วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบผู้ต้องหาหมิ่นสถาบันเปลี่ยนชื่อหนีจับกุม

บช.ส. ร่วมกับ บก.ปอท. บุกรวบผู้ต้องหาหมิ่นสถาบัน พบใช้ชื่อปลอมเกือบ 10 ชื่อ เพื่อหลบหนีการจับกุม

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งฃาติ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ส. พล.ต.ต.สมชาย พัชรอินโด รอง ผบช.ส. และ พล.ต.ต.ศิริพงษ์ ติมุลา ผบก.ปอท. พล.ต.ตอุดร ยอมเจริญ ผบก.ส.2 บช.ส. และ พ.ต.อ.โยธิน โตสง่า ผกก.3 บก.ปอท. ร่วมกันแถลงข่าวว่า จากกรณีที่เมื่อประมาณกลางปี 2556 ได้มีประชาชนผู้จงรักภักดีต่อสถาบันจำนวนหลายรายเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอท. และพนักานสอบสวนท้องที่ ให้ดำเนินคดีกับผู้ใช้บัญชีเฟสบุ๊ค ชื่อ นายพงศธร บันทอน ที่ได้โพสต์รูปภาพเกี่ยวกับสถาบันและมีข้อความหมิ่นสถาบันเผยแพร่ต่อบุคคลทั่วไป

จากการสืบสวนพบว่า นายพงศธร บันทอน เป็นบุคคลทุจริตสวมตัวทำบัตรของนาย ทองจันทร์ บันทอน ที่ อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี แล้วหลบหนีไป จึงได้ยื่นเรื่องขอออกหมายจับต่อศาลอาญา ตามหมายจับที่ 1114/2557 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2557 และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ออกสืบสวนติดตามจับกุมตัวตลอดมา จนกระทั่งวันที่ 11 ธันวาคม 2557 เวลาประมาณ 10.00 น. จึงสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่ ซอยลาดพร้าว 107 แยก 26 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร โดยขณะจับกุมพบว่าผู้ต้องหาได้เปลี่ยนชื่อเป็น นายปิยะ จุลกิตติพันธ์ และตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาเคยมีการเปลี่ยนชื่อมาแล้วถึง 6 ครั้ง โดยกล่าวหาว่า หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาตร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ถึง 5 ปี และนำเข้าสุ่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(3) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงและสวมบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคลอื่น นำส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ปัจจุบัน facebook ถือเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีคนนิยมใช้มากเป็นลำดับต้นๆ เนื่องจากความสะดวกในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การอัพเดทสถานะปัจจุบัน และการบอกเล่าเรื่องราว ดังนั้น จึงควรมีความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง โดยจะต้องไม่นำเข้าหรือเผยแพร่ภาพหรือข้อความที่กระทบต่อสถาบันซึ่งเป็นจุดยึดเหนี่ยวดวงใจของคนไทยทั่วประเทศ และจะต้องไม่นำเข้าหรือเผยแพร่ภาพหรือข้อความที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศอีกด้วย ทั้งนี้ หากมีผู้พบเห็นการนำเข้าหรือเผยแพร่ข้อมูลที่มีลักษณะกฃดังกล่าว สามารถแจ้งเรื่องหรือร้องเรียน ที่ได้ บก.ปอท. โทร 0 2142 2555-60 หรือ บช.ส. โทร 0 2255 3909