"ประวิตร" สั่งเดินหน้าใช้มาตรการเข้ม ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ มอบมหาดไทยตั้ง "คณะมดงาน"
ให้ผู้ว่าฯ คุมแก้ปัญหาระดับพื้นที่ เน้นปฏิบัติให้เกิดผลรูปธรรม หวังปลดล็อกเทียร์ 3 ในปี 2558 "ประยุทธ์" ร่วมวงอาเซียน-เกาหลี เสนอยกระดับการป้องกันปัญหาความมั่นคงรูปแบบใหม่จากความเชื่อมโยงในภูมิภาคซึ่งรวมถึงปัญหาการค้ามนุษย์ด้วย
วานนี้ (12 ธ.ค.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ครั้งที่ 2/2557 โดยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วย อาทิ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
พล.อ.ประวิตร กล่าวเปิดการประชุมว่า ตามการแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรีว่าปัญหาการค้ามนุษย์ต้องได้รับการป้องกันและแก้ไข บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อจัดการกับปัญหาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าไปเกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่รัฐในเรื่องการค้ามนุษย์
พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องของการขับเคลื่อนการดำเนินการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์นั้น นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้มาเป็นประธานคณะกรรมการ และนายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธานคณะกรรมการ ซึ่งจะกำกับดูแลและขับเคลื่อนการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
"อดุลย์"เผยใช้มาตรการเข้มข้นลดเทียร์3
ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.อดุลย์ เปิดเผยว่า ในที่ประชุม พล.อ.ประวิตร ได้ให้นโยบายเพิ่มเติมให้มีความชัดเจนเกี่ยวกับคณะกรรมการแต่ละด้านที่จะขับเคลื่อนต่อไป ไม่ว่าทางด้านคดีความ การคัดแยก การช่วยเหลือ เป็นต้น อีกทั้งได้เน้นย้ำว่าเป็นวาระสำคัญที่จะต้องดำเนินการในมาตรการต่างๆ ให้เข้มข้น เพื่อให้สามารถที่จะคลี่คลายสถานการณ์ได้
เขากล่าวว่า ส่วนเรื่องการจัดลำดับสถานการณ์การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ที่ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มเทียร์ 3 นั้น พล.อ.ประวิตรได้กำชับอย่างชัดเจนในการแก้ปัญหา ทั้งทางกฎหมาย การดำเนินคดี การคัดแยกและช่วยเหลือต่างๆ โดยให้ความมั่นใจว่าปี 2558 ลำดับของประเทศไทยจะดีขึ้น
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวอีกว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้ให้การช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ไปแล้วประมาณ 19 คน และได้กำชับให้มีการดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งในส่วนของการดำเนินคดีนั้นกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กำลังทำการสอบสวนคาดว่าจะมีหลักฐานยืนยันได้อย่างน้อย 2 คดี
"ประวิตร"เล็งตั้งมดงานแก้ปัญหาในพื้นที่
ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ข้อสรุปในที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ครั้งนี้ นอกจากการเตรียมรายงานผลการดำเนินงานต่อสหรัฐอเมริกาในต้นปี 2558 แล้วก็จะเป็นการจัดทำแผนงานสำหรับปีถัดไป เรื่องนี้คือเรื่องที่สำคัญเพราะจะทำให้รู้ว่า ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด
เขากล่าวว่า แผนการอาจจะมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอมา อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญ คือ พล.อ.ประวิตร อยากให้ตั้งคณะทำงานเล็กๆ เน้นการปฏิบัติจริง ให้มีชุดทำงานภายใต้กรอบงบประมาณที่มีอยู่ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบในศูนย์ปฏิบัติการ ซึ่งในเรื่องนี้รองนายกรัฐมนตรีจะมีการนัดหารือกันอีกครั้งในวันที่ 19 ม.ค.2558 เพื่อจะได้รู้ว่าทีมทำงานจะมีใครบ้างและจะมีประเด็นอะไรที่จะกวดขันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมตามแผนการดำเนินงาน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวอีกว่า เป้าหมายจากการประชุมต้องการให้ประเทศไทยหลุดจากเทียร์ 3 อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นต้องมาเน้นการปฏิบัติ ทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
"ส่วนของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัด คงต้องรับผิดชอบในพื้นที่ ร่วมกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ไม่ใช่แค่นั้นทุกกระทรวงต้องร่วมมือกันทำงานให้เกิดผลอย่างแท้จริง" พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว
ชง"อาเซียน-เกาหลี"ยกระดับแก้ค้ามนุษย์
วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร่วมประชุมอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลีสมัยพิเศษ ช่วงที่ 2 ในหัวข้อ "Discussion on Non-Traditional Security Issues"
โดยเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนและสาธารณรัฐเกาหลีเกี่ยวกับความร่วมมือด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ เน้นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการภัยพิบัติ
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถ้อยแถลงตอนหนึ่งว่า อาเซียนและเกาหลีใต้ควรยกระดับความร่วมมือด้านอื่นๆ โดยเฉพาะการป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงรูปแบบใหม่ซึ่งเป็นผลพวงจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี และการขยายตัวของความเชื่อมโยงในภูมิภาค เช่น อาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ การค้ายาเสพติด รวมถึง โรคติดต่อร้ายแรงและโรคอุบัติใหม่ เช่น อีโบลา
"สุรศักดิ์"มอบนโยบายแรงงานชายแดนใต้
ขณะที่ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เรียกประชุมหัวหน้าส่วนกระทรวงแรงงาน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมพบปะหารือภาคเอกชน นายกสมาคมประมง จ.ปัตตานี สภาอุตสาหกรรม หอการค้าจังหวัดปัตตานี เพื่อสรุปสถานการณ์การบริหารจัดการแรงงานในพื้นที่และการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล
พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม โดยเฉพาะเจ้ากระทรวงแต่ละกระทรวง ประสานแผนร่วมกับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ให้แผนการพัฒนาและแผนความมั่นคงประสานสอดคล้องกันเพื่อนำไปสู่นโยบายการแก้ปัญหาในภาพรวมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้





