"ประยุทธ์"เซ็นต์คำสั่งคสช.ฉบับที่127/2557 ตั้งคณะกก.ต่อต้านทุจริต นั่งเก้าอี้ประธานเอง หวังเป็นศูนย์ป้องกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ลงนามคำสั่งคสช. ที่127/2557 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2557 โดยมีรายละเอียดว่า เนื่องจากคสช.มีนโยบายสำคัญและเร่งด่วนในการป้องกัน ขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งแม้ในปัจจุบันจะมีหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวแต่ยังไม่มีหน่วยงานใดทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสาน และติดตามผลการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทำให้การกำกับดูแล ติดตามประเมินผลและผลักดันการดำเนินการตามนโยบายในเรื่องดังกล่าวยังไม่เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้มาตรา 42 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ได้บัญญัติให้ในกรณีที่คสช.เห็นว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ควรดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในเรื่องใด ให้คสช.แจ้งให้ครม.ทราบ เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไปเพื่อให้การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นไปอย่างเหมาะสม และสามารถผลักดันนโยบายในเรื่องของการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทางคสช. จึงมีคำสั่งดังนี้
1 .ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งภายในคสช. เรียกว่า “คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ” ประกอบด้วย หัวหน้าคสช. เป็นประธานฯ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของคสช. เป็นรองประธานฯ ผู้ดำรงตำแหน่งในคสช.ที่หัวหน้าคสช.มอบหมายให้ไม่เกิน 3 คน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งหัวหน้าคสช.แต่งตั้งอีกไม่เกิน 9 คนเป็นกรรมการ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการ หัวหน้าคสช.อาจขอให้ครม.มีมติให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการฯตามความจำเป็นและเหมาะสม ทั้งนี้ให้ประธานกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐเป็นกรรมการและเลขานุการ
2.คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ 1)จัดทำแนวทางและมาตรการในการบูรณาการเพื่อเสริมสร้างและประสานความร่วมมือในการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบระหว่างหน่วยงานของรัฐหรือภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามนโยบายให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและไปในทิศทางเดียวกัน และเสนอให้ครม.ทราบ เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป 2)ติดตามประสานและสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือในการดำเนินงานของคณะกรรมการตามกฎหมาย หรือหน่วยงายของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องตลอดจนพิจารณาข้อเสนอของภาคเอกชนในการต่อต้าน ป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ 3)จัดทำผลการดำเนินการและเสนอแนะความคิดเห็นหรือกลไกการดำเนินการที่จำเป็นต่อครม. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินหรือเพื่อมีมติสั่งการให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการ 4)จัดทำข้อเสนอแนะในการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อประกอบการพิจารณาตามที่เห็นสมควร 5)ในกรณีที่เห็นสมควรอาจแจ้งต่อหัวหน้าคสช. เพื่อขอให้การประชุมร่วมกันของคสช.และครม. เพื่อปรึกษาหารือหรือพิจารณาแนวทางการดำเนินการให้การแก้ไขปัญหาในเรื่องของการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นรูปธรรมมากขึ้น 6) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อพิจารณาหรือช่วยเหลือในการปฏิบัติงานตามความจำเป็น 7) เชิญเจ้าหน้าที่ บุคคล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง ความเห็น หรือคำแนะนำทางวิชาการ หรือเรียกเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามความจำเป็น 8)ปฏิบัติการอื่นใดตามที่หัวหน้าคสช.มอบหมาย
3.ให้เสนอคำสั่งนี้ให้ครม.พิจารณา เพื่อมอบหมายให้สำนักงบประมาณอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานและรับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานตามคำสั่งนี้ และพิจารณาเบิกจ่ายเบี้ยประชุมให้เป็นไปตามพ.ร.ฎ.ว่าด้วยเบี้ยประชุมกรรมการและการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการอื่นๆที่จำเป็นเพื่อให้การเบิกจ่ายเป็นไปตามระเบียบทางราชการ โดยเบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักงบประมาณ ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป





