"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ สั่งตั้งคณะอนุกก. 5 คณะ ดูแลการค้ามนุษย์ทั้งระบบ กำหนดส่งงาน 7 ม.ค.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงข่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมปัญหาการค้ามนุษย์ในมิติไทย-สหรัฐ ว่า การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน รวมทั้งการลดระดับความน่าเชื่อถือของเทียร์ 3 ในปัจจุบัน เรื่องของรายงานการประมงผิดกฎหมายที่หลายเรื่องต้องเร่งดำเนินการภายในต้นปีนี้ให้ได้ แต่ไม่ใช่เริ่มใหม่ทั้งหมด เพียงแต่บูรณาการทุกอย่างให้ได้ และสร้างการรับรู้ทั้งในและต่างประเทศ โดยอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และประชาชนที่มีส่วนร่วม เพราะมีผลกระทบทั้งสิ้น ทั้งเรื่องการค้าการลงทุน
ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องที่ต้องทำเร่งด่วนในขณะนี้ คือการจดทะเบียน โดยมีการลดค่าขึ้นทะเบียน เข้าไปดูแลเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานซึ่งเรื่องของการจดทะเบียนได้มีการสั่งการเพิ่มเติม โดยเวียดนามได้ขอให้มีการจดทะเบียนแรงงานเวียดนามด้วย โดยปีหน้าทางเวียดนามก็พร้อมที่จะมีแรงงานแลกเปลี่ยนกับไทย เพื่อเข้าสู่อาเซียน ซึ่งทุกประเทศก็จะขาดแคลนแรงงาน จึงต้องเร่งดำเนินการ นอกจากนี้จะต้องมีการจดทะเบียนทั้งแรงงานไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา พม่า จะต้องดูแลเขาให้ดี ให้เหมือนเป็นคนไทยเอง จะต้องให้ความสำคัญเพราะเป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน ขณะที่เรื่องการใช้แรงงานารจดทะเบียนต้องเข้าถึงการดูแลของรัฐอย่างเท่าเทียม ซึ่งเป็นกติกาของโลก นอกจากการจดทะเบียนแล้วต้องดูเรื่องการใช้แรงงานทั้งบนบก ทะเล ที่จะต้องแยกประเภทให้เรียบร้อย มีการใช้แรงงานอย่างเหมาะสมหรือไม่
ขณะนี้รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก เพราะการค้าขายขึ้นอยู่กับการยอมรับของต่างประเทศ วันนี้พันธะสัญญา กฎกติกาต่างๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งมีกฎหมายหลายตัวที่เกี่ยวข้อง วันนี้มีการปรับทั้งหมด ให้มีการประสานสอดคล้องกัน โดยตนจะเป็นประธานในการขับเคลื่อน และมีรองนายกรัฐมนตรี 4 ท่าน ช่วยในการขับเคลื่อน และจะมีคณะกรรมการในระดับนโยบายและมีการตั้งอนุกรรมการแยกเป็นเรื่องต่างๆ 5 คณะ โดยทั้งหมดจะต้องสร้างความรู้ความเข้าใจซึ่งที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการไปแล้วแต่ยังไม่มีการบูรณาการกันมากนักถึงต้องสร้างความมั่นใจให้กับต่างประเทศ โดยที่ตนเข้ามาขับเคลื่อนเองทั้งหมดและรองนายกรัฐมนตรีก็ให้ความสำคัญเพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคงเป็นเรื่องเขตน่านน้ำทางบกและทางทะเล เรื่องแรงงานข้ามแดน เรื่องเศรษฐกิจ และเรื่องสังคมจิตวิทยา ที่จะทำอย่างไรให้แรงงานไทยหรือต่างชาติ เรียนรู้กฎกติกา เพื่อร่วมมือกัน ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกันทั้งหมด จึงมีการดูแลใน 3 ระดับ ได้แก่ 1. ระดับนโยบาย มีนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีดูแล ต่อมา คณะอนุกรรมการซึ่งกระทรวงต่างๆ เช่น กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่จะควบคุม ดูแล ฝึกงาน และหากเป็นชาวต่างชาติก็ต้องมีการส่งกลับต้นทาง ซึ่งจะต้องมีทุกกระทรวงเข้ามาช่วย และจะต้องสร้างความรู้ความเข้าใจ ประชาสัมพันธ์บอกให้ได้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า มีการลดระดับจากเทียร์ 2 เป็นเทียร์ 3 ตั้งแต่ปี 2553 จากประเทศที่ไม่ถูกเฝ้าระวัง อยู่ในระดับเทียร์ 2 มาตลอดจนถึงปี 2556 และถูกปรับเป็น เทียร์ 3 ในปี 2557 ซึ่งเขาดูว่า 4 ปีที่ผ่านมามีการแก้ไขปัญหาอย่างมั่นคงยั่งยืนหรือไม่ หรือแสดงให้รับรู้ได้หรือไม่ว่าที่ผ่านมา มีข้อระมัดระวังในเกณฑ์ต่ำที่สุดที่คณะกรรมการดังกล่าวดูอยู่ว่าราผ่านเกณฑ์หรือไม่ วันนี้เราต้องเอาโจทย์เหล่านั้นมาดูทั้งหมด ซึ่งหลายเรื่องเราต้องเร่งแก้ไข ที่ผ่านมามีการทำแต่ยังไม่สมบูรณ์ ยังสร้างการรับรู้ไม่ได้ เจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการเพียงพอหรือไม่ กฎหมายทันสมัยหรือไม่ มีการบูรณาการหรือไม่ซึ่งจะต้องขับเคลื่อนร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งระบบ เราจะต้องแก้ปัญหาในส่วนที่มีมาตรฐานต่ำสุดให้ได้โดยเร็ว และถ้าแก้ได้หมด เราก็จะหลุดจากเทียร์ 3
ทั้งนี้หลักในการแก้ปัญหาคือการป้องกัน การทำผิดกฎหมายในเรื่องเหล่านี้ ต่อมาคือการคุ้มครองให้ผู้ประกอบการและประชาชนได้รับประโยชน์สุงสุด และลงโทษดำเนินคดี วันนี้ไม่ใช่ประชุมแล้วจบ แต่จะต้องมีการวางแผนยุทธศาสตร์ว่าเราจะแก้ปัญหาการค้ามนุษย์และประมงอย่างไรในระยะยาวพร้อมทั้งทำแผนปฏิบัติการ ทั้งแผนคน แผนงบประมาณ ว่าเราจะทำอะไรต่อเนื่องจากของเดิมที่ยังไม่มีการบูรณาการมากนัก ให้มีการบูรณาการมากขึ้นโดยกำหนดให้มีการประชุมในวันที่ 7 มกราคมนี้ เพื่อติดตามว่า จะทำอะไรก่อนหลัง ระยะยาวจะทำอย่างไรหรือจะมีการตั้งมาตรฐานอย่างไร หรือกำหนดตัวชี้วัดอย่างไร รวมถึงต้องการรับรู้ทันที โดยจะต้องรายงานในทุกๆ เดือน ที่ผ่านมาเมื่อมีปัญหาเราไม่สามารถรายงานได้ จะต้องมีการรายงานโดยตรง ทุก 1 - 3 เดือน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะรับผิดชอบในเรื่องนี้ และจะต้องเร่งดำเนินการ ทำหน้าที่ตามกฎหมาย ขณะเดียวกันคสช.จะเป็นส่วนที่จะทำให้ดำเนินการได้เร็วขึ้น โดยใช้คน กฎหมาย ที่คสช.จำเป็นต้องใช้อยู่ขณะนี้เพื่อขับเคลื่อนงานในส่วนนี้ เพราะหากใช้กฎหมายปกติ บางอย่างอาจขับเคลื่อนไม่ได้ อาจจะมีแรงต้านหรือไม่เพียงพอ โดยเราจะหาวิธีไปพูดคุยทำความเข้าใจ และหาแนวร่วมเพราะงานนี้เป็นการแก้ไขปัญหาของประเทศ เพื่อทุกคนไม่ใช่เฉพาะประมง เกี่ยวข้องกับรายได้ประเทศ และความเข้าใจ สร้างความไว้วางใจจากต่างประเทศด้วย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
เมื่อถามว่า อีก 3 เดือนจะมีการประเมินจากทางสหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องถามคนประเมิน เพราะมีกติกาอยู่แล้วส่วนเรื่องเทียร์ เป็นเรื่องน่ายินดีที่สหรัฐฯยังไม่มีการเพิ่มมาตรการอะไรเป็นพิเศษที่จะกดดันไทยมากกว่าเดิม ขึ้นอยู่กับเขาเป็นผู้พิจารณาว่าเราสามารถทำได้จริงหรือไม่ จึงต้องสร้างความเข้าใจตรงนี้ ขณะเดียวกัน ไอยูยู ก็ให้เราชี้แจงไปภายในเดือนมกราคม ว่ามีการแก้ไขเรื่องแรงงานประมงอย่างไร ก็ต้องเร่งชี้แจงในส่วนนี้ให้ได้ เพราะสินค้าประมงมีปัญหาอยู่อีก 2 แสนล้าน หากเขาไม่ซื้อเราจะทำอย่างไร ซึ่งต้องขอบคุณภาคเอกชนที่ชี้แจงว่าไม่ได้ใช้แรงงานผิดกฎหมายแต่ประเด็นสำคัญคือมีสื่อที่ไม่เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ จึงมีการขัดแย้งกันต้องมีการตั้งคณะกรรมการให้มีความชัดเจนที่ผ่านมายังมีไม่ครบทั้งระบบและการแก้ปัญหาจะต้องได้รับการร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการ รัฐบาล ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ถ้าร่วมมือกันก็แก้ได้หมดและแสดงให้เขาเห้นว่าเราร่วมมือกัน เขาก็ต้องให้โอกาสเรา อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าห่วงคือ ไอยูยู ซึ่งตนจะเร่งดำเนินการให้มีการจดทะเบียนแรงงานประมงภายในเดือนกุมภาพันธ์ และหารือกันว่าจะประกอบการอย่างไร ไม่ใช่จดทะเบียนแล้วมาประท้วงกัน ตนก็ไม่ยอมเพราะมันผิดกฎหมายและเราก็ค้าขายไม่ได้ เราต้องเคารพกติกาของสังคมโลก
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีกำหนดระยะเวลาในการทำยุทธศาสตร์ดังกล่าวไว้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องทำให้ได้ภายใน 1 ปี และต้องมีความก้าวหน้าทุกเดือน รายงานเขาได้ทุกเดือน อย่างเขาให้รายงานภายใน 30 มกราคม แล้วจะรายงานเขาทันหรือไม่ แค่เราประชุมให้มีการจดทะเบียนบนบกก็ใช้เวลา 3 เดือนแล้ว แล้วยังมีแรงงานในทะเลอีก นี่คือปัญหาที่ทับซ้อนกันอยู่ และคสช.กับรัฐบาลเข้ามาก็ทำมาตลอดทุกอย่าง ต้องตั้งระบบทุกอย่าง มันต้องใช้เวลา ให้กำลังใจซึ่งกันและกันก็แล้วกัน ขอให้ต่างชาติให้เวลากับเราและช่วยเจ้าหน้าที่สร้างความเข้าใจกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องมีการจับกุมบ้าง ถ้าไม่อยากทำผิดก็ขอให้หยุดซะ ซึ่งวันนี้มีเยอะ
ด้านพล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในที่ประชุมมีการตั้งคณะกรรมการนโยบายการค้ามนุษย์และการประมงที่ผิดกฎหมาย โดยนายกรัฐมนตรีมีการตั้งคณะอนุกรรมการ 5 คณะ แต่ยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการ โดยคณะอนุกรรมการชุดที่ 1 ดูแลเรื่องการปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน คณะที่ 2 ดูแลเรื่องแรงงานเด็ก แรงงานต่างด้าว แรงงานภาคบังคับ โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานเป็นประธาน คณะที่ 3 ดูแลเรื่องสตรี โดยมีรัฐมนตรีพม. เป็นประธาน คณะที่ 4 ดูแลเรื่องประมงและไอยูยู โดยมีรมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน และคณะที่ 5 ดูแลด้านกฎหมายและประชาสัมพันธ์ทั้งในและต่างประเทศ โดยจะต้องติดตามคดีความต่างๆ ด้วยโดยมี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมช.ต่างประเทศเป็นประธาน ทั้งนี้ได้กำหนดให้มีการประชุมร่วมกันในวันที่ 7 มกราคม
โดยจะต้องมีการเสนอคณะกรรมการทั้ง รายชื่อ แผนงาน ว่าใน 3 เดือน 6 เดือนหรือ 1 ปี จะทำอะไรบ้าง และจะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อไหร่ เพื่อให้สามารถชี้แจงได้เป็นระยะ ขณะที่คสช.จะต้องดำเนินการด้านนี้เป็นเหมือนคู่ขนานกันไปเพราะที่ผ่านมามีการติดขัดหลายอย่าง คสช.จะมาช่วยในเรื่องบังคับใช้กฎหมาย กำลังพลมาทำงานในแต่ละเรื่องเพื่อให้ทันตามกำหนดเวลา





