงศึกษิการจัดการเลือกตั้งแทน ซึ่งกระทรวงเหล่านี้อยู่ในการดูแลของนักการเมือง ก็จะต้องฟังเสียงของนัการเมืองที่เป็นผู้บังคับบัญชา และที่สำคัญคือต้องกลับไปอยู่ในการครอบงำของนักการเมืองเหมือนเดิม ก็รู้อยู่ว่านักการเมืองไม่ชอบกกต. เพราะกระทบต่อบทบาทหน้าที่ของนักการเมืองโดยตรง ถ้าเป็นอย่างนี้ก็เหมือนกับการย้อนหลังกลับไปมาก แต่ทั้งนี้ จะต้องรอดูว่าการจัดการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นจะสุจริต และโปร่งใสหรือไม่ เพราะการที่ตั้งกกต.ขึ้นมานั้น เพื่อให้ตรวจสอบนักการเมืองและไม่อยู่ภายใต้อำนาจของใคร
"การที่จะลดบทบาทของ กกต. ก็เหมือนกับการยุบ กกต.นั้นเอง หากจะยุบก็พูดกันตรงๆไปเลยว่ายุบ เพราะว่าผลงานที่ผ่านมาใช้ไม่ได้ ก็พูดออกมาเลย ที่มีมติออกมาอย่างนี้มันไม่ใช่การลดอำนาจอย่างเดียว แต่จะไปทำงานซ้ำซ้อนกับกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาได้อย่างไร ซึ่งมีที่ไหนเหรอที่จะทำงานซ้ำซ้อนกัน กลายเป็นว่า กกต.เป็นเพียงฝ่ายธุรการให้เท่านั้นเอง แถมการให้ใบเหลืองใบแดงนั้น จะแยกได้อย่างไรว่าใบเหลืองอยู่ที่กกต.ใบแดงไปอยู่ที่ศาล เพราะ กกต.ต้องทำการสืบสวนสอบสวน และขั้นตอนสุดท้าย หากกกต.สอบสวนเสร็จแล้วเห็นว่าสมควรจะได้ใบแดงก็ส่งไปศาล แต่เมื่อศาลพิจาณาแล้วเห็นว่าให้ได้เพียงใบเหลือง เรื่องก็จะต้องส่งกลับมายังกกต.อีกหรือไม่ อย่างนี้เท่ากับทำทั้งใบเหลือง-แดง จึงถือว่ามันเป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อนมาก"นางสดศรี กล่าว
นางสดศรี กล่าวอีกว่า เพราะอะไรกมธ.ยกร่างฯ ถึงไม่ศรัทธาในการทำงานของกกต. และกมธ.ยกร่างฯ ก็จะต้องชี้แจงเหตุผลได้ว่าทำไมถึงไม่ศรัทธากกต. และการที่จะยกอำนาจของกกต.ไปให้หน่วยงานอื่นรับผิดชอบก็ต้องตอบสังคมได้ว่าเพราะอะไร ขณะนี้เหมือนกับการมัดมือชกกกต. แต่ไม่บอกเหตุผลว่าทำไม เราควรจะมีเหตุผล ไม่ใช่ว่ามีอำนาจแล้วจะทำอะไรก็ได้ ถ้าหากเป็นกระบวนการทำงานอย่างนี้ กกต.จะทำงานได้ยาก และการที่ให้หน่วยงานอื่นจัดการเลือกตั้ง การทุจริตขายเสียงจะหมดไปหรือ แต่อาจจะมากกว่าเดิมก็ได้ เพราะว่ากระบวนการต่างๆ จะไปอยู่ในการครอบงำทางฝ่ายการเมือง
อย่างไรก็ตาม กกต.จะต้องประชุมหารือกัน พร้อมทั้งชี้แจงให้บุคคลต่างๆ ฟัง ว่ากกต.ยังคงมีบทบาทหรือไม่ เพราะการยุบ กกต. นั้นต้องเป็นเรื่องสำคัญและมีเหตุผล โดยกกต.ต้องออกมาพูดกันได้แล้วว่ากกต.มีความสำคัญและมีประโยชน์อย่างไร ไม่ใช่เหมือนกับลูกผีลูกคน กกต.ต้องออกมาสู้ ไม่ให้ใครมามัดมือชกได้





