"นพดล"ติงนายกฯมาจากคนนอก ทำให้การตรวจสอบทางการเมืองอ่อนด้อยลง และรับผิดชอบต่อพรรคการเมือง สภา และประเทศน้อย
นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข้อเสนอในการร่างรัฐธรรมนูญที่ระบุให้นายกรัฐมนตรี ไม่จำเป็นต้องเป็นส.ส.หรือสังกัดพรรคการเมืองว่าเป็นการนำข้อยกเว้นมาเป็นหลักทั่วไป โดยอ้างว่าทำเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นเผื่อบ้านเมืองมีวิกฤต ทั้งๆที่ความจริงเราควรนำหลักทั่วไปที่บ้านเมืองไม่มีวิกฤตหรือการบริหารงานในภาวะปกติเป็นหลักการก่อน
ถ้าบ้านเมืองมีวิกฤตโดยปกตินายกฯก็ยุบสภาฯ ให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งมีทางออกในระบอบประชาธิปไตยอยู่แล้ว การเปิดให้คนนอกเป็นนายกฯ อาจจะทำให้การตรวจสอบทางการเมืองอ่อนด้อยลง และนายกฯที่ไม่ได้เป็นทั้งส.ส.และสมาชิกพรรคการเมืองจะมีความรับผิดชอบต่อพรรคการเมือง สภาฯ และประเทศน้อยลง เพราะเขามาคนเดียว จะทำให้กระบวนการประชาธิปไตยไม่มีการตรวจสอบและถ่วงดุลเท่าที่ควร
นายนพดล กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอที่ต้องส่งรายชื่อรัฐมนตรีให้ส.ว.ดูคุณสมบัติก่อนเป็นรัฐมนตรีนั้น แทบไม่มีประเทศใดที่นายกฯ จะเสนอชื่อรัฐมนตรีให้ส.ว.ตรวจสอบก่อน เพราะนายกฯ และครม.เป็นตำแหน่งที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ไม่เหมาะนักที่จะให้วุฒิสภาเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งรัฐมนตรี แต่ถ้าเป็นการอภิปรายถึงความเหมาะสมแต่ไม่มีอำนาจอนุมัตินั้นก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ส่วนกรณีที่กรรมาธิการฯ มีมติเห็นชอบให้ลดจำนวนส.ส.เขตลงนั้น การลดจำนวนส.ส.เขตลงทำให้ส.ส.ดูแลประชาชนไม่ทั่วถึง จะทำให้ส.ส.ใช้เงินในการสร้างความนิยม หรืออาจจะใช้เงินในระหว่างการเลือกตั้ง ทำให้นักการเมืองที่ทำงานใกล้ชิดประชาชนหรือนักการเมืองดีแต่จน อาจจะสู้นักการเมืองที่ร่ำรวยไม่ได้ และที่น่ากังวลคือ ไม่ทราบว่าจะใช้เขตละคนหรือเขตใหญ่เรียงเบอร์ หากใช้เขตใหญ่ความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนและส.ส.จะเบาบางจนทำให้ประชาธิปไตยไม่เติบโต และไม่มั่นคงเท่าที่ควรจะเป็น





