"ไตรมาสแรกปีหน้าโอกาสที่ราคายางจะปรับตัวสูงมีมากขึ้น..รัฐบาลต้องมีนโยบายสนับสนุนการใช้ยางในประเทศเพิ่มขึ้น"
ก้าวแรกของการแก้ไขปัญหาราคายางพาราที่มีความชัดเจนมากขึ้น หลังจากที่เวทีพลเมืองปฏิรูปประเทศไทยครั้งที่ 10 ที่จังหวัดสงขลา จัดโดยทีวีดิจิทัล ช่อง NOW 26 ได้สัญจรมาเปิดเวทีการพูดคุยหัวข้อ "อนาคตยางพาราไทยจะไปทางไหน" ในช่วงเวลาที่เหมาะกับสถานการณ์ราคายางที่ร่วงหนัก
นายสุทธิชัย หยุ่น ประธานเครือเนชั่น ร่วมหารือวาระพิเศษ ซึ่งมีตัวแทนแกนนำยางพาราจากทุกหน่วยงานร่วมกันแสดงความคิดเห็น จนนำมาสู่ "ข้อตกลง" ที่ว่าด้วยเรื่องของการจัดตั้ง "กองทุนยาง"หรือ Rubber Fund เกิดขึ้นที่หาดใหญ่
ทพ.พงษ์ศักดิ์ เกิงวงศ์บัณฑิต กรรมการผู้จัดการ บริษัทเกิงวงศ์บัณฑิต จำกัด เปิดเผยว่าหลังจากได้หารือกันในภาคเอกชนและรัฐบาล ล่าสุดได้ข้อสรุปในการแก้ไขปัญหาราคายางพารา โดยผู้ประกอบการยางประมาณ 7 บริษัท ตกลงร่วมกันจะตั้ง Rubber Fund โดยลงขันรายละ 30 ล้านบาท และรัฐสมทบอีก 210 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 420 ล้านบาท เพื่อเริ่มซื้อยางในตลาดล่วงหน้า ถือเป็นข่าวดีครั้งแรกที่นำมาบอกที่หาดใหญ่ หรือเป็น "ข้อตกลงหาดใหญ่" ก็ว่าได้
โดยโครงการนี้เป็นครั้งแรกของไทยและของโลกที่ทุกภาคส่วนมาร่วมกันอย่างจริงจัง เนื่องจากเชื่อว่าราคายางที่ตกต่ำนั้นผิดปกติ เชื่อว่าทั้งหมดจะสามารถดำเนินการได้ภายใน 2 สัปดาห์นี้
"ความร่วมมือนี้เป็นครั้งแรกของโลกที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันแก้ปัญหา เพื่อทำให้ราคายางกระเตื้อง โดยกำหนดซื้อยางในราคาตลาดประมาณ 60 บาท ถือว่าเป็นราคาที่รับได้ทุกฝ่าย จากนั้นก็เข้าสู่ระบบกลไกตลาดตามปกติ เชื่อว่าหากราคายางดีขึ้นปัญหาทุกอย่างจะจบ" ทพ.พงษ์ศักดิ์
หารือผู้ผลิต7ประเทศแก้ปัญหา
นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศจำกัด กล่าวว่าพยายามดำเนินการให้ราคายางมีเสถียรภาพให้มากที่สุด ล่าสุดหน่วยงานรัฐและเอกชนตกลงจะเดินทางไปประสานงานกับประเทศต่างๆ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา ลาวและ พม่า เพื่อร่วมมือกันแสดงพลังให้เห็นว่า ในฐานะผู้ผลิตรายใหญ่ 7 ประเทศได้จับมือกันเพื่อกำหนดทิศทางการตลาด
การหารือครั้งล่าสุดกำหนดมาตรการรักษาเสถียรภาพยาง คือ 1.ทั้ง 3 ประเทศในกลุ่มต้องไม่ขยายพื้นที่ปลูกยางในช่วงนี้ และ 2.ให้ชะลอระบายส่งออกยางเพื่อให้มีการฟื้นตัว โดยบริษัทร่วมทุนจะเป็นผู้กำกับดูแลการระบายออกของยางทั้ง 3 ประเทศ โดยจะต้องมีการแจ้งข้อมูลตัวเลขการส่งออกทุกเดือนว่าส่งออกน้อยเกินไปหรือมากเกินไปเพื่อให้เกิดสมดุล
"วันนี้เราทุกชาติต้องร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกปีหน้า โอกาสที่ราคายางจะปรับตัวสูงขึ้นมีมากขึ้น" นายเยี่ยม กล่าว
หวังรัฐหนุนมาตรการใช้ยาง
นายบุญส่ง นับทอง นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่าสถานการณ์ยาง วันนี้ คือประเทศไทยไม่มียาง โดยเฉพาะยางแผ่นขาดตลาดอย่างรุนแรง เนื่องจากชาวสวนยางหยุดกรีดยางเพราะไม่คุ้มทุนจากราคาตกต่ำ และเป็นช่วงหน้าฝนในภาคใต้ ยางจึงมีปริมาณน้อยมาก โดยเชื่อว่าอีก 2 เดือนหลังจากนี้คือระหว่าง ม.ค-ก.พ. ปริมาณยางที่ออกมาอาจไม่ถึง 4 แสนตัน และหากมีมาตรการช่วยเหลือมาสนับสนุนมั่นใจว่าราคายางจะสูงขึ้น
รัฐบาลจะต้องมีนโยบายชัดเจนในการสนับสนุนการใช้ยางในประเทศเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีการใช้ในประเทศแค่ 14% เท่านั้น มูลค่าแปรรูปการส่งออกและแปรรูปในประเทศใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะการส่งเสริมและนำร่องให้ส่วนราชการนำยางไปใช้เป็นส่วนผสมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้น เช่น การนำไปสร้างถนนแทนยางมะตอย, สร้างสนามฟุตบอล สนามเด็กเล่น
นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่าปัจจุบันยางราคาตก "3 กิโลร้อย" เป็นเรื่องที่น่าตกใจ และไม่ควรเป็นเกิดขึ้น เพราะปริมาณยางในประเทศไม่เพียงพอ จากปีก่อนมียางประมาณ 4.2 ล้านตัน ปีนี้อาจไม่ถึง 3.5 ล้านตัน แต่ยางกลับราคาถูก ทำให้เกิดปัญหาขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่เริ่มพูดคุยแก้ไขสถานการณ์ เพราะหากต่างฝ่ายต่างไม่ร่วมมือกัน ในอนาคตจะไม่มียางส่งออก เพราะเกษตรกรเลิกปลูกยาง และผู้ประกอบการอาจเดือดร้อนไม่มียางเข้าสู่ระบบการผลิต
ภาครัฐต้องชัดเจนในมาตรการต่างๆ ส่วนการเรียกร้องราคายางต้องว่ากันตามความจริง เพราะไม่ว่าจะซื้อเท่าไหร่จะเป็นลักษณะการชี้นำตลาด ซึ่งราคาที่มีโอกาสในวันนี้คือ 60 บาท ส่วนหลังจากนี้ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด
รัฐเร่งระดับราคายาง
นายสุวิทย์ รัตนพงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าจะพยายามยกระดับราคายางให้สูงขึ้นในเดือนธ.ค.นี้ ผ่านระบบตลาดกลางยางพาราของกรมวิชาการเกษตรทุกแห่ง หากไม่พอจะขยายไปยังสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางทั่วประเทศที่มี 108 แห่ง เพื่อยกระดับราคาให้สอดคล้องกับราคาตลาดล่วงหน้า ขณะนี้มีเงินทุนและการบริหารจัดการพร้อม ผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมโครงการก็พร้อมที่จะขับเคลื่อนเข้าสู่ระบบทันที มั่นใจว่าโครงการนี้จะสำเร็จทำให้ราคายางปรับตัวขึ้นแน่นอน
นายชยันต์ สังขไพฑูรย์ สภาเกษตรกรจังหวัดสงขลา กล่าวว่าปัจจุบันราคายางอยู่ที่ 32-36 บาทต่อกิโลกรัม เป็นราคาที่ถูกมากและเกษตรกรชาวสวนยางอยู่อย่างลำบาก เพราะต้นทุนอยู่ที่กิโลกรัมละ 65 บาท ดังนั้นราคาที่เหมาะสมไม่ควรต่ำกว่าต้นทุน เบื้องต้นรัฐบาลกำหนดราคาที่ 60 บาทนั้น พอรับได้เพื่อประคองสถานการณ์ แต่หากเป็นไปได้ราคาต้องสูงกว่าราคาต้นทุน 20-30% หรือประมาณ 70-80 บาทต่อกิโลกรัม





