วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อนุพงษ์'แจงความมั่นคงแก้ความยากจนใช้ศก.พอเพียง

"อนุพงษ์"แจงผลงาน 3 เดือนแทน"ประวิตร" ระบุด้านความมั่นคง แก้ไขปัญหาความยากจนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลงานรัฐบาลในรอบ 3 เดือน ในด้านความมั่นคงของกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แทนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ติดภารกิจในต่างประเทศว่า การแก้ปัญหาความยากจนรัฐบาลให้ความสำคัญในการส่งเสริมประชาชนให้มีอาชีพมั่นคงตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีการจัดตั้งศูนย์บริการจัดหางานให้ประชาชน

ขณะที่ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น หน่วยงานต่างๆ ได้ขับเคลื่อนการประกอบอาชีพของราษฎรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง หาแหล่งน้ำ ที่ดิน ให้แก่ประชาชน สำหรับการส่งเสริมการสร้างงานสร้างรายนั้น มีการพัฒนาสินค้าในท้องถิ่นและชุมชน พัฒนาศักยภาพผู้ผลิต รวมถึงการจัดหาตลาดให้เกษตรกรและผู้ผลิตสินค้า ให้มีที่ระบายสินค้า 3-4 วันต่อสัปดาห์

นอกจากนี้ ยังจัดที่ทำกินสำหรับเกษตรกรผู้ยากไร้ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตร เป็นความร่วมมือของคณะกรรมการนโยบายที่ดิน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้านการช่วยเหลือภัยแล้ง นายกฯ กำหนดไว้ว่าปีต่อ ๆ ไป จะต้องไม่มีพื้นที่แล้งซ้ำซาก ขณะนี้มีประมาณ 12%ของพื้นที่ทั่วประเทศหรือจำนวน 9,000หมู่บ้าน ที่ไม่มีน้ำชลประทานและน้ำประปา ซึ่งเราพยายามแก้ไขให้ โดยให้ทุกภาคส่วนราชการหางบประมาณลงไปจัดแหล่งน้ำขนาดเล็ก จัดบ่อน้ำบาดาลให้

ขณะที่การลดความเหลื่อมล้ำกระทรวงมหาดไทยได้จัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมซึ่งมีทั้งระดับจังหวัดระดับอำเภอ เพื่อให้ประชาชนที่มีความเดือดร้อนได้รับการแก้ไขปัญหาทุกเรื่อง การให้ข้อมูลข่าวสาร รับฟังความคิดเห็นขณะนี้มีประชาชนมาใช้บริการจำนวนมากถึง 3 แสนกว่าเรื่อง ทางรัฐบาลก็แก้ไขไปได้ส่วนใหญ่ ส่วนปัญหาซับซ้อนต้องใช้เวลา อย่างไรก็ตามกระทรวงหาดไทย พยามเร่งทุกส่วนที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขปัญหากับประชาชนให้ได้

สำหรับการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ได้สั่งระดับอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ทำงานบูรณาการร่วมกัน เพราะถ้าไม่แก้ไขจะนำไปสู่ปัญหาด้านสังคมจำนวนมาก อาทิ การค้าประเวณี แรงงาน ขอทาน การอพยพถิ่นฐาน ทั้งนี้ทางภาครัฐได้ประชุมระดับนโยบายทุกภาคส่วนให้เข้าใจตรงกัน ขณะเดียวกันในวันที่ 27 ธ.ค. จะเน้นย้ำเรื่องดังกล่าวกับผู้ว่าราชการทุกจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งใจแก้ปัญหาให้ดีที่สุด เพื่อให้ประเทศหลุดพ้นการประเมินของต่างชาติ ที่จะส่งผลการต่อการกดดันด้านอื่น ๆ ของต่างประเทศได้

ส่วนการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ได้ทำการขึ้นทะเบียน และต่อไปแรงงานต่างด้าวต้องมีพาสปอร์ตทุกคน เพื่อลดปัญหาการค้ามนุษย์ และผู้ประกอบการสามารถใช้แรงงานได้ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่การสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้เน้นมาตรการเชิงรุกและเชิงรับป้องกันอาชญากรรม มาตรการเชิงรุก อาทิ การจัดที่ตรวจสถานประกอบการ การจัดตั้งศูนย์บริการจังหวัดอำเภอให้ความปลอดภัยแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว การจัดตั้งชุดเฉพาะกิจ การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยว สำหรับมาตรการเชิงรับ อาทิ การตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่เสี่ยง การจัดทำแผนฝึกซ้อมและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในพื้นที่ประสบภัยต่างๆ

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า สำหรับปัญหาชายแดนภาคใต้ ซึ่งพล.อ.ประวิตร ได้จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยใช้แนวทางการเมืองแก้ปัญหาในพื้นที่ ไม่ใช้การทหาร เดินหน้าพัฒนาชุมชนซึ่งแผนงานต่างๆ ต้องตอบสนองความต้องการของพื้นที่ และเกิดความพึงพอใจต่อประชาชน ด้านการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ รัฐบาลให้ความสำคัญในการปกป้องพื้นที่อนุรักษ์ การจัดตั้งโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ อาทิ โครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำเฉลิมพระเกียรติ โครงการปลูกป่าอาเซียน ส่วนการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับประชาชนนั้น ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย ขณะนี้รัฐบาลได้พยายามทำให้มีโครงการนำร่องเรื่องขยะที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยจะเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงาน ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการบ้างแล้วและในต้นปีใหม่จะเริ่มดำเนินการในเชิงปฏิบัติได้

"ด้านการปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นหน้าที่สำคัญของรัฐบาลที่จะต้องปกป้องรักษา เชิดชู สถาบันด้วยความจงรักภักดี การจัดโครงการเฉลิมพระเกียรติ ตลอดจนการส่งเสริมโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างต่อเนื่อง ส่วนการกระทำที่ไม่เหมาะสมต่อสถาบันฯ รัฐบาลได้ชี้แจงถึงข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถาบันฯ ตลอดจนพระราชกรณียกิจที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน"พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว