วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปีติพงศ์'จี้ขรก.เร่งแผนโรดแมพเกษตร

"ปีติพงศ์" เรียกข้าราชการกว่า 1,100 คน สั่งเคลื่อนทัพตามโรดแมพภาคเกษตรปี 2558

ย้ำบูรณาการร่วมกัน ให้จังหวัดเป็นศูนย์กลางประสานงาน พร้อมมอบของขวัญปีใหม่ให้เกษตรกรและประชาชน

นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ นายอำนวย ปะติเส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการมอบนโยบายแผนปฏิบัติการหรือโรดแมป ของกระทรวงเกษตรฯ ที่จะดำเนินงานในปี 2558 แก่ข้าราชการกว่า 1,100 คนว่า ในส่วนของสหกรณ์จะมีบทบาทสำคัญ 2 ที่จะต้องดำเนินการ

คือ 1.การค้าชายแดน ขณะนี้วางแผนงานไปแล้ว 2 จุด คือ อ.แม่สอด จ.ตาก ที่จะเป็นช่องทางนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เป็นช่องทางนำเข้ามันสำปะหลัง แต่หลังจากนี้จะพัฒนาไปสู่ชายแดนอื่นๆ เพื่อตอบรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2.การพัฒนาสินค้าเกษตรในพื้นที่ สหกรณ์จะเข้าไปมีบทบาทมากขึ้น ทั้งการปรับโครงสร้างพืชและยกระดับสินค้าลักษณะ Niche Market ของพื้นที่ เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่

ด้านการจัดการที่ดิน มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะต้องประสานกันระหว่างกรมชลประทานและกรมพัฒนาที่ดินเพื่อพัฒนาดินและน้ำ ในขณะที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จะต้องเร่งรัด 2 ประการ คือ 1.ตรวจสอบว่าเกษตรกรนำที่ดินส.ป.ก.ไปใช้ผิดประเภทหรือไม่ 2.ผู้ครอบครองที่ดินส.ป.ก.เป็นเกษตรกรจริงหรือไม่ ซึ่งให้เร่งทำแผนเข้าสู่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมภายในวันที่ 27 ธ.ค. นี้

ด้านประมงต้องเร่งแก้ไขปัญหาการทำประมงโดยผิดกฎหมาย (IUU Fishing) เพื่อให้ทันก่อนการประเมินของสหภาพยุโรปในอีก 90 วัน โดยมี 3 ประการหลักที่ต้องเร่งดูแล ได้แก่ 1.การจดทะเบียนเรือและอาชญาบัตร 2.ระบบติดตามเรือ 3.เข้มงวดในการตรวจสอบย้อนหลัง

“ปรับโครงสร้างทางการเกษตรว่า ในปีนี้มีการดำเนินการอย่างเข้มข้นเรื่องยางพารา ในปีหน้าจะเน้นเรื่องการปรับโครงสร้างการผลิตข้าว ส่วนพืชอื่นๆ ดำเนินการในปีหน้าเช่นกัน " นายปีติพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้การทำงานของกระทรวงเกษตรฯ ที่ผ่านมามีการแบ่งงานเป็นกรมต่างๆ แต่ขณะนี้การทำงานจะแบ่งตามรายพืชและจะต้องเน้นการร่วมมือในเชิงพื้นที่ให้มากขึ้น เป็นการบูรณาการระหว่างกรมให้ทำงานร่วมกันได้ และจะขับเคลื่อนนโยบายผ่านทางราชการส่วนจังหวัด

“ได้แจ้งทางจังหวัดแล้วว่า ไม่ว่าผู้เกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับงานจะต้องรับทราบ และถ้าสิ่งไหนที่จังหวัดสามารถทำก่อนได้ก็ไม่จำเป็นต้องรอคำสั่ง ให้เร่งทำก่อนได้เลย การตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนในพื้นที่ก็ควรเป็นหน้าที่ของจังหวัด เช่น ตรวจสอบราคาสินค้า จังหวัดต้องเป็นศูนย์กลางให้แก่เกษตรกรเชื่อมโยงในการแก้ปัญหาต่างๆ” นายปีติพงศ์กล่าว

สำหรับของขวัญปีใหม่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเป็นโครงการ 3 ส่วนภายใต้ชื่อ “เกษตรกรได้รับ ประชาชนได้รู้ คืนความสุขสู่คนไทย” ส่วนของเกษตรกรได้รับ ได้แก่ การสร้างบ่อน้ำขนาดเล็กแก่เกษตรกร 1 หมื่นราย คืนคูคลองส่งน้ำที่ปรับปรุงเรียบร้อยแล้วให้แก่เกษตรกร

ส่วนประชาชนได้รู้ ได้แก่ การเปิดศูนย์เรียนรู้และวิจัยที่น่าสนใจ เช่น ด้านการเพาะปลูกพืชเมืองหนาว ประมง ให้ประชาชนทั่วไปเข้าเยี่ยมชม