ประยุทธ์ ไม่ห่วง เสรีไทย จดทะเบียนองค์กรที่สหรัฐ ชี้คนผิดกฎหมายก็คือผิด
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกรณีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้จดทะเบียนจัดตั้งองค์กรเสรีไทยที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า นี่เป็นความแตกต่างระหว่างโลกภายนอกกับไทย ซึ่งในประเทศในอาเซียนเองก็มีความแตกต่างกัน เขาอาจจะมองในแง่ของสิทธิมนุษยชน เราบอกว่ามีกฎหมาย แต่เขาบอกว่ากฎหมายแบบนี้บ้านเขาไม่มี ก็อยากจะบอกว่าเราไม่มีเพราะอะไร เพราะเราไม่ทันสมัยหรือเปล่า บางอย่างมันต้องมี แต่ไทยเป็นประเทศที่ไม่เหมือนเขา ก็จำเป็นต้องมีกฎหมายขึ้นมาดูแลเรื่องของสถาบันฯ เพราะพระองค์ท่านไม่สามารถปกป้องพระองค์เองได้ ซึ่งต้องมีกฎหมายฉบับดังกล่าวอยู่ จะเห็นว่าท่านก็ไม่สามารถจะไปไหนมาไหนอย่างพวกเราได้ มีแต่ว่าไปเยี่ยมประชาชนก็ไปได้ ในเมื่อท่านปกป้องพระองค์เองไม่ได้ ชี้แจงด้วยพระองค์เองไม่ได้ เราก็ต้องดูแลพระองค์ท่าน อย่างไรก็ตามไม่ห่วงการเคลื่อนไหวขององค์กรเสรีไทย เป็นเรื่องของเขาก็เคลื่อนไหวไป และคิดว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศเข้าใจ และจากการเดินทางไปต่างประเทศก็เกิดความเข้าใจ ถือเป็นความคิดเห็นที่แตกต่าง ทั้งหมดเป็นคนไทย แต่ถ้าหัวใจไม่เป็นคนไทยก็แล้วไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อต่างประเทศได้รับรององค์กรเสรีไทยแล้ว จะทำให้การขอตัวเพื่อมาดำเนินการจะเป็นเรื่องยากขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถึงได้บอกว่ากฎหมายนั้นต่างกัน ต่างประเทศเขามองเราอีกแบบหนึ่ง เราจะทำอะไรก็ตามต้องคำนึงถึงพื้นฐานบ้านเราด้วยว่า มีความแตกต่างกันอย่างไร พวกเราต้องรู้ด้วยว่าต่างชาติกับเรามีพื้นฐานต่างกัน เพราะประเทศเขาไม่มีความขัดแย้งทางการเมือง เขาพัฒนามานานมากจนทุกคนยอมรับในความเห็นต่าง แต่สำหรับไทยพอทุกคนเห็นต่างก็กลายเป็นคนละขั้วไปหมดเลย ซึ่งมันไม่ใช่ มันต้องยอมรับในความเห็นต่างแล้วอยู่ร่วมกันโดยไม่มีความรุนแรง ไม่ใช้อาวุธสงครามแต่ของเราเห็นต่างแล้วยกพวกตีกัน
เมื่อถามว่าอยากให้กลุ่มเห็นต่างเข้ามาพูดคุยกันหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประกาศไปหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เห็นว่าจะเรียกให้ได้สักคน เคยบอกว่าใครอยู่ต่างประเทศก็ให้กลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เราจะดูแลให้ความเป็นธรรม อาจจะเมตตาด้วยซ้ำไป เพราะถือว่าเป็นคนไทย แต่เขามองตนเป็นคนไทยหรือเปล่า เมื่อถามย้ำว่านายจารุพงศ์ ได้เรียกร้องให้ศาลอาญาระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็ไปซิ ไปดูว่าศาลอาญาระหว่างประเทศเราลงนามอะไรไปแล้วหรือยัง หลายประเทศเขามีปัญหาหมด ถ้าเอาทุกเรื่องไปฟ้องใครจะเสียหาย ประเทศเสียหายหรือไม่”
เมื่อถามว่ามององค์กรเสรีไทยจะมีการพัฒนาไปสู่สากลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่าไปขยายให้เขา เสรีไทยเขาเกิดจากอะไร เมื่อก่อนเกิดจากสงครามโลก องค์กรเสรีไทยจริงๆเขายังไม่รับเลย เป็นเสรีไทยจากอะไร ผิดกฎหมายหรือเปล่า หนีอาชญากรรมทั้งนั้น เมื่อถามว่าแสดงว่าไม่ต้องให้ค่ากับเสรีไทยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เพิ่งรู้เหรอ” คนผิดกฎหมายก็คือผิด จะไปขยายความให้เขาทำไม เข้าใจคำว่าผิดกฎหมายหรือยัง”
เมื่อถามต่อว่าคิดว่าเสรีไทยจะขยายวงออกไปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็อย่าไปขยายให้เขา อย่าไปขยายความขัดแย้งให้มากขึ้น อย่าขยายสิ่งที่สร้างความสับสน แตกแยก อย่าไปทำให้เขาก็แค่นั้น วันนี้อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าเราเข้ามาทำอะไร เข้ามาให้ถูกตำหนิแล้วเป็นความสุขหรือไง มันไม่ใช่ เราทำเพื่อให้เกิดความสุขในอนาคตกับคนไทยทุกคน ดังนั้นจะผิดหรือถูก ดีหรือไม่ดี ก็ต้องให้เวลาในการแก้ไขปัญหา เพราะมีความสลับซับซ้อน หมักหมม มานาน วันนี้ทุกอย่างต้องแก้ไขหมด ไม่ว่าจะเป็นทางปฏิบัติ ทางกฎหมาย หรือการขับเคลื่อนต่างๆ รวมถึงการบริหารราชการแผ่นดิน ต้องแก้ไขหมดไม่อย่างนั้นเดินหน้าไม่ได้ เรื่องทุจริตผิดกฎหมายมากมายกำลังเข้ากระบวนการ ต้องไปไล่รายละเอียดอีกครั้งเพื่อให้กระชับขึ้น เราต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
เมื่อถามว่าจะต้องให้กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงไปยังนานาชาติหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีการชี้แจงมาตลอด สิ่งที่พูดทุกครั้งมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษและส่งไปยังสถานทูตทุกครั้ง และการพูดในรายการคืนความสุขให้คนในชาติก็มีการแปลและส่งไป อย่างเพลง “คือความสุข” ต่างประเทศเช่น กัมพูชา ก็ยังรู้จัก
เมื่อถามว่าทางการข่าวมีการติดตามผู้ที่อยู่เบื้องหลังเสรีไทยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เสรีไทยใครเป็นคนขับเคลื่อนแล้วโยงใยกับใครก็ไปหามา บางเรื่องไม่จำเป็นต้องบอกทุกอย่าง แต่มีการรายงานอยู่ และอะไรที่มีปัญหาเร่งด่วนเราก็รีบแก้ไข ส่วนอะไรที่ยังไม่เกิดเราก็เฝ้าระวัง ใครทำผิดกฎหมายก็ส่งกระบวนการยุติธรรม ได้หรือไม่ได้เป็นเรื่องของกระบวนการ ต่างชาติจะให้ตัวหรือไม่เราบังคับไม่ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องของการขอความร่วมมือก่อน ไม่ใช่การขอตัวนักโทษข้ามแดน และก็ขอมาโดยตลอดแต่ก็ไม่เคยได้ เพราะความแตกต่างและบริบทพื้นฐานของแต่ละประเทศนั้นต่างกัน บางประเทศมองว่าถูก เป็นสิทธิ์ที่ทำได้ แต่เรามองแล้วว่าผิดกฎหมายไทย เราต้องเคารพกระบวนการยุติธรรมของแต่ละประเทศ ซึ่งไทยเป็นประเทศเล็กมีศักยภาพน้อย ดังนั้นการที่จะให้คนอื่นเข้าใจทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ หากเราเป็นมหาอำนาจรวมตัวกันเป็นอาเซียน มีพลเมือง 600 ล้านคน เป็นหนึ่งเดียวก็จะมีศักยภาพในการต่อรอง แต่ถ้าในประเทศยังรวมกันไม่ได้แล้วจะไปรวมกับใครได้ เห็นต่างแต่ต้องอยู่ร่วมกันได้ อย่าใช้ความรุนแรงมาต่อสู้กัน ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ทุกคนรู้ดีว่ามันเกิดอะไรขึ้นมา
เมื่อถามว่าประเทศกัมพูชาซึ่งมีความสัมพันธ์อันดี จะใช้ตรงนี้เพื่อขอประสานส่งตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ขอไปแล้ว แต่ทางกัมพูชาบอกว่ายังไม่เจอตัว และมีการเคลื่อนไหวไปหลายประเทศ”
เมื่อถามถึงการดำเนินการระงับหนังสือเดินทางว่าได้มีการดำเนินการไปบ้างหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “มีแล้ว แต่จำไม่หมด ต้องถามกระทรวงการต่างประทศ” เมื่อถามอีกว่าได้ระงับหนังสือของนายจารุพงศ์ แล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “อย่าไปกังวล หากเขาไม่ถือของไทย ก็ถือของประเทศอื่นได้ เพราะเขาก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเราเท่าไหร่” เมื่อถามว่าแล้วเราให้ความสำคัญกับนายจารุพงศ์หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ให้ แต่ที่ให้เพราะบ้านเรามันอันตรายกว่าบ้านเขา เราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะคนทำความผิดมา ก็ไปอยู่ต่างประเทศ เพราะบ้านเราก็ทะเลอะกันมากอยู่แล้ว”
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า รู้สึกเป็นห่วงเรื่องของความมั่นคงในปีหน้าที่จะมีมากขึ้น เพราะไทยจะเป็นแหล่งทรัพยากร มีหลายอย่างที่พวกทำผิดกฎหมายสามารถอยู่ได้ ซึ่งเราต้องเข้มงวดเรื่องนี้ ส่วนในต่างประเทศไม่เข้มงวดมากนัก เพราะสามารถคัดแยกคนด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย แต่เรายังไม่มี จึงจะให้เสรีมากนักไม่ได้
เมื่อถามถึงกรณีที่เคยกล่าวถึงเรื่องคนลงเครื่องบินในปี 51 แล้วทำหุ้นร่วง นายกฯ กล่าวติดตลกว่า "ผมบอกว่าปี 51 มีคนถูกจับเรื่องนี้ ที่ลงเครื่องบินแล้วไปจับผู้หญิงสักคน แล้วไปตีความไปเรื่อย" เมื่อถามว่ามั่นใจจะไม่มีอะไรมาทำลายสมาธิการบริหารงานใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มี ทำงานต้องมีสมาธิ ทุกอย่างเราเดินหน้าประเทศไปข้างหน้า ส่วนใครจะต่อต้านก็อยู่ซ้ายกับขวาต้องดำเนินการไป สำหรับกลไกต้องแก้ปัญหาไป แต่เราต้องเดินไปข้างหน้าบริหารขับเคลื่อนประเทศในเชิงลุก เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์โลก ไม่มีอะไรทำให้เสียสติ
ส่วนการจับตาความเคลื่อนไหวทางการเมืองในปี 2558 นายกฯ กล่าวว่า การเมืองเป็นเรื่องของการเมือง เมื่อมีการเลือกตั้งท่านก็เลือกกันไป เลือกให้ดีๆก็แล้วกัน ทั้งนี้ความมั่นคงนั้นจะเกี่ยวข้องกับทุกเรื่อง ความมั่นคงอีกอย่างหนึ่งคือการมีเสถียรภาพของฝ่ายการเมืองในการบริหารราชการแผ่นดิน ต้องมีความสงบสุขแบบนี้ จึงเรียกว่ามีเสถียรภาพ ต่างชาติจึงมาคบเรา ถ้ามาตีกันอีกใครเขาจะมา อย่างเช่นการประชุมสุดยอดแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้(19ธ.ค.) ผู้นำทุกประเทศสมาชิกเขามาหมด ซึ่งที่มานั้นแสดงว่าเขายอมรับไทยหรือไม่นั้นไปคิดเอาเอง เดี๋ยวหาว่าตนขี้โม้ สิ่งเหล่านี้ควรนำเสนอเพราะเป็นสิ่งที่ดี ส่วนสิ่งที่ไม่ดีนั้นต้องมาถามก่อน แต่จะวิเคราะห์วิจารณ์ก็ไม่ห้าม แต่อย่าทำให้เสียสติ อารมณ์เสีย





