วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วิษณุ'ปัดตอบข้อพิพาทปมเลือกนายกฯโดยตรง

"วิษณุ" ปัดตอบข้อพิพาทปมเลือกนายกฯโดยตรง บอก "กมธ.ยกร่างเป็นใหญ่" ชี้ทำประชามติต้องแก้รธน.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีความเห็นข้อขัดแย้งต่อข้อเสนอให้มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรงต่อของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ว่า ในที่สุดคณะกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นใหญ่ ทั้งหมดเป็นเพียงความเห็นที่ป้อนและเสนอเข้าไป สปช.จะเสนออะไรเข้าไปก็ต้องเสนอเป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นทางการเช่นในนามกรรมาธิการ ไม่ใช่เป็นรายบุคคล รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวไม่ได้บอกว่าคนใดคนหนึ่งเสนอไปได้ ส่วนจะมีการเสนอย่างไรตนยังไม่เห็นรายงาน อีก 4 เดือนร่างรัฐธรรมเสร็จ ตอนนั้นสมาชิกแต่ละคนสามารถทำงานเป็นคนๆได้ โดยไม่ต้องเป็นกลุ่ม เพราะเป็นการขอแก้ ขอแปรญัตติ ซึ่งต้องไปเจอกันตอนนั้นอีกหน

ผู้สื่อข่าวถามว่าการเลือกนายกฯ และครม.โดยตรง จะทำให้เกิดซุปเปอร์ประธานาธิบดี อย่างที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นห่วง นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องไปถามผู้ที่พิพาทกัน ตนไม่เกี่ยว อย่าเอาเข้าไปด้วยเลย ทั้งนี้ไม่ได้มองว่าเป็นการงัดข้อกันเพราะทั้งหมดอยู่สภาเดียวกัน ก็มีสิทธิที่จะพูด ส่วนข้อเสนอเลือกตั้งนายกฯโดยตรงของนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านการเมืองนั้น ตนเห็นจากสื่อเท่านั้น ไม่รู้ว่ามีเป็นตัวรายงานหรือไม่ สำหรับข้อดีข้อด้อยตนอยากให้ความเห็น แต่กลัวว่าจะถูกโยงว่าเป็นคำพูดรัฐบาล หรือคสช. ฉะนั้นอย่าพูดให้เข้าใจผิดเลย มีอะไรตนกระซิบบอกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเองก็ได้

ส่วนกระแสข่าวคสช.จะแต่งตั้งคณะกรรมการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนเห็นข่าวจากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ข้อเท็จจริงตนไม่ทราบ และเท่าที่ควรจะได้ยินก็ยังไม่ได้ยิน

นายวิษณุ กล่าวถึงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า รัฐธรรมนูญชั่วคราวไม่ได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการลงประชามติ ฉะนั้นใครที่จะทำประชามตินั้นยังทำไม่ได้ ต้องผ่านการแก้รัฐธรรมนูญให้มีการลงประชามติ ซึ่งรัฐธรรมนูญเอง มีอยู่มาตราหนึ่งระบุให้กรณีจำเป็นสามารถแก้รัฐธรรมนูญได้ โดยคสช.จะเป็นผู้ดำริว่าควรจะแก้ แล้วเสนอไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) พิจารณา

“ถ้าคิดจะทำประชามติต้องแก้รัฐธรรมนูญ โดยคสช.มีอำนาจเสนอแก้ ฉะนั้นคสช.จึงเป็นคนให้คำตอบสุดท้าย เพราะใครอยากจะมีประชามติก็มีไม่ได้ทั้งนั้นถ้าไม่แก้ แต่คสช.เสนอแล้วสนช.จะแก้ให้หรือไม่ก็ไม่รู้ ดังนั้นคสช.เป็นคนเปิดประตูแล้วอยู่ที่สนช.จะลงเรือหรือไม่ เมื่อมีการแก้ก็จะเปิดโอกาสให้ลงประชามติได้ สำหรับเมื่อไหร่ถึงจะรู้ว่าต้องทำเช่นนั้น ก็ต้องรอว่ามีความต้องการกันหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่ได้ทำแกงส้มเลย แล้วจะบอกว่าอร่อยหรือไม่ยังเร็วเกินไป แต่เมื่อใกล้เสร็จแล้วเอามาชิมว่าเป็นอย่างไร เผ็ด ขม เปรี้ยว หรือควรเททิ้ง ซึ่งแปลว่าทำประชามติ ซึ่งผมเข้าใจว่าช่วงเดือนเม.ย.2558 จะรู้แล้ว” นายวิษณุ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีการทำประชามติจะทำให้การเลือกตั้งเลื่อนไปถึงเมื่อไร นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานเท่าไร ซึ่งขึ้นอยู่กับการทำความเข้าใจกับประชาชน เพราะเมื่อปี 2550 การทำประชามติเราไม่ได้สร้างความเข้าใจมากพอ จึงทำให้เป็นที่มาของการกล่าวหาว่าไปลงประชามติกันโดยไม่รู้เรื่อง เราเคยมีตัวอย่างการทำประชามติหนเดียว แล้วไม่ประสบความสำเร็จเสียด้วย ก็ต้องคิดหนัก คนที่ต้องการสะใจอยากมีส่วนทำประชามติเขาก็อยากทั้งนั้น ตนก็อยาก แต่คนที่ต้องรับผิดชอบต้องคิดถึงผลได้ผลเสีย ทั้งนี้หากรัฐธรรมนูญเสร็จเดือนก.ย. 2558 จะมีทาง 2 แพร่ง คือเลี้ยวซ้ายไม่ทำประชามติ คือ 3 เดือน ไปออกกฎหมายลูก อีก 2 เดือนไปหาเสียงเลือกตั้ง แต่ถ้าเลี้ยวขวา มีประชามติ ก็ต้องออกกฎหมายลูกมาเร็วๆก่อนฉบับแรกคือกฎหมายลูกว่าด้วยการลงประชามติ ระหว่างนั้นจึงออกกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง เรื่องพรรคการเมืองไป ในช่วง 3 เดือนนั้นจึงเป็นเวลาที่ใช้เตรียมทำประชามติได้ แต่วันเลือกตั้งนั้นจะทำให้การประกาศวันเลือกตั้งเลื่อนออกไป ซึ่งต้องบวกเพิ่มอีก 2-3 เดือน ถ้าการทำประชามติไม่ผ่านก็เสียเวลาหน่อยแต่ช่างมัน