วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดเครือข่ายธุรกิจ'สุดาทิพย์'ปมแอบอ้างเบื้องสูง

"นครบาล" แถลงจับ "สุดาทิพย์" คดีแอบอ้างเบื้องสูงเพื่อประมูลทำธุรกิจในวังฯ

กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)วันที่ 10 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สามเสน ควบคุมผู้ต้องหา นางสุดาทิพย์ ม่วงนวล ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2238/2557 ลงวันที่ 10 ธันวาคม 2557 ในข้อหาม.112 ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เป็นผู้แสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาให้รับทราบข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวไปสอบสวนและทำบันทึกจับกุมที่ห้องประชุม ความมั่นคง บช.น.

ด้านพล.ต.ศรีวราห์ เปิดเผยว่า สำหรับการจับกุมนางสุดาทิพย์ในวันนี้เนื่องจากมีการแอบอ้างสถาบันผิด ม.112 โดยผู้ต้องหารายนี้เคยถูกจับกุมตัวไปเมื่อวันที่ 22 พ.ย. พร้อมกับพ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล อดีต ผกก.ตม.สมุทรสาคร ในข้อหาร่วมกันปลูกสร้างอาคารฝายล่วงล้ำในแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำหรือทะเลสาบ ที่ประชาชนใช้ร่วมกันโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 ม.117,183 ก่อนได้รับการประกันตัวออกไป ส่วน พ.ต.อ.โกวิท จะโดนข้อหา ม.112 ด้วยหรือไม่ จะต้องดำเนินการสอบสวนก่อน และหากมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมว่ามีผู้อื่นเกี่ยวข้องอีก ก็จะออกหมายจับเพิ่มเติม

พล.ต.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ต้องหาอีก 3 ราย ที่ยังหลบหนีอยู่ คือ ได้แก่ นายปรีชา ดาราไตร อายุ 45 ปี นำเข้าและขายรถมือสอง นายไพเชษฐ์ เมธีสริยพงศ์ อายุ 45 ปี เจ้าของอู่รถเมล์สาย 8 และนายนพพร ศุภพิพัฒน์ อายุ 43 ปี นักธุรกิจด้านพลังงานลมมหาเศรษฐีหมื่นล้าน ยังไม่ติดต่อเข้ามอบตัวแต่อย่างใด

รายงานข่าวแจ้งว่า มีผู้ไปร้องเรียนที่ สน.สามเสน ว่า มีการแอบอ้างสถาบันเพื่อประมูลทำธุรกิจในวังการขายน้ำพริกประเภทต่างๆ และผักต้ม คือ เครื่องเสวย มีรายได้เดือนละ 3-4 แสนบาทต่อเดือน ครัวข้าราชบริพาร มีรายได้ 6-8 แสนบาทต่อเดือน และธุรกิจคาเฟ่ เดอ สุวรรณภูมิ มีรายได้เดือนละ 2-3 ล้านบาทต่อเดือน ทั้งนี้เชื่อว่าผู้ต้องหามีความเกี่ยวโยงกับเครือข่ายอัครพงศ์ปรีชาที่เคยถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ด้วย ทั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ย่านธนบุรี

ทั้งนี้ จากกรณีจับกุม นางสุดาทิพย์ ม่วงนวล ภรรยา อดีตผกก.ตม.สมุทรสาคร รายงานข่าวระบุว่า ชุดสืบสวนสอบสวนมีการรวบรวมข้อมูลการกระทำความผิดเครือข่ายการทำธุรกิจของนางสุดาทิพย์ กับพวก ที่มีการแอบอ้างเบื้องสูง โดยมีการนำแผนผังเครือข่ายการทำธุรกิจมาแสดงกับสื่อมวลชน สำหรับพฤติกรรมของนางสุดาทิพย์นั้นได้แอบอ้างเบื้องสูง ในนามคณะบุคคลน้ำทิพย์ อยู่ที่ 2/3 ม.9 ถนนทวีวัฒนา แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กทม. ได้ประมูลขายน้ำพริกประเภทต่างๆ โดยนางสุดาทิพย์ ร่วมกับ น.ส.ปาลิดา หลักเฉลิมพร มีรายได้ประมาณ 6-7 แสนบาทต่อเดือน และแอบอ้างเบื้องสูงประมูลเครื่องเสวย ในนามคณะบุคคลปณสุ ขายผักสด และผักต้ม โดยมีนางสุดาทิพย์ และน.ส.ปาลิดา เกี่ยวข้อง รายได้ประมาณ 3-4 แสนบาทต่อเดือน

นอกจากนี้นางสุดาทิพย์ได้จัดตั้งในนามบริษัทศิรินทิพย์ 2007 (อัครพงศ์ปรีชา) เลขที่ 999 อาคารคอนคอร์สเอฟชั้น 4 ถนนบางนา - ตราด ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี สมุทรปราการ เปิดร้านคา เฟ่ เดอ สุวรรณภูมิ โดยมีนางสุดาทิพย์ และผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายณรงค์ สุวะดี นางปนิดา สุวะดี นางวันทนีย์ สุวะดี นายอภิรุจ สุวะดี พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล และน.ส.ขวัญตา เกิดอำแพง กิจการดังกล่าวมีรายได้ 2-3 ล้านบาทต่อเดือน และยังมีกิจการสวนผึ้งรีสอร์ท จ.ราชบุรี มีรายได้ 1-2 ล้านบาทต่อเดือนนั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป