กมธ.ยกร่างรธน. เคาะที่มานายกฯ จากการโหวตของสภาฯ ขอโทษ สนช.,สปช. ที่ไม่รับข้อเสนอ
นายสุจิต บุญบงการ รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ คนที่3 แถลงภายหลังการประชุม กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งพิจารณาประเด็นสถาบันทางการเมือง ว่า ที่ประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้เห็นชอบในหลักการและยืนยันถึงที่มาของนายกรัฐมนตรี ว่าควรมาจากรูปแบบปกครองของรัฐสภา มาโดยการลงมติของสภาผู้แทนราษฎร โดยเกณฑ์การลงมติเลือกบุคคลนั้นต้องนับจากคะแนนเสียงข้างมาก อย่างไรก็ตามในประเด็นรายละเอียดอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายกฯ ต้องเป็นส.ส.หรือไม่นั้น ที่ประชุมยังไม่ได้พิจารณาและได้ข้อสรุป ทั้งนี้มีผู้เสนอ 2 แบบว่า ต้องมาจากส.ส. และ ไม่ต้องมาจาก ส.ส. โดยมีเหตุผลคือเพื่อเป็นการปลดล็อคปัญหาช่วงรัฐบาลที่ผ่านมา กรณีที่มีการชุมนุมทางการเมืองและหาทางแก้ไขไม่ได้ หากเปิดช่องดังกล่าวไว้สามารถหานายกฯ คนกลางเข้ามาคลี่คลายได้ นอกจากนั้นแล้วยังมีอีกหลายประเด็นที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ยังพิจารณาและคาดว่าจะได้ข้อสรุปในวันที่ 24 ธ.ค. อาทิ จำนวน ส.ส., จำนวนส.ว. การตรวจสอบ การถ่วงดุล ความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร หรือนักการเมือง และข้าราชการ
“ผมต้องขอโทษไปยังสภาปฏิรูปแห่งชาติ และสภานิติบัญญัติแห่งชาติด้วยที่ไม่ได้รับข้อเสนอเรื่องที่มานายกฯ เป็นแนวทางปฏิบัติ แต่เราได้พิจารณาแล้วเห็นว่าแม้ระบบการปกครองแบบรัฐสภา ที่ใช้มา 82 ปี จะมีปัญหา แต่ปัญหาที่เกิดสามารถที่จะแก้ไขได้ ส่วนระบบใหม่ที่เสนอยังไม่มีหลักประกันที่ทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาหรือความเสี่ยงใดๆเกิดขึ้น ดังนั้นเราจึงยอมรับความเสี่ยงในระบบเก่าเพราะเชื่อว่าจะเสี่ยงน้อยกว่าระบบใหม่ สำหรับข้อเสนของสปช. และสนช. ในประเด็นต่างๆ นั้นทางกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้รับฟังจำนวนมาก มีเพียงแต่ประเด็นที่มานายกฯ เท่านั้นที่ไม่ได้รับ” นายสุจิต กล่าว
นายสุจิต แถลงด้วยว่าในประเด็นที่มานายกฯ ซึ่งได้ข้อสรุปนั้นเป็นการตกผลึกร่วมกันของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยไม่มีการลงมติแต่อย่างไรทั้งนี้ระหว่างการประชุมประเด็นนี้ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้สอบถามกับกมธ. ว่ามีความเห็นในประเด็นที่แตกต่างจากการเลือกนายกฯ ผ่านระบบสภาฯ หรือไม่ โดยมี 2 กมธ. ที่เคยสงวนความคิดเห็น ได้ขอถอนการอภิปราย จำนวน 1 คน โดยให้เหตุผลว่าไม่สามารถที่จะแสดงความเห็นฝ่าความเห็นของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ แต่มี กมธ.อีก 1 คนที่ยังขออภิปราย





