อนุสรณ์ จี้ผู้ใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ ปราบลูกพรรคแสดงความเห็นลักษณะยั่วยุ
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุพาดพิงว่า พรรคชั่ว ตั้งกี่ครั้งก็โดนยุบอยู่ร่ำไป อีกไม่นานคงสูญพันธุ์ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคต้องระมัดระวังในเรื่องเหล่านี้ ต้องดูแลห้ามปรามลูกพรรคไม่ให้ออกมาแสดงความเห็นในลักษณะยั่วยุ เพราะจะส่งผลต่อโรดแมปปรองดองสมานฉันท์ของรัฐบาลและคสช. ที่ผ่านมา บ้านเมืองบอบช้ำมามาก คนบางกลุ่มยังสร้างความแตกแยกไม่พออีกหรือ
ทั้งนี้ สิ่งที่นายราเมศพูดนั้นเหมือนไปจำขี้ปาก กปปส.มาพูด อาจจะทำให้ประชาชนสับสน อยากให้ประชาชนเข้าใจว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่และจะย่ำแย่ไปอีกนานนั้น ส่วนหนึ่งเป็นฝีมือของกลุ่มการเมืองที่ใกล้ชิดพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเริ่มต้นการประท้วงปิดบ้านปิดเมืองเป็นเวลานาน แกนนำกปปส.ก็คือแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ยอมลงเลือกตั้ง นำประเทศเข้าสู่ทางตันจนมีการปฏิวัติ ยืนยันได้จากกรณีที่นายพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล อดีตส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาตำหนิพรรคตัวเองว่า ทั้งหมดเป็นความผิดของนักการเมืองจำนวนหนึ่งที่ล้มสถาบันตัวเอง ดึงเผด็จการออกมาครองเมือง ดังนั้น เมื่อเศรษฐกิจย่ำแย่พรรคประชาธิปัตย์ต้องมีส่วนรับผิดชอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า การประท้วงของพรรคประชาธิปัตย์ทำประเทศเสียหายเป็นมูลค่าหลายแสนล้านบาทหรือเป็นล้านล้านบาทแล้ว การที่อ้างว่าพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชนในอดีตถูกยุบแต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยถูกยุบหรือถูกดำเนินคดีทั้ง ๆ ที่มีปัญหาหลายคดี ไม่ว่าจะเป็นคดีปรส.คดีเงินบริจาค 258 ล้านบาท คดีคนเจ็บคนตาย และคดีทุจริตก่อสร้างโรงพักทดแทนนั้น ไม่ได้แปลว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ผิด แต่อาจจะเป็นการช่วยเหลือกันจนเป็นที่มาของความแตกแยกจากการสองมาตรฐานที่เป็นปัญหาของประเทศอยู่ในขณะนี้ หากพรรคประชาธิปัตย์เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยจริงคงไม่แซงชั่นการเลือกตั้งถึง 2 ครั้ง และทั้ง 2 ครั้งก็นำมาสู่การปฏิวัติทั้ง 2 ครั้งจนการแซงชั่นการเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์เป็นเหมือนกับการเชื้อเชิญให้มีการปฏิวัติเกิดขึ้น
พรรคประชาธิปัตย์เคยเป็นพรรคที่สร้างชื่อเสียงจากการต่อสู้กับเผด็จการ แต่อุดมการณ์กลับสูญสิ้น หันมาสนับสนุนเผด็จการแทน อยากให้พรรคประชาธิปัตย์สำนึก สำรวจตัวเอง และกลับใจ เลิกพฤติกรรมในอดีต หันมาส่งเสริมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพื่อประเทศชาติจะได้ไม่เสียหายไปกว่านี้ หากพรรคประชาธิปัตย์ยังทำตัวเหมือนเดิมคือ ทำได้ทุกอย่าง และเปลี่ยนอุดมการณ์ได้เพื่อให้ตัวเองมีอำนาจ ประเทศคงจะล่มจมแน่นอน





