(รายงาน) เศรษฐีซุกเงินตปท.-ทายาทขัดแย้ง สนช.เตือนก่อนรับร่าง"ภาษีมรดก"
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีการรับมรดก พ.ศ.... และร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่..) พ.ศ.... โดยมีสมาชิกอภิปรายแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง "กรุงเทพธุรกิจ" สรุปสาระสำคัญมานำเสนอ
นายประดิษฐ์ วรรณรัตน์ สนช.อภิปรายว่า 12 ใน 25 ประเทศที่จัดเก็บภาษีมรดกนั้น ปัจจุบันได้ยกเลิกไปแล้ว อาทิ ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ และนอร์เวย์ เพราะไม่คุ้มค่ากับการจัดเก็บ และไม่ต้องการให้รายได้ออกไปนอกประเทศจากการหลบเลี่ยงภาษีมรดก
สำหรับสัดส่วนภาษี 10% ของมูลค่ามรดกนั้นถือว่าสูงเป็นลำดับที่ 5 ของโลก อีกทั้งยังถูกมองว่าก่อนจะมาเป็นมรดกนั้น ก็ได้ผ่านการเก็บภาษีมาแล้ว ทั้งภาษีเงินได้และภาษีธุรกิจ ดังนั้นการจัดเก็บภาษีมรดกจะต้องไม่ทำให้ถูกมองว่าเป็นการเสียสองต่อ ทั้งนี้ ยังมีทางเลือกอื่น อาทิ การเพิ่มการจัดเก็บภาษีฟุ่มเฟือย ทั้งรถยนต์ เหล้า และบุหรี่ ที่จะทำให้การจับเก็บรายได้เพิ่มขึ้น ดังนั้น อยากให้พิจารณาให้รอบคอบ
นายโกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ สนช. อภิปรายว่า การจัดเก็บภาษีมรดกอาจทำให้ประเทศอื่นได้ประโยชน์มหาศาล เพราะอาจจะเป็นการเปิดโอกาสให้เศรษฐีไทยนำเงินไปเก็บไว้ที่ประเทศอื่นซึ่งไม่ต้องเสียภาษีมรดกได้ ดังนั้นต้องพิจารณาให้ดี ทั้งในประเด็นการบริหารจัดการที่ต้องป้องกันไม่ให้มีการหลบเลี่ยงภาษีมรดกเหมือนกับที่หลายประเทศประสบมาแล้ว และต้องระวังเรื่องความไม่เป็นธรรมกับคนชั้นกลาง ผู้ประกอบการเอ็สเอ็มอี ที่ทุ่มเททำงาน แต่ต้องมาเสียภาษีซ้ำซ้อน รวมทั้งทายาทผู้เยาว์ที่อาจประสบปัญหาไม่สามารถช่วยตัวเองในการรับมรดกได้อีกด้วย
นายสมชาย แสวงการ สนช. อภิปรายว่า ฝากให้พิจารณาให้รอบด้านว่าเมื่อทำแล้วจะไม่เกิดการลดการออมในประเทศ เพราะนักวิชาการหลายมหาวิทยาลัยเห็นตรงกันว่า ภาษีมรดกยังเป็นปัญหา ยังไม่สามารถแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำได้ตรงจุด นอกจากนี้ อยากให้ผลักดันกฎหมายภาษีอื่นๆ ด้วย เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และต้องนำเข้าสู่สภาโดยเร็ว
ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า ในส่วนของที่ดินการเกษตรนั้น จะมีการยกเว้นหรือไม่ เช่น ถ้าถนนตัดผ่านแล้วทำให้ที่ดินเกษตรกรรมราคาสูง และต้องการเก็บที่ดินไว้ทำการเกษตรต่อไป ควรจะงดเว้นภาษีหรือไม่ และเจ้าของที่ดินที่เป็นบริษัทเกษตรรายใหญ่ เป็นอภิมหาเศรษฐี จะได้รับการงดเว้นหรือไม่ ขอให้มีหลักเกณฑ์ที่มีความชัดเจน
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช. อภิปรายว่า รู้สึกเป็นห่วงการจัดเก็บภาษีมรดกที่ไม่แน่นอน หากกระทรวงการคลังตั้งเป้าไว้ที่เรื่องลดความเหลื่อมล้ำนั้น จะสามารถทำได้จริงหรือไม่ เพราะหากมีการตั้งกองมรดก มูลนิธิ ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงภาษีได้ ยังไม่รวมการโยกย้ายไปยังต่างประเทศอีกด้วย
ทั้งนี้ รู้สึกสงสัยว่าเหตุใดจึงเก็บเฉพาะภาษีการรับมรดก แต่ไม่เก็บในส่วนของกองมรดกที่เคยทำมาแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.2476 แต่ยกเลิกไป ทั้งๆ ที่ทำให้รายได้เข้ารัฐเป็นกอบเป็นกำ และประเมินครั้งเดียวแต่เกิดผลระยะยาว ส่วนที่มีการกำหนดว่าเก็บภาษีมรดกจากส่วนที่เกิน 50 ล้านบาทนั้น ต่อไปเงินเฟ้อแต่ละปีอาจจะทำให้ค่าเงินน้อยลง ซึ่งจะกลายเป็นภาระให้กับผู้ที่มีรายได้น้อย
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ สนช. อภิปรายว่า การจะนำภาษีที่ได้ไปใช้ช่วยเหลือผู้ยากไร้นั้น ควรมีหลักประกันเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการยกระดับชีวิตคนยากไร้ ซึ่งไม่ควรอยู่ในงบประมาณ แต่ควรจะกำหนดให้ชัดเจนว่าจะไปพัฒนาในรูปแบบไหน และหากจะเก็บภาษีต้องให้เวลากับผู้ประกอบการในการเสียภาษีมรดกด้วย อย่างไรก็ตาม การมีกฎหมายนี้จะเป็นการเร่งให้มีการโอนเงินให้กับทายาท อาจจะทำให้เกิดการสร้างความแตกแยกภายในครอบครัวเร็วขึ้นหรือไม่
หลังอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบในหลักการร่าง พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ.... ด้วยคะแนนเห็นชอบ 160 เสียงต่อ 16 เสียง และงดออกเสียง 10 เสียง พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวจำนวน 25 คน มีระยะเวลาแปรญัตติ 15 วัน และระยะเวลาทำงานของกรรมาธิการฯ 90 วัน
จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบในหลักการของร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่..) พ.ศ... ด้วยคะแนนเห็นชอบ 172 เสียงต่อ 8 เสียง และงดออกเสียง 7 เสียง พร้อมทั้งใช้คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดเดียวกับที่พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ...





