วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บิ๊กคสช.'อัดพวกต้านกองทุนฯจ่ายเงิน

"พล.อ.ไพบูลย์" รมว.ยุติธรรม และสมาชิกคสช. อัดพวกต้านกองทุนฯจ่ายเงิน

วานนี้ (22 ธ.ค.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวในหัวข้อเติมเต็มช่องว่าง สร้างมิติใหม่ของกระบวนการยุติธรรม ว่า 4 เดือนที่ผ่านมาพบปัญหาการออกกฎหมายและระเบียบราชการทับซ้อนกัน ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ จึงกลั่นกรองและเสนอแก้กฎหมาย 321 ฉบับ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ขณะนี้ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว 151 ฉบับ ยอมรับว่ากระทรวงยุติธรรมมีปัญหามาก สถานพินิจและคุ้มครองเด็กทั่วประเทศมีที่ทำการเพียง 30-40 เปอร์เซ็นต์ แม้จะมีการจัดตั้งกองทุนยุติธรรมอยู่ในความรับผิดชอบของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ แต่ประชาชนยังเข้าไม่ถึง ผู้ต้องหาหลายคนต้องติดคุกเพราะไม่มีเงินประกันตัว

เขากล่าวต่อว่า ส่วนเรือนจำที่มีปัญหาคนล้นคุกถ้าเป็นคนชั่วก็ต้องยอมให้ล้น ไม่ใช่ปล่อยคนชั่วออกมา แต่วันนี้คุกมีแต่นักโทษคดียาเสพติดซึ่งต้องยอมรับว่าไม่ใช่นักค้ารายใหญ่ตัวจริง 70-80 เปอร์เซ็นต์ แต่เป็นแรงงานยาเสพติด จึงมีความจำเป็นต้องแก้กฎหมายยาเสพติดเพื่อไม่ให้ลงโทษ ด้วยการนับจำนวนยาเสพติดที่จับกุมได้

"ในอดีตผู้บริหารบางคนมีความคิดไม่อยากให้ประชาชนเข้าถึงกองทุนยุติธรรมเพราะกลัวต้องจ่ายเงินมาก ซึ่งผมอยากด่าจริงๆ เราจ่ายเงินปีละ 500-600 ล้านบาท เพื่อคนยากไร้ทำไม่ได้ แต่คอร์รัปชันปีละ 4 แสนล้านทำได้ ดังนั้นจึงต้องเอากระทรวงยุติธรรมไปไว้ที่ชุมชนและชนบทให้ได้ ภายในเดือน เม.ย.58 ต้องสมบูรณ์" พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

นอกจากนี้ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า สำหรับการแก้ปัญหาทุจริตไม่ต้องการให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานอัยการสูงสุด มาอยู่กับกระทรวงยุติธรรม เพราะรัฐบาลชั่วก็มี จึงต้องการให้หน่วยตรวจสอบคงสถานะองค์กรอิสระไว้ แต่ขอให้บูรณาการการทำงานร่วมกัน เนื่องจากรัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อดัชนีชี้วัดการทุจริตของประเทศ

นอกจากนี้ขอฝากให้ ป.ป.ช.แก้กฎหมายดึงรัฐมนตรีและนักการเมืองซึ่งทำหน้าที่ตั้งงบประมาณและแปรญัตติมาร่วมรับผิดในคดีทุจริตด้วย รวมถึงประเด็นการแก้กฎหมายให้คดีทุจริตไม่มีอายุความ

ชี้จัดซื้อภาครัฐทุจริตใหญ่ที่สุด

ก่อนหน้านี้ นายวิชา มหาคุณ ป.ป.ช. บรรยายในหัวข้อ "ปัญหาคอร์รัปชันในประเทศไทย : บทบาทของนักกฎหมายและนักเศรษฐศาสตร์" ให้แก่ผู้เข้าอบรมหลักสูตรนิติเศรษฐศาสตร์ระยะสั้น รุ่นที่ 2 (ระดับที่ 1) ใจความว่า ในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมักพบปัญหาในเรื่องของความเข้าใจว่าจะทำอย่างไรให้ได้ผล หากดูตามอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านคอร์รัปชัน 2013 ได้กำหนดนิยามของคำว่าทุจริตไว้ว่า แบ่งเป็นหลายระดับ

เขากล่าวว่า ที่มีปัญหามากที่สุดคือการคอร์รัปชันขนาดใหญ่ จะต้องจัดการด้วยวิธีที่ซับซ้อน ซึ่งมีการวางแผนล่วงหน้าว่าจะทำกันอย่างไร โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นการคอร์รัปชันขนาดใหญ่มากที่สุดในหลายประเทศที่เรียกกันว่าทุจริตเชิงนโยบาย ที่นักธุรกิจร่วมมือกับนักการเมืองผันเอางบรัฐมาถ่ายเข้ากระเป๋าอย่างแนบเนียน วงเงินทุจริตนั้นก็ถูกบวกเข้าไว้ในงบประมาณเรียบร้อยแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เป็นเป้าหมายหลักที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกต้องบริหารจัดการจะทำอย่างไรให้ลดหรือทำให้เกิดความคุ้มค่าสำหรับประชาชน

กระบวนการเหล่านี้ขึ้นอยู่กับบริษัทเอกชน ซึ่งราชการต้องช่วยดูแล

นอกจากนี้ นายวิชา กล่าวว่า กระบวนการทางศาลหรือกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้น ต้องบูรณาการทางความคิดเพื่อทำให้กระบวนการเหล่านี้เป็นความคิดเดียวกันว่าจะจัดการปัญหานี้อย่างไร ไม่ใช่แยกเป็นส่วนๆ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นความเสียหายทางสังคมและการคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นทุกแห่งที่มีขนาดใหญ่นั้นมีมูลค่าที่สังคมต้องจ่าย โดยเฉพาะเรื่องของความอับอายขายหน้ายังรวมถึงความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารด้วย