สปช.มติเอกฉันท์ 212 เสียง ส่งรายงานให้รัฐบาลเดินเครื่องตั้ง กอช. สร้างโอกาส-เป็นธรรมให้คนไทยนอกระบบแรงงาน 24
ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช. เป็นประธานการประชุม ได้ลงมติเห็นชอบรายงานและข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส เรื่อง หลักประกันความมั่นคงด้านรายได้เพื่อการยังชีพของผู้สูงอายุ การเร่งรัดการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)กองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ.2554 โดยเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)เร่งปฏิบัติตาม พ.ร.บ.กองทุนการออมฯ ทันที และเสนอไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของรัฐบาลเป็นระยะต่อไป ด้วยเสียงเอกฉันท์ 212 เสียง
ทั้งนี้ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ ประธาน กมธ.ปฏิรูปสังคมฯ นำเสนอรายงาน ว่าการจัดตั้งกองทุนการออม (กอช.) ภายใต้ พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ.2554 เพื่อเป็นการสร้างหลักประกันให้กับผู้สูงอายุ และผู้ใช้แรงงานนอกระบบด้านเศรษฐกิจ, สุขภาพ และความมั่นคงทางสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยที่ผ่านมาระดับนโยบายยังไม่ถูกนำไปปฏิบัติใช้ให้เป็นรูปธรรม แม้รัฐบาลชุดต่อมาได้ผลักดันช่องทางใหม่เพื่อสร้างหลักประกันที่เหมือนกับกอช. โดยการบังคับใช้ตามมาตรา 40 ของ พ.ร.บ.ประกันสังคมแทน โดยเปิดช่องให้คนที่ได้รับสวัสดิการอยู่แล้ว เช่น บำเหน็จ บำนาญ ประกันสุขภาพ เสียชีวิต ชราภาพ โดยการออกกฤษฎีกาเพื่อขยายหลักเกณฑ์การปฏิบัติของกฎหมาย แต่ กอช. เน้นการออมให้ได้บำนาญ เพื่อให้ได้จนวาระสุดท้ายของชีวิต ไม่ให้นำบำเหน็จมาใช้จนเป็นภาระของสังคม ทั้งนี้เป็นสิ่งที่น่าแปลก คือให้พนักงานของรัฐ ข้าราชการบำนาญที่มีสวัสดิการ บำเหน็จ บำนาญที่อายุ 60 ปีขึ้นไปได้รับสวัสดิการภายใต้ มาตรา 40 ด้วย จึงทำให้คนที่ได้รับสวัสดิการอยู่แล้ว ได้เพิ่มมากขึ้น ส่วนประชาชน ผู้ด้อยโอกาส และแรงงานนอกระบบอีกกว่า 24.6 ล้านคนไม่มีโอกาส เนื่องจาก กอช. ไม่ได้บังคับใช้ ทั้งที่กระทรวงคลังมีความพร้อมที่จะดำเนินการ
"ผมลองไปสมัครตามมาตรา 40 พ.ร.บ.ประกันสังคม ช่องทางเลือกที่ 3 คือ ส่งเงินออมย้อนหลังและล่วงได้ 1 ปี ผมไปสมัครไม่ได้ต้องการเงิน เพราะมีสวัสดิการฐานะข้าราชการบำนาญ ทราบหรือไม่ว่าหากผมไปลาออก รัฐบาลจะจ่ายให้ 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้ผมจ่ายไป 4,000 บาท ถ้าลาออกรัฐบาลจ่ายให้ผม 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้มีคนแห่ไปทำ และอธิบายให้ฟังว่าไม่มีเงินฝากที่ไหนดีเท่านี้ ดังนั้นถือเป็นการผิดกลุ่มเป้าหมาย และหลายคนมีความสับสนเรื่องนี้ และมีบางส่วนคิดขยายเวลาทั้งที่เป็นช่องทางที่ไม่ถูกเป้าหมาย การเดินหน้าตามมาตรา 40 แห่ง พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ ถือเป็นการเพิ่มความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ใช่ให้คนมีโอกาสแล้วได้โอกาสซ้ำอีก ดังนั้นเป้าหมายหลักที่ควรเดินไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่เอามาตรา 40 มาเป็นสิ่งที่ขัดขวาง น่าเป็นบททดสอบการปฏิรูปของสปช. ว่าการดำเนินงานเรื่องที่มีประโยชน์ เป็นประเด็นปฏิรูปที่ชัดเจน ข้อเสนอจะไปสู่การปฏิบัติหรือไม่ หากติดขัดจะกระทบต่อทิศทางการปฏิรูปของสปช.เช่นกันว่าหากเรื่องที่ใหญ่กว่านี้เราจะเดินหน้าได้หรือไม่" นพ.อำพล กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประชุมวาระดังกล่าว ได้มีสปช. จำนวน 20 คนอภิปรายสนับสนุนรายงานและความเห็น ทั้งนี้มีประเด็นให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม อาทิ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สปช. อภิปรายเสนอว่า 1.ปัจจุบันพบว่าผู้สูงอายุยังมีสุขภาพดีด้วยเทคโนโลยีมีจำนวนมาก รัฐควรขยายเวลาเกษียณ จากเดิม 60 ปี ไปเป็น 65 - 70 ปีโดยพิจารณาตามอาชีพหรือวิชาชีพ, 2.ส่งเสริมการออมและวินัยการออมอย่างแท้จริงให้กับแรงงานนอกระบบ, 3.สร้างทัศนคติที่ไม่ทำลายศักยภาพของผู้สูงอายุต่อการทำงาน, 4.สร้างแรงจูงใจให้ครอบครัวที่มีความพร้อมมีบุตรทันทีหลังแต่งงาน เช่น เพิ่มอัตราลดหย่อนภาษี, 5.ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในงานสาธารณะตามประสบการณ์ เช่น ชุมชน สถานศึกษา, 6.ส่งเสริมแนวทางให้บุตรดูแลพ่อแม่วัยชรา รวมถึงเพิ่มนโยบายเพื่อคนชราของรัฐ อาทิ บ้านพักคนชรา และ 7.ให้คนต่างชาติที่มีคุณภาพซึ่งอาศัยในประเทศไทยได้รับสัญชาติไทย
นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สปช. อภิปรายว่าปัญหาสำคัญของประเทศไทยที่อนาคตจะมีสัดส่วนคนชราเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่มีระบบการออมเงินที่เพียงพอและเหมาะสม ที่อาจส่งผลกระทบต่อการรวมตัวในฐานะประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ดังนั้นการมองนโยบายประชากรกับข้อเสนอที่ระบุว่าให้ทบทวนอายุการทำงาน เปิดช่องให้มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับสิทธิของพลเมืองในรัฐธรรมนูญที่หลายประเทศยึดถือ ทั้งนี้ในส่วนของการส่งเสริมและจัดระบบการออมต้องมีหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาให้การออมเป็นไปอย่างทั่วถึง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในข้อเสนอเพิ่มเติมของสปช. นั้น นายเทียนฉาย กล่าวกับที่ประชุมว่าข้อเสนอเพิ่มเติมจากสปช. ที่อภิปรายในประเด็นที่สำคัญ คือ การดูแลกำกับและบริหารจัดการกองทุนทั้งหมด ระบบบำนาญแห่งชาติ สวัสดิการ ผู้สูงอายุ นโยบายการลงทุน ต้องมีการศึกษารายละเอียดทั้งหมด ขณะที่ประเด็นเรื่องผู้สูงอายุ การดูแล อายุเกษียณ ดูแลสุขภาพ ที่มีกฎหมายรองรับและไม่มีกฎหมายรองรับ ต้องมีการตรวจสอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อลดช่องว่างของกฎหมาย ทั้งนี้กรณีมีกฎหมายบังคับใช้แต่ผู้ที่รักษาการตามกฎหมายแต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ กมธ.ปฏิรูปสังคมฯ เป็นเจ้าภาพดูแลเรื่องทั้งหมดโดยประสานไปยังกมธ.ที่เกี่ยวข้อง เช่น กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ขอให้ไปดำเนินการศึกษารายละเอียดให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือนนับจากนี้ หรือหากมีประเด็นใดที่ได้ข้อสรุปก่อนให้นำเข้าที่ประชุมสปช. พิจารณา





