ศาลมีนบุรีอนุญาตฝากขังครั้งแรก"อดีตผจก.แบงก์กรุงศรีฯ-ผอ.คลังเทคโนฯลาดกระบังปลอมเอกสาร-ลักเงินกว่าพันล้านบาท
ร.ต.ท.ธิติ เปฏะพันธุ์ พนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก นายทรงกลด ศรีประสงค์ อายุ 40 ปี ผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาห้างบิ๊กซีศรีนครินทร์ และ น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ อายุ 56 ปี ผอ.ส่วนการคลังสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. ผู้ต้องหาที่ 1-2 ตามหมายจับศาลงวันที่ 22 ธ.ค.57 คดีร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ์และใช้เอกสารปลอม เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค.- วันที่ 4 ม.ค.58 เนื่องจากการสอบสวน ยังไม่เสร้จสิ้น ต้องสอบพยานบุคคลอีก 30 ปาก และรอผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา โดยพนักงานสอบสวน ได้คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง และความเสียหายมีมูลค่ามาก จึงเกรงว่าหากได้รับการปล่อยตัวไป จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น
ตามคำร้องฝากขัง บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.57 น.ส.วรวรรณ สุวรรณกูฏ ผู้รับมอบอำนาจ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับนายทรงกลด และ น.ส.อำพร ผู้ต้องหาที่ 1-2 และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ร่วมกันลักทรัพย์ของทางสถาบันฯ ทำให้ได้รับความเสียหายเป็นเงินทั้งสิ้น 1,075,037,702 บาท ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน พบว่าผู้ต้องหาทั้งสองได้ร่วมกันกระทำความผิดจริง จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาล ขอออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 ในข้อหาปลอมเอกสารสิทธิ์และใช้เอกสารปลอม และร่วมกันลักทรัพย์
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสอง ได้ในวันที่ 22 ธ.ค.57 โดยส่งตัว นายทรงกลด ผู้ต้องหาที่ 1 ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี ซึ่งแจ้งข้อหา สนับสนุนเจ้าพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีหน้าที่ซื้อ จัดการทรัพย์ เบียดบังทรัพย์นั้นไปเป็นของตน หรือไปเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต , เป็นเจ้าพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ , ปลอมเอกสารสิทธิ ใช้เอกสารสิทธิปลอม และร่วมกันลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 , 157 , 264 , 265 , 268 , 334 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การ หรือหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 4,11 ซึ่งนายทรงกลด ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ส่วน น.ส.อำพร ผู้ต้องหาที่ 2 ยังไม่สามารถ นำตัวส่ง พนักงานสอบสวนได้ เนื่องจาก ผู้ต้องหาที่ 2 มีอาการป่วย และรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลไทยนครินทร์ ซึ่งแพทย์ผู้ทำการรักษาแจ้งว่า ผู้ต้องหาที่ 2 มีความจำเป็นต้องรักษาตัวและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด จนถึงวันที่ 26 ธ.ค. ดังนั้นในวันนี้พนักงานสอบสวน จึงยังไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหาที่ 2 มาศาลได้ แต่ก็ได้อายัดตัวผู้ต้องหาที่ 2 ไว้แล้ว พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ควบคุมตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาที่ 2 ฐานเจ้าพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีหน้าที่ซื้อ จัดการทรัพย์ เบียดบังทรัพย์นั้นไปเป็นของตน หรือไปเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต , เป็นเจ้าพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ , ปลอมเอกสารสิทธิ ใช้เอกสารสิทธิปลอม และร่วมกันลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 , 157 , 264 , 265 , 268 , 334 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การ หรือหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 4,11 โดยผู้ต้องหาที่ 2 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาขณะที่ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้
ต่อมาญาติผู้ต้องหา ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 500,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราว แต่ศาลพิจารณาแล้ว ในชั้นนี้ ยังไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวผู้ต้องหาไปคุมขัง ยังเรือนจำมีนบุรี





