วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.ยกร่างฯให้หน่วยราชการจัดเลือกตั้งแทนกกต.

กมธ.ยกร่างรธน.กำหนดให้หน่วยงานราชการจัดการเลือกตั้งแทนกกต. เพิ่มบทบาทกกต.เป็นผู้คุม-กำกับการเลือกตั้ง

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาและโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงผลการประชุม ซึ่งพิจารณาในประเด็นหลักการของสาระที่จะกำหนดเป็นบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เรื่อง การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ โดยองค์กรอิสระ, องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ และองค์กรตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ ว่า ที่ประชุมมีประเด็นที่ตกผลึกในเบื้องต้นเกี่ยวกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า องค์ประกอบ กกต. จะมีประธาน กกต. 1 คนและกรรมการอีก 4 คน รวมเป็น 5 คน มีวาระดำรงตำแหน่ง 6 ปี และเป็นได้เพียงวาระเดียว ส่วนคุณสมบัติที่สำคัญ คือ ต้องเป็นบุคคลที่ซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ มีประสบการณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ไม่ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองหรือพ้นจากการดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีจนถึงวันประกาศรับสมัคร และมีความเป็นกลาง

โดยกกต.นั้นมาจากการสรรหา โดยคณะผู้ทรงคุณวุฒิหลายภาคส่วน เช่น ตุลาการ, นิติบัญญัติ, การศึกษา ไม่น้อยกว่า 15 คน เมื่อการสรรหาได้รายชื่อบุคคลที่เหมาะสมแล้วจะส่งให้วุฒิสภาพิจารณาเห็นชอบ ขณะที่อำนาจและหน้าที่ของกกต. มีการเปลี่ยนแปลงจากอำนาจของกกต.ที่มีอยู่เดิม คือกกต.จะมีหน้าที่กำกับและควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างสุจริต, วางหลักเกณฑ์ในการจัดการเลือกตั้งที่เป็นกลาง ถ่วงดุล และป้องกันการซื้อสิทธิ ขายเสียง ส่วนอำนาจการสืบสวน สอบสวนนั้น จะให้ กกต. เป็นผู้วินิจฉัยกรณีการจัดการเลือกตั้ง และผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งว่าก่อให้เกิดการเลือกตั้งที่เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม เที่ยงธรรมหรือไม่ หากพบการทุจริต กกต.มีอำนาจให้ใบเหลืองหน่วยงานที่จัดการเลือกตั้งและผู้ที่สมัครรับเลือกตั้ง และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ นอกจากนั้น กกต. มีอำนาจประกาศและรับรองผลการเลือกตั้ง โดยกำหนดให้ กกต. ต้องรับรองผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันและรับรองส.ส. ได้ไม่น้อยกว่า 85 เปอร์เซ็นต์เพื่อไม่ให้กระทบกับการเปิดประชุมสภาฯ นัดแรก ขณะที่การให้ใบแดงนั้นจะเป็นเรื่องที่ต้องส่งไปยังศาล

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่าสำหรับหน่วยงานที่จะจัดการเลือกตั้งที่ประชุมหารือเบื้องต้นว่าให้เป็นอำนาจของหน่วยงานภาครัฐ เช่น หน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น โดยเหตุผลที่ให้หน่วยภาครัฐดำเนินการดังกล่าวเพื่อลดงาน กกต. ในงานด้านธุรการที่เกินความจำเป็น เช่น พิมพ์บัตรเลือกตั้ง,จัดสถานที่เลือกตั้ง เป็นต้น นอกจากนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหากรณีที่ กกต. ถูกครหาว่าจัดการเลือกตั้งไม่เป็นธรรม และมีการจัดสถานที่เพื่อเอื้อประโยชน์ให้หัวคะแนนของนักการเมืองในพื้นที่เป็นต้น

โฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวด้วยว่าที่ประชุมได้พิจารณาในส่วนของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจรติแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้มีจำนวน 9 คน ประกอบด้วย ประธาน 1 คน และกรรมการอีก 8 คน ส่วนวาระการดำรงตำแหน่ง ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะให้ดำรงแหน่ง 6 ปี หรือ 9 ปี ส่วนประเด็นที่เป้นข้อเสนอให้ป.ป.ช.สามารถฟ้องคดีไปยังศาลฎีกา แผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้โดยไม่ผ่านอัยการสูงสุดนั้น ที่ประชุมพิจารณาและเห็นว่า ให้กำหนดตามกฎหมาย ป.ป.ช. เดิม คือ ผ่านอัยการก่อน เพราะมองว่าอัยการถือเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญด้ายกฎหมายดังนั้นการพิจารณาข้อกฎหมายในคดีจะมีความสมบูรณ์ ทั้งนี้มีข้อยกเว้นแต่คดีที่ใกล้จะหมดอายุความให้ ป.ป.ช. ส่งฟ้องศาลได้โดยตรงยแต่เกินกำหนดระยะเวลาที่กำหนดไว้ ขณะเดียวกันในข้อเสนอของภาคส่วนที่เสนอให้คดีทุจริตไม่มีอายุความ นั้นที่ประชุมเห็นว่าควรกำหนดอายุความไว้ เพื่อไม่ให้กระทบกับการจัดเก็บเอกสาร แต่จะยกเว้นการนับอายุความในคดีที่ผู้ที่ถูกกล่าวหาอยู่ระหว่างการหลบหนีไปต่างประเทศ