วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นครบาลพร้อมสรุปสำนวนคดี'พงศพัฒน์'ส่งอัยการฟ้อง

นครบาล รอ "สตช." ส่งสำนวนคดี "พงศพัฒน์" หากไม่สอบเพิ่มจะสรุปส่งอัยการฟ้อง ด้านเผยคืบหน้าคดีแอบอ้างเบื้องสูง

กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วันที่ 19 ธันวาคม พล.ต.ต.ชวลิต ประสพศิลป ผบก.น.5 เปิดเผยถึงกรณีคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา112 ที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ อดีต ผบช.ก และในพื้นที่เขต ผบก.น5 ว่า ในส่วนสำนวนของ สน.วัดพระยาไกร และสน.พระโขนง นั้นได้ส่งสำนวนคดีสรุปให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปแล้วเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะมีการส่งสำนวนกลับมาแล้ว โดยในส่วนสำนวนคดี มี พล.ต.ต.ภคพงษ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น. เป็นผู้ดูแลสำนวนคดี ขั้นตอนการดำเนินงานหลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งสำนวนกลับมา หากไม่มีความเห็นให้ทำการสืบสวนเพิ่มเติม ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลก็จะส่งสำนวนคดีดังกล่าวให้ พนักงานสอบสวนพื้นที่สรุปสำนวนคดีส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการต่อไป

รายงานข่าวแจ้ง ว่า จากกรณีที่ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ส่งสำนวนคดีที่เกี่ยวกับพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก และเครือข่าย ไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น ประกอบด้วย 3 สำนวน คือ สำนวนคดีทุจริตแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ / สำนวนคดีการรับส่วยน้ำมันเถื่อน / สำนวนคดีบ่อนการพนัน นั้นทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังไม่ได้ส่งสำนวนดังกล่าวกลับมา

ด้านความคืบหน้าทางคดี ของนางสุดาทิพย์ ม่วงนวล ผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่เพิ่งถูกจับกุมเมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยขณะนี้นางสุดาทิพย์ฝากขังตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค. โดยจะครบกำหนดฝากขังผลัดแรกวันที่ 22 ธ.ค. ซึ่งตามกฎหมาย ป.วิอาญา การกระทำผิดเกี่ยวกับมาตรา 112 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี การฝากขังจึงมีทั้งสิ้น 7 ผลัด รวม 84 วัน แต่หากมีการสอบปากคำเรียบร้อยก่อน ก็สามารถสรุปสำนวนส่งฟ้องผู้ต้องหาก่อนกำหนดระยะเวลาได้ รวมถึงกรณีนายชากานต์ ภาคภูมิ และนายณัฐพล สุวะดี ร่วมกันแอบอ้างเบื้องสูง โดยนำหนังสือลาเรียน โดยระบุว่า นายชากานต์ ติดภารกิจ ติดตามบุคคลสำคัญมายื่นให้ทางสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เพื่อให้มีสิทธิ์เข้าสอบนั้น ทาง บช.น.จะสรุปสำนวนคดีทั้ง 2 คดี ส่งคณะพนักงานสอบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พิจารณาตรวจสอบสำนวนคดีดังกล่าวได้ภายในวันจันทร์ที่ 22 ธ.ค.

สำหรับส่วนกรณีที่น้องชายนายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือเสี่ยโจ้ มาร้องทุกข์กับ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ยืนยันว่าพี่ชายไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจน้ำมันเถื่อน โดยพล.ต.ท.ศรีวราห์ ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น.เป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยพล.ต.ต.สมบัติ กล่าวว่า ยังไม่มีการเรียกตัวน้องชายเสี่ยโจ้มาให้ปากคำเพิ่มเติม โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบการเงินบัญชีธนาคารและหลักฐานสำเนาการโอนเงินของธนาคารแห่งหนึ่ง ลงวันที่ 21 พ.ย. 51 และ 23 ก.ย. 52 รวมทั้งสลิปเอทีเอ็ม ลงวันที่ 27 ม.ค. 55 รวมเป็นเงิน 110,000 บาท ที่น้องชายเสี่ยโจ้อ้างถึง

ด้าน พล.ต.ต.สมบัติ กล่าวว่า การติดตามจับกุมผู้ต้องหาอีก 3 คน ท้องที่สน.พระโขนง คดีข่มขู่ทวงหนี้ 37 ล้านบาท นายปรีชา ดาราไตร อายุ 44 ปี ผู้จ้างวาน และนายไพเชษฐ์ เมธีสริยพงศ์ อายุ 45 ปี ผู้ติดต่อและเจ้าของบ้านพาเหยื่อไปกักขัง ท้องที่สน.วัดพระยาไกร อีก 1 คน นายนพพร ศุภพิพัฒน์ อายุ 43 ปี เป็นลูกหนี้จ้างให้ลดหนี้ ทั้งหมดอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี ผู้ต้องหาที่เหลือยังไม่มีการติดต่อเข้ามอบตัวแต่อย่างใด ซึ่งตามหลักฐานนายปรีชาและนายไพเชษฐ์ ยังหลบหนีอยู่ในประเทศไทย ส่วนายนพพร คาดว่าหลบหนีอยู่ในประเทศที่ถือวีซ่า คือประเทศแคนนาดา