วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วิชา'ชี้จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐทุจริตใหญ่ที่สุด

"วิชา" ชี้จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ทุจริตใหญ่ที่สุด ย้ำการแก้ต้องบูรณาการความคิดเป็นหนึ่งเดียว

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช.บรรยายให้หัวข้อ"ปัญหาคอร์รัปชั่นในประเทศไทย : บทบาทของนักกฏหมายและนักเศรษฐศาตร์" ให้แก่ผู้เข้าอบรมหลักสูตรนิติเศรษฐศาสตร์ระยะสั้น รุ่นที่ 2 (ระดับที่1)

นายวิชา กล่าวว่า ในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มักพบปัญหาในเรื่องของความเข้าใจว่าจะทำอย่างไรให้ได้ผล หากดูตามอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านคอร์รัปชั่น 2013 (UNCAC) ได้กำหนดนิยามของคำว่าทุจริตไว้ว่า แบ่งเป็นหลายระดับ แต่ที่มีปัญหามากที่สุดคือการคอร์รัปชั่นขนาดใหญ่ จะต้องจัดการด้วยวิธีที่ซับซ้อน ซึ่งมีการวางแผนล่วงหน้าว่าจะทำกันอย่างไร โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นการคอร์รัปชั่นขนาดใหญ่มากที่สุดในหลายประเทศ ที่เรียกกันว่าทุจริตเชิงนโยบาย ที่นักธุรกิจร่วมมือกับนักการเมืองผันเอางบประมาณของรัฐมาถ่ายเข้ากระเป๋า ซึ่งเป็นไปอย่างแนบเนียน วงเงินทุจริตนั้นก็ถูกบวกเข้าไว้ในงบประมาณเรียบร้อยแล้ว

นายวิชา กล่าวว่า ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (Procurement) เป็นเป้าหมายหลักที่ประเทศต่างๆทั่วโลกต้องบริหารจัดการจะทำอย่างไรให้ลดหรือทำให้เกิดความคุ้มค่าสำหรับประชาชน

กระบวนการเหล่านี้ขึ้นอยู่กับบริษัทเอกชน ซึ่งราชการต้องช่วยดูแลซึ่งป.ป.ช.ก็ได้มีการสร้างระบบ ประเมินคุณธรรม จริยธรรม

นายวิชา กล่าวว่า กระบวนการทางศาลหรือกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้น ต้องบูรณาการทางความคิดเพื่อทำให้กระบวนการเหล่านี้เป็นความคิดเดียวกันว่าจะจัดการปัญหานี้อย่างไร

ไม่ใช่แยกเป็นส่วนๆ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นความเสียหายทางสังคมและการคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นทุกแห่งที่มีขนาดใหญ่นั้น มันมีมูลค่าที่สังคมต้องจ่าย โดยเฉพาะเรื่องของความอับอายขายหน้า

ยังรวมถึงความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารด้วย มันสะท้อนถึงความไร้ประสิทธิภาพที่ทำให้เกิดความเสียหายได้ขนาดนี้บทเรียนนี้เราต้องเอามาคิด ความเสียหายเหล่านี้เราต้องคิดถึงความเสียหายทางสังคม เราต้องพูดคุยกับบริษัทที่มาทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างที่ทำให้รัฐเสียหายจากการที่เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง

นายวิชา กล่าวว่า ประเทศคอสตาริก้ามีการเรียกค่าเสียหายทางสังคมจากกรณีบริษัทโทรคมนาคมที่ทุจริตในการทำสัญญากับรัฐเป็นเงิน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยคิดคำนวณจากความเสียหายจากการที่นักลงทุนลดความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของประเทศลงและนำมาซึ่งการก่อตั้ง "เกาะแห่งคุณธรรมจริยธรรม" (Establishing Island of Intrgrity) คือการทำข้อตกลงด้วยความสมัครใจระหว่างบริษัทที่จะเข้าแข่งขันประมูล รวมทั้งบริษัทที่ได้เข้าทำสัญญากับรัฐ เพื่อทำให้เกิดข้อจำกัดที่จะคอร์รัปชั่นในโครงการที่จะเข้าประมูลแข่งขัน ทั้งมีการทำข้อตกลงในทางคุณธรรมจริยธรรม (Integrity pacts)ซึ่งต้องมีการจัดตั้งคณะตรวจสอบที่เป็นอิสระขึ้น เป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือแต่ต้องไม่ใช่คณะประนีประนอม สังคมอาจกำหนดว่าใครบ้างที่ต้องเข้ามาร่วมกันเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในทุกขั้นตอนของการออกแบบกระบวนการทำสัญญากับรัฐ ถือเป็นการรวมพลังทางความคิด ระหว่างนิติศาสตร์ และวิชาเศรษฐศาสตร์

นายวิชา กล่าวว่า ความสำเร็จที่เห็นได้ชัดของประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียที่ประสบความสำเร็จในการนำ "เกาะแห่งคุณธรรมจริยธรรม" ซึ่งประสบความสำเร็จใหญ่หลวง การประมูลก่อสร้างถนนทุกเส้นนั้นปราศจากการทุจริต โดยการนำเอกชนมาลงนามจับมือกันทุกฝ่าย ซึ่งองค์กรความโปร่งใสนานาชาติก็ได้ไปตรวจสอบก็พบว่างบประมาณที่ลงไปนั้นเกิดการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า

และองค์กรความโปร่งใสนานาชาติยังถามเราด้วยว่าเป็นไปได้ไหมที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยด้วยการผนึกกำลังทุกฝ่าย ซึ่งมาเลเซียทำแล้ว แล้วเราจะหยุดอยู่แค่นี้หรือ