วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วรงค์'แนะสร้างกลไกให้การซื้อเสียงยาก

"นพ.วรงค์"เผยรูปแบบการเลือกตั้งชัดเจน ระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมคงมีสส.เขต250เขต แนะใช้กลไกให้ซื้อเสียงยาก

นพ.วรงค์. เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รูปแบบการเลือกตั้งเริ่มมีความชัดเจนขึ้น คือระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมในการคงมีสส.เขต 250 เขต ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรค และระบบสัดส่วนพรรคอีก 200 คน เพียงแต่ใช้วิธีการนับจำนวนสส.ตามระบบเยอรมัน เพื่อเปิดโอกาสพรรคเล็กมีโอกาสได้ที่นั่งในสภามากขึ้น ทำให้การผูกขาดหรือเผด็จการรัฐสภาเกิดขึ้นยาก

"จากวิธีการดังกล่าว ผมเชื่อว่าสามารถช่วยตอบโจทย์ใหญ่ในปัญหาทางการเมืองของประเทศได้ แต่ยังมีโจทย์รองที่ทางกรรมาธิการยกร่างจะต้องศึกษาเพิ่ม นั่นคือปัญหาการซื้อเสียง และการเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามการทุจริต โดยเฉพาะการซื้อเสียงแม้จะมีกกต. และบทลงโทษปัญหาดังกล่าวก็ยังคงอยู่ เนื่องจากเป็นการเห็นชอบด้วยกันทั้งสองฝ่าย และเป็นการยากที่กกต.จะไปตามจับ มีวิธีเดียวเท่านั้นนั่นคือการสร้างกลไกให้การซื้อเสียงยากขึ้น คือให้ใช้ชื่อ นามสกุลผู้สมัคร พร้อมรูป ชื่อและตราเครื่องหมายพรรค เพราะการใช้เลขหมายเป็นการง่ายมากต่อการซื้อเสียง โดยที่ไม่จำเป็นต้องรู้จักชื่อหรือหน้าตาผู้สมัครแต่อย่างใด แค่จำหมายเลขและจ่ายเงินซื้อได้เลย แต่การใช้ชื่อ นามสกุล จะทำให้ผู้สมัครและผู้เลือกต้องทำงานหนักขึ้น และใช้ความตั้งใจในการเลือกมากขึ้น " นพ.วรงค์. กล่าว

นพ.วรงค์. กล่าวว่า. ส่วนคนที่อ่านหนังสือไม่ได้ก็ใช้วิธีจำรูป หรือตราเครื่องหมายพรรค วิธีดังกล่าวจะทำให้การซื้อเสียงลำบากขึ้น ผู้เลือกจะมีความตั้งใจเลือกมากขึ้น ในทางจิตวิทยาการต้องจำชื่อ นามสกุลหรือรูปภาพ จะทำให้ประชาชนสนใจในรายละเอียดประวัติ พื้นเพของผู้สมัคร โอกาสที่จะได้คนดี มีชื่อเสียงมาเป็นสส.ก็มากขึ้น คุณภาพการเมืองไทยก็จะดีขึ้น

นพ.วรงค์. กล่าวว่า ในส่วนของประสิทธิภาพการปราบปรามการทุจริต ก็ยังเป็นโจทย์ที่ท้าทายกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าการดำเนินคดีนักการเมืองยังล่าช้า ไร้ประสิทธิภาพเหมือนกับคดีจำนำข้าว ที่อัยการและปช.ยังไปไม่ถึงไหน นักการเมืองไม่มีทางกลัว จึงเป็นสิ่งที่กรรมาธิการต้องคิดต่อให้ครบวงจร