"ม.ล.ปนัดดา"แถลงเสียงสะอื้นบอกทำงานเหนื่อยมาก ระบุเรียนรู้นิสัยคนแต่ไม่อยากระบาย
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางไปที่สถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ถ.สุขุมวิท และได้เข้าพบปะสนทนากับนายชีมอน โรเด็ด เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย โดยได้ชี้แจงเอกอัครราชทูตทูตถึงกรณีที่ผู้กำกับฯภาพยนตร์ค่านิยม12ประการ เรื่องที่ 7 ชุด "ไทยนิยม" พยายามสื่อกับผู้ชมโดยยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการยกย่องฮิตเลอร์ แต่ประสงค์ที่จะสื่อให้ผู้ชมเห็นว่าผู้เป็นแม่ในบทภาพยนตร์อบรมเลี้ยงดูลูกชายไม่ถูกต้อง จนกระทั่งสุดท้ายจึงได้เลือกเดินทางบนถนนสายคุณธรรม หรือที่เรียกว่าหลักคิดการทำงานร่วมกันแบบประชาธิปไตย เอกอัครราชทูตให้การต้อนรับด้วยอัธยาศัยไมตรีจิต และมีความเข้าใจในสิ่งที่ได้สนทนาร่วมกันเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามทราบว่าผู้กำกับฯ ได้ตัดสินใจเปลี่ยนรูปภาพตั้งแต่ก่อนหน้าที่จะเป็นข่าวเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ซึ่งเอกอัครราชทูตได้กล่าวขอบคุณในไมตรีจิตของ ม.ล.ปนัดดา และยังได้เชิญให้เข้าร่วมการสัมมนาทางวิชาการที่สถานเอกอัครราชทูตฯ จะจัดขึ้นในปีหน้า กับอีกยืนยันในความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกันมาครบ 60 ปี
จากนั้น ม.ล.ปนัดดา ชี้แจงระหว่างการแถลงข่าวเปิดโครงการ “ปลูกไทย...ในแบบพ่อ” ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ว่า ทูตอิสราเอลมีความเข้าใจขึ้น ซึ่งก็ดีใจที่ทูตมีความเข้าใจ อย่างไรก็ตามก่อนที่จะมีการฉายหนังดังกล่าวก็มีการตรวจสอบแล้ว ส่วนที่มีการเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียร์นั้นต้องขอความร่วมมือสำหรับหนังที่เผยแพร่ออกไปแล้วให้ระงับการเผยแพร่ในฉากที่มีปัญหาก่อนสักระยะ อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าวเราไม่ได้ถูกตำหนิจากอิสราเอล เพราะเมื่ออธิบายให้ฟังแล้วทางอิสราเอลก็เกิดความเข้าใจ และได้ขอบคุณเราที่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบและเห็นใจกัน และเรื่องนี้จะถือเป็นกรณีศึกษาในอนาคตต่อไป และหลายประเทศเองก็ต้องเกิดการเรียนรู้ทำความเข้าใจด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังต้องพยายามกำหนดกรอบในการแสดงความคิดเห็นให้อยู่ในขอบข่ายที่เหมาะสม
“ วันนี้ประเทศมีการแบ่งแยกทางการเมืองหลากหลาย แต่ว่าเราจะเลือกฝั่งไหนไม่เห็นแปลก เพราะพรรคการเมืองถือเป็นรสนิยมของปัจเจกบุคคล แต่ต้องสอนให้ลูกหลานและเยาวชนเกิดความเข้าใจว่าการเมืองจะทำให้บ้านเมืองเกิดความแตกแยกไม่ได้ เพราะการเมืองต้องช่วยเสริมสร้างให้ประชาชนในชาติรักกัน ส่วนตัวเหลือเวลาอีก 1 ปีเศษ ก็จะจากตำแหน่งไป ซึ่งที่ผ่านมา ก็เหนื่อยมามากพอสมควร และได้เรียนรู้นิสัยใจคอของแต่ละคน ทำให้รู้จักทุกคนแต่ไม่ขอพูดว่าใครเป็นอย่างไร ทุกอย่างจะขอเก็บไว้ในใจ ขอเก็บไว้ระบายกับที่บ้าน หากถามว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไรก็จะบอกว่าจะพยายามตั้งใจทำงาน และจะมั่นคงในการทำงาน ” มล.ปนัดดา กล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเหมือนจะร้องไห้





